Logo
Logo
  • งาน
    งานประจำที่ออฟฟิศ
    งานระยะไกล
    เครื่องมือโปรไฟล์มืออาชีพ
  • อาชีพ
    Career Portal
    ชุดเครื่องมืออาชีพ
    บทความอาชีพ
  • การศึกษา
  • ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ค้นหาเมนเทอร์
    เป็นเมนเทอร์
  • เครื่องมือสร้างเรซูเม่
  • Premium
  • Jobcadu Logo

    แพลตฟอร์มอาชีพที่ดีที่สุดสำหรับการหางาน, การสรรหาบุคลากร, ค้นหาอาชีพ และค้นพบแหล่งการศึกษา

    งานตามหมวดหมู่

    งานระยะไกล

    งานที่ AI แนะนำ

    เครื่องมือสร้างเรซูเม่

    โปรไฟล์มืออาชีพ

    การพัฒนาอาชีพ

    ชุดเครื่องมืออาชีพ

    ข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ

    หลักสูตรและโปรแกรม

    ที่ปรึกษาและการฝึกสอน

    ค้นหาที่ปรึกษา

    เป็นที่ปรึกษา

    สำหรับนายจ้าง

    ประกาศงาน

    ราคา


    เกี่ยวกับเรา

    ข้อกำหนดการใช้งาน

    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    © 2025 Jobcadu. สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

    วิธีจัดการเงินจาก “เงินเดือนแรก” ของคุณ

    Jobcadu

    Jobcadu

    วิธีจัดการเงินจาก “เงินเดือนแรก” ของคุณ

    เงินเดือนแรกเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี

    คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หรือสร้างตาราง Excel ที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากการเข้าใจว่าเงินของคุณมาจากไหน ใช้ไปกับอะไร และวางแผนให้เงินแต่ละส่วนมีเป้าหมาย

    ทำความเข้าใจว่าทำไมเงินที่ได้รับจริงจึงน้อยกว่าเงินเดือน

    หนึ่งในเรื่องที่คนเริ่มทำงานหลายคนอาจรู้สึกแปลกใจ คือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีอาจน้อยกว่าเงินเดือนที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง

    ตัวอย่างเช่น หากในสัญญาระบุว่าคุณได้รับเงินเดือนจำนวนหนึ่ง คุณอาจคาดหวังว่าจะได้รับเงินจำนวนนั้นเต็มจำนวนในบัญชีธนาคาร

    แต่จริง ๆ แล้ว เงินเดือนก่อนหัก (Gross Salary) และ เงินเดือนสุทธิที่ได้รับจริง (Take-home Pay) อาจไม่เท่ากัน

    ขึ้นอยู่กับประเทศและรูปแบบการจ้างงาน เงินเดือนของคุณอาจมีการหักค่าใช้จ่าย เช่น

    • ภาษีเงินได้

    • เงินสมทบประกันสังคมหรือประกันแห่งชาติ

    • ประกันสุขภาพ

    • เงินสะสมเพื่อการเกษียณ

    • ค่าใช้จ่ายหรือรายการหักอื่น ๆ จากบริษัท

    ดังนั้น ก่อนจะสงสัยว่า “เงินเดือนของเราหายไปไหน?” ลองตรวจสอบสลิปเงินเดือนของตัวเองก่อน

    เงินเดือนก่อนหัก → รายการหัก → เงินเดือนสุทธิ

    เงินเดือนสุทธิคือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีของคุณจริง ๆ และเป็นตัวเลขที่ควรใช้ในการวางแผนงบประมาณรายเดือน

    แม้ว่าการอ่านสลิปเงินเดือนอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณไม่วางแผนการใช้จ่ายจากเงินที่คุณไม่ได้รับจริง


    Screenshot 2569-09-18 at 14.30.57.png

    ลองใช้กฎ 50/30/20

    เมื่อคุณรู้แล้วว่าในแต่ละเดือนมีเงินใช้จริงเท่าไร ขั้นต่อไปคือการแบ่งเงินอย่างง่าย ๆ

    หนึ่งในวิธีวางแผนงบประมาณที่ได้รับความนิยมคือ กฎ 50/30/20

    แนวคิดนั้นเรียบง่ายมาก คือแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วน

    50% → สิ่งจำเป็น (Needs)

    ใช้เงินประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้สำหรับสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน เช่น

    • ค่าเช่าที่พัก

    • ค่าอาหาร

    • ค่าเดินทาง

    • ค่าน้ำและค่าไฟ

    • ค่าโทรศัพท์

    • ค่าประกัน

    • ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ

    30% → สิ่งที่อยากได้ (Wants)

    นี่คือเงินสำหรับ “ฉันก็อยากใช้ชีวิตและมีความสุขเหมือนกัน”

    อาจรวมถึง

    • กาแฟ

    • ร้านอาหาร

    • ช้อปปิ้ง

    • ดูภาพยนตร์

    • งานอดิเรก

    • ทริปช่วงสุดสัปดาห์

    • ความบันเทิง

    ใช่แล้ว คุณสามารถใช้เงินกับสิ่งที่ตัวเองชอบได้

    การมีงบประมาณไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรู้สึกเหมือนกำลังถูกลงโทษหรือห้ามใช้ชีวิตสนุก ๆ

    20% → เงินออมและเป้าหมายทางการเงิน

    เงินอีกส่วนหนึ่งสามารถนำไปใช้สำหรับ

    • เงินสำรองฉุกเฉิน

    • เป้าหมายในอนาคต

    • การลงทุน

    • การชำระหนี้

    • เป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ

    อย่างไรก็ตาม กฎ 50/30/20 ไม่ใช่กฎตายตัว สัดส่วนของคุณอาจแตกต่างออกไปตามระดับเงินเดือน ค่าเช่าที่พัก ภาระหนี้ ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และค่าครองชีพ

    สิ่งสำคัญที่สุดคือแนวคิดที่ว่า

    เงินทุกบาทของคุณควรมีเป้าหมาย


    Screenshot 2569-09-18 at 14.31.11.png

    อย่าลืมวางงบประมาณสำหรับความสนุก

    หนึ่งในข้อผิดพลาดที่หลายคนทำเมื่อลองเริ่มวางแผนการเงิน คือการตั้งกฎกับตัวเองเข้มงวดเกินไป

    คุณอาจคิดว่า

    “ตั้งแต่วันนี้ ฉันจะเก็บเงินให้ได้มากที่สุด”

    จากนั้นคุณก็หยุดซื้อกาแฟ ไม่ออกไปทานข้าวกับเพื่อน ยกเลิกทุกแผนในช่วงสุดสัปดาห์ และพยายามใช้เงินให้น้อยที่สุด

    แต่เมื่อผ่านไปจนถึงกลางเดือน...

    คุณอาจเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการจำกัดตัวเองมากเกินไป จนสุดท้ายกลับไปใช้เงินจำนวนมากกับการช้อปปิ้ง สั่งอาหาร หรือจองทริปแบบกะทันหัน

    วิธีที่ดีกว่าคือ วางแผนเรื่องความสนุกก่อนที่จะเริ่มใช้เงิน

    หากคุณรู้ว่าตัวเองชอบซื้อกาแฟ ออกไปเจอเพื่อน หรือท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ ก็ลองรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ในงบประมาณของคุณ

    ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำหนดว่า

    “เดือนนี้ฉันมีงบสำหรับความสนุก 3,000 บาท”

    เมื่อคุณกำหนดไว้ล่วงหน้า คุณก็สามารถใช้เงินส่วนนั้นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา

    เป้าหมายของการวางแผนงบประมาณไม่ใช่การห้ามคุณใช้เงินหรือสนุกกับชีวิต

    แต่คือการช่วยให้คุณสามารถใช้เงินอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องเจอกับสถานการณ์เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน

    ลองใช้วิธี “Fun Money”

    หากคุณเพิ่งเริ่มต้นวางแผนการเงิน ลองใช้วิธีที่ง่ายขึ้น

    หลังจากจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินออมแล้ว ให้กำหนดจำนวนเงินที่คุณสามารถใช้กับตัวเองได้อย่างสบายใจ

    คุณอาจแยกเงินส่วนนี้ไว้ในอีกบัญชีหนึ่ง หรือเพียงกำหนดเป็นงบสำหรับความสนุกและติดตามการใช้จ่าย

    ตัวอย่างเช่น

    งบความสนุกต่อเดือน: 3,000 บาท

    คุณอาจแบ่งออกเป็น

    • กาแฟ: 800 บาท

    • รับประทานอาหารนอกบ้าน: 1,200 บาท

    • ความบันเทิง: 500 บาท

    • กิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์: 500 บาท

    คุณไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขเหล่านี้แบบเป๊ะ ๆ

    สิ่งสำคัญคือการรู้ว่า คุณสามารถใช้เงินได้เท่าไรก่อนที่จะเริ่มใช้เงิน


    Screenshot 2569-09-18 at 14.31.23.png

    ระวัง “ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ” ที่รวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่

    บางครั้งเงินเดือนของเราไม่ได้หายไปเพราะซื้อของชิ้นใหญ่เพียงครั้งเดียว

    แต่กลับหายไปกับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยที่เราอาจไม่ทันสังเกต

    • ซื้อกาแฟแก้วหนึ่ง

    • สั่งอาหารเดลิเวอรีอีกมื้อ

    • ช้อปปิ้งออนไลน์เล็ก ๆ น้อย ๆ

    • เรียกรถกลับบ้านอีกครั้ง

    • ออกไปทานข้าวกับเพื่อนแบบกะทันหัน

    ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งเดือนก็อาจกลายเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย

    การวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณต้องห้ามตัวเองจากทุกอย่าง

    แต่หมายถึงการ รู้ตัวและเลือกใช้เงินอย่างตั้งใจ

    จ่ายเงินให้ตัวเองก่อน

    อีกหนึ่งนิสัยที่ดีที่คุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่เงินเดือนแรก คือ การออมเงินก่อนใช้จ่าย

    แทนที่จะรอจนถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยดูว่าเหลือเงินเท่าไร ลองกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมทันทีเมื่อเงินเดือนเข้าบัญชี

    ตัวอย่างเช่น

    เงินเดือนเข้า → เงินออม → ค่าใช้จ่ายประจำ → ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน → เงินสำหรับความสนุก

    แม้ในช่วงแรกคุณจะสามารถออมได้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร

    การสร้างนิสัยในการออมมีความสำคัญมากกว่าการเริ่มต้นด้วยจำนวนเงินก้อนใหญ่

    เมื่อรายได้ของคุณเพิ่มขึ้นในอนาคต คุณก็สามารถค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเงินออมตามไปได้


    Screenshot 2569-09-18 at 14.31.42.png

    ให้เวลากับตัวเองในการเรียนรู้

    การได้รับเงินเดือนแรกไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในทันที

    คุณอาจ

    • ใช้เงินมากเกินไปในบางเดือน

    • ลืมค่าใช้จ่ายบางรายการที่ต้องจ่าย

    • ประเมินค่าอาหารต่อเดือนต่ำเกินไป

    • ใช้เงินกับสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้

    และนั่นเป็นเรื่องปกติ

    เป้าหมายในช่วงแรกของการทำงานไม่ใช่การสร้างงบประมาณที่สมบูรณ์แบบที่สุด

    แต่คือการ เรียนรู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง

    หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน คุณอาจเริ่มเข้าใจว่า

    • คุณใช้เงินกับสิ่งจำเป็นจริง ๆ เท่าไร

    • คุณชอบใช้เงินกับอะไร

    • คุณมักใช้จ่ายเกินกับเรื่องใด

    • คุณสามารถออมเงินได้จริงเท่าไร

    • เป้าหมายทางการเงินใดมีความสำคัญกับคุณ

    และเมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น การวางแผนการเงินก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย

    เงินเดือนแรกมีความหมายมากกว่าแค่จำนวนเงิน

    การได้รับเงินเดือนครั้งแรกถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต

    มันไม่ได้หมายถึงเพียงเงินที่เข้ามาในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ ความเป็นอิสระทางการเงิน

    คุณไม่จำเป็นต้องเก็บออมเงินทุกบาท

    คุณไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ชีวิตหรือเลิกทำสิ่งที่ชอบ

    และคุณก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงินตั้งแต่วันแรก

    เริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ

    รู้ว่าเงินเข้ามาเท่าไร รู้ว่าเงินออกไปกับอะไร ออมเงินบางส่วน วางงบสำหรับความสุข และให้เวลาตัวเองได้เรียนรู้

    นิสัยทางการเงินที่คุณเริ่มสร้างตั้งแต่เงินเดือนแรก อาจช่วยให้การจัดการเงินของคุณง่ายขึ้น เมื่ออาชีพและรายได้ของคุณเติบโตขึ้นในอนาคต


    Screenshot 2569-09-18 at 14.31.56.png

    เช็กลิสต์สำหรับการจัดการเงินเดือนแรก

    ก่อนเงินเดือนครั้งต่อไปจะเข้าบัญชี ลองเริ่มต้นจาก 5 สิ่งนี้

    1. ตรวจสอบสลิปเงินเดือน: ทำความเข้าใจเงินเดือนก่อนหัก รายการหัก และเงินเดือนสุทธิที่ได้รับจริง

    2. รู้ค่าใช้จ่ายจำเป็นของตัวเอง: คำนวณว่าคุณต้องใช้เงินเท่าไรในแต่ละเดือน

    3. ตั้งเป้าหมายการออม: แม้จะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อย ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

    4. สร้างงบสำหรับความสุข: อนุญาตให้ตัวเองใช้เงินกับสิ่งที่ชอบโดยมีการวางแผน

    5. ติดตามการใช้จ่าย: คุณไม่สามารถปรับปรุงสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจได้


    เริ่มต้นอาชีพที่ดี พร้อมวางแผนอนาคตของคุณไปกับ Jobcadu

    เงินเดือนแรกอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการมีอิสระทางการเงิน แต่การสร้างอนาคตที่มั่นคงเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนเส้นทางอาชีพของคุณ

    ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหางานแรก ต้องการพัฒนาทักษะ หรือกำลังเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่ ๆ Jobcadu พร้อมช่วยให้คุณค้นหาโอกาสที่เหมาะกับเป้าหมายในอนาคตของคุณ




    Wellbeing

    สารบัญ

    ไม่พบหัวข้อในบทความนี้

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    วิธีก้าวข้าม Imposter Syndrome เมื่อเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    วิธีก้าวข้าม Imposter Syndrome เมื่อเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ
    Sunday Scaries: เลิกกังวลเรื่องวันจันทร์ จนทำลายวันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณ
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    Sunday Scaries: เลิกกังวลเรื่องวันจันทร์ จนทำลายวันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณ
    รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอในงานแรก? คุณอาจไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอในงานแรก? คุณอาจไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น
    3 คาเฟ่ กรุงเทพฯ–ปริมณฑล เอาใจสาย Work Remote ทำงานได้จริง!
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    3 คาเฟ่ กรุงเทพฯ–ปริมณฑล เอาใจสาย Work Remote ทำงานได้จริง!
    ที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทยในเอเชีย พักจากการทำงาน เที่ยวส่งท้ายปีแบบชาร์จพลัง
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    ที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทยในเอเชีย พักจากการทำงาน เที่ยวส่งท้ายปีแบบชาร์จพลัง
    มื้อกลางวันกินอะไรดี?  คู่มือ 5-Minute Offix สำหรับชาวออฟฟิศ
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    มื้อกลางวันกินอะไรดี? คู่มือ 5-Minute Offix สำหรับชาวออฟฟิศ
    เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ดูจากไหน? รู้ไว้ใช้ได้หลายเรื่องกว่าที่คิด
    ความเป็นอยู่ที่ดี
    เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ดูจากไหน? รู้ไว้ใช้ได้หลายเรื่องกว่าที่คิด