Jobcadu
เงินเดือนแรกเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน หรือสร้างตาราง Excel ที่ซับซ้อน สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากการเข้าใจว่าเงินของคุณมาจากไหน ใช้ไปกับอะไร และวางแผนให้เงินแต่ละส่วนมีเป้าหมาย
หนึ่งในเรื่องที่คนเริ่มทำงานหลายคนอาจรู้สึกแปลกใจ คือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีอาจน้อยกว่าเงินเดือนที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง
ตัวอย่างเช่น หากในสัญญาระบุว่าคุณได้รับเงินเดือนจำนวนหนึ่ง คุณอาจคาดหวังว่าจะได้รับเงินจำนวนนั้นเต็มจำนวนในบัญชีธนาคาร
แต่จริง ๆ แล้ว เงินเดือนก่อนหัก (Gross Salary) และ เงินเดือนสุทธิที่ได้รับจริง (Take-home Pay) อาจไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับประเทศและรูปแบบการจ้างงาน เงินเดือนของคุณอาจมีการหักค่าใช้จ่าย เช่น
ภาษีเงินได้
เงินสมทบประกันสังคมหรือประกันแห่งชาติ
ประกันสุขภาพ
เงินสะสมเพื่อการเกษียณ
ค่าใช้จ่ายหรือรายการหักอื่น ๆ จากบริษัท
ดังนั้น ก่อนจะสงสัยว่า “เงินเดือนของเราหายไปไหน?” ลองตรวจสอบสลิปเงินเดือนของตัวเองก่อน
เงินเดือนก่อนหัก → รายการหัก → เงินเดือนสุทธิ
เงินเดือนสุทธิคือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีของคุณจริง ๆ และเป็นตัวเลขที่ควรใช้ในการวางแผนงบประมาณรายเดือน
แม้ว่าการอ่านสลิปเงินเดือนอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณไม่วางแผนการใช้จ่ายจากเงินที่คุณไม่ได้รับจริง

เมื่อคุณรู้แล้วว่าในแต่ละเดือนมีเงินใช้จริงเท่าไร ขั้นต่อไปคือการแบ่งเงินอย่างง่าย ๆ
หนึ่งในวิธีวางแผนงบประมาณที่ได้รับความนิยมคือ กฎ 50/30/20
แนวคิดนั้นเรียบง่ายมาก คือแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วน
ใช้เงินประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้สำหรับสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน เช่น
ค่าเช่าที่พัก
ค่าอาหาร
ค่าเดินทาง
ค่าน้ำและค่าไฟ
ค่าโทรศัพท์
ค่าประกัน
ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ
นี่คือเงินสำหรับ “ฉันก็อยากใช้ชีวิตและมีความสุขเหมือนกัน”
อาจรวมถึง
กาแฟ
ร้านอาหาร
ช้อปปิ้ง
ดูภาพยนตร์
งานอดิเรก
ทริปช่วงสุดสัปดาห์
ความบันเทิง
ใช่แล้ว คุณสามารถใช้เงินกับสิ่งที่ตัวเองชอบได้
การมีงบประมาณไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรู้สึกเหมือนกำลังถูกลงโทษหรือห้ามใช้ชีวิตสนุก ๆ
เงินอีกส่วนหนึ่งสามารถนำไปใช้สำหรับ
เงินสำรองฉุกเฉิน
เป้าหมายในอนาคต
การลงทุน
การชำระหนี้
เป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม กฎ 50/30/20 ไม่ใช่กฎตายตัว สัดส่วนของคุณอาจแตกต่างออกไปตามระดับเงินเดือน ค่าเช่าที่พัก ภาระหนี้ ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และค่าครองชีพ
สิ่งสำคัญที่สุดคือแนวคิดที่ว่า
เงินทุกบาทของคุณควรมีเป้าหมาย

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่หลายคนทำเมื่อลองเริ่มวางแผนการเงิน คือการตั้งกฎกับตัวเองเข้มงวดเกินไป
คุณอาจคิดว่า
“ตั้งแต่วันนี้ ฉันจะเก็บเงินให้ได้มากที่สุด”
จากนั้นคุณก็หยุดซื้อกาแฟ ไม่ออกไปทานข้าวกับเพื่อน ยกเลิกทุกแผนในช่วงสุดสัปดาห์ และพยายามใช้เงินให้น้อยที่สุด
แต่เมื่อผ่านไปจนถึงกลางเดือน...
คุณอาจเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการจำกัดตัวเองมากเกินไป จนสุดท้ายกลับไปใช้เงินจำนวนมากกับการช้อปปิ้ง สั่งอาหาร หรือจองทริปแบบกะทันหัน
วิธีที่ดีกว่าคือ วางแผนเรื่องความสนุกก่อนที่จะเริ่มใช้เงิน
หากคุณรู้ว่าตัวเองชอบซื้อกาแฟ ออกไปเจอเพื่อน หรือท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ ก็ลองรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ในงบประมาณของคุณ
ตัวอย่างเช่น คุณอาจกำหนดว่า
“เดือนนี้ฉันมีงบสำหรับความสนุก 3,000 บาท”
เมื่อคุณกำหนดไว้ล่วงหน้า คุณก็สามารถใช้เงินส่วนนั้นได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา
เป้าหมายของการวางแผนงบประมาณไม่ใช่การห้ามคุณใช้เงินหรือสนุกกับชีวิต
แต่คือการช่วยให้คุณสามารถใช้เงินอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องเจอกับสถานการณ์เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน
หากคุณเพิ่งเริ่มต้นวางแผนการเงิน ลองใช้วิธีที่ง่ายขึ้น
หลังจากจัดสรรเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นและเงินออมแล้ว ให้กำหนดจำนวนเงินที่คุณสามารถใช้กับตัวเองได้อย่างสบายใจ
คุณอาจแยกเงินส่วนนี้ไว้ในอีกบัญชีหนึ่ง หรือเพียงกำหนดเป็นงบสำหรับความสนุกและติดตามการใช้จ่าย
ตัวอย่างเช่น
งบความสนุกต่อเดือน: 3,000 บาท
คุณอาจแบ่งออกเป็น
กาแฟ: 800 บาท
รับประทานอาหารนอกบ้าน: 1,200 บาท
ความบันเทิง: 500 บาท
กิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์: 500 บาท
คุณไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขเหล่านี้แบบเป๊ะ ๆ
สิ่งสำคัญคือการรู้ว่า คุณสามารถใช้เงินได้เท่าไรก่อนที่จะเริ่มใช้เงิน

บางครั้งเงินเดือนของเราไม่ได้หายไปเพราะซื้อของชิ้นใหญ่เพียงครั้งเดียว
แต่กลับหายไปกับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยที่เราอาจไม่ทันสังเกต
ซื้อกาแฟแก้วหนึ่ง
สั่งอาหารเดลิเวอรีอีกมื้อ
ช้อปปิ้งออนไลน์เล็ก ๆ น้อย ๆ
เรียกรถกลับบ้านอีกครั้ง
ออกไปทานข้าวกับเพื่อนแบบกะทันหัน
ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งเดือนก็อาจกลายเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย
การวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณต้องห้ามตัวเองจากทุกอย่าง
แต่หมายถึงการ รู้ตัวและเลือกใช้เงินอย่างตั้งใจ
อีกหนึ่งนิสัยที่ดีที่คุณสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่เงินเดือนแรก คือ การออมเงินก่อนใช้จ่าย
แทนที่จะรอจนถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยดูว่าเหลือเงินเท่าไร ลองกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมทันทีเมื่อเงินเดือนเข้าบัญชี
ตัวอย่างเช่น
เงินเดือนเข้า → เงินออม → ค่าใช้จ่ายประจำ → ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน → เงินสำหรับความสนุก
แม้ในช่วงแรกคุณจะสามารถออมได้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร
การสร้างนิสัยในการออมมีความสำคัญมากกว่าการเริ่มต้นด้วยจำนวนเงินก้อนใหญ่
เมื่อรายได้ของคุณเพิ่มขึ้นในอนาคต คุณก็สามารถค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเงินออมตามไปได้

การได้รับเงินเดือนแรกไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในทันที
คุณอาจ
ใช้เงินมากเกินไปในบางเดือน
ลืมค่าใช้จ่ายบางรายการที่ต้องจ่าย
ประเมินค่าอาหารต่อเดือนต่ำเกินไป
ใช้เงินกับสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้
และนั่นเป็นเรื่องปกติ
เป้าหมายในช่วงแรกของการทำงานไม่ใช่การสร้างงบประมาณที่สมบูรณ์แบบที่สุด
แต่คือการ เรียนรู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง
หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน คุณอาจเริ่มเข้าใจว่า
คุณใช้เงินกับสิ่งจำเป็นจริง ๆ เท่าไร
คุณชอบใช้เงินกับอะไร
คุณมักใช้จ่ายเกินกับเรื่องใด
คุณสามารถออมเงินได้จริงเท่าไร
เป้าหมายทางการเงินใดมีความสำคัญกับคุณ
และเมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น การวางแผนการเงินก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย
การได้รับเงินเดือนครั้งแรกถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต
มันไม่ได้หมายถึงเพียงเงินที่เข้ามาในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ ความเป็นอิสระทางการเงิน
คุณไม่จำเป็นต้องเก็บออมเงินทุกบาท
คุณไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ชีวิตหรือเลิกทำสิ่งที่ชอบ
และคุณก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงินตั้งแต่วันแรก
เริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ
รู้ว่าเงินเข้ามาเท่าไร รู้ว่าเงินออกไปกับอะไร ออมเงินบางส่วน วางงบสำหรับความสุข และให้เวลาตัวเองได้เรียนรู้
นิสัยทางการเงินที่คุณเริ่มสร้างตั้งแต่เงินเดือนแรก อาจช่วยให้การจัดการเงินของคุณง่ายขึ้น เมื่ออาชีพและรายได้ของคุณเติบโตขึ้นในอนาคต

ก่อนเงินเดือนครั้งต่อไปจะเข้าบัญชี ลองเริ่มต้นจาก 5 สิ่งนี้
1. ตรวจสอบสลิปเงินเดือน: ทำความเข้าใจเงินเดือนก่อนหัก รายการหัก และเงินเดือนสุทธิที่ได้รับจริง
2. รู้ค่าใช้จ่ายจำเป็นของตัวเอง: คำนวณว่าคุณต้องใช้เงินเท่าไรในแต่ละเดือน
3. ตั้งเป้าหมายการออม: แม้จะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อย ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
4. สร้างงบสำหรับความสุข: อนุญาตให้ตัวเองใช้เงินกับสิ่งที่ชอบโดยมีการวางแผน
5. ติดตามการใช้จ่าย: คุณไม่สามารถปรับปรุงสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจได้
เงินเดือนแรกอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการมีอิสระทางการเงิน แต่การสร้างอนาคตที่มั่นคงเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนเส้นทางอาชีพของคุณ
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหางานแรก ต้องการพัฒนาทักษะ หรือกำลังเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่ ๆ Jobcadu พร้อมช่วยให้คุณค้นหาโอกาสที่เหมาะกับเป้าหมายในอนาคตของคุณ
ไม่พบหัวข้อในบทความนี้