เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงทำงานได้ดีในบริษัทขนาดใหญ่ แต่บางคนกลับรู้สึกมีพลังเมื่อได้ทำงานใน Start-up?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่เงินเดือน ตำแหน่งงาน หรือชื่อเสียงของบริษัทเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับ รูปแบบการทำงาน การสื่อสาร การตัดสินใจ และวิธีที่คุณรับมือกับความท้าทาย
บริษัท Corporate อาจมีโครงสร้าง กระบวนการที่ชัดเจน และหน้าที่รับผิดชอบที่กำหนดไว้ ในขณะที่ Start-up อาจให้อิสระมากกว่า ตัดสินใจได้เร็วกว่า และเปิดโอกาสให้คุณได้ลองทำหลายบทบาท
ไม่มีสภาพแวดล้อมไหนที่ “ดีกว่า” เสมอไป สิ่งสำคัญคือการหาสถานที่ทำงานที่สอดคล้องกับ รูปแบบการทำงาน จุดแข็ง และเป้าหมายอาชีพของคุณ
ในบทความนี้ คุณจะได้รู้ว่า:
ความแตกต่างสำคัญระหว่างบริษัท Corporate และ Start-up
DISC ทั้ง 4 รูปแบบอาจตอบสนองต่อแต่ละสภาพแวดล้อมอย่างไร
คุณควรมองหาลักษณะของ Workplace แบบไหนเมื่อกำลังหางาน
วิธีใช้ Self-awareness เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องอาชีพได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

Corporate vs. Start-up ต่างกันอย่างไร?
องค์กร Corporate มักมีลำดับขั้นการทำงาน ทีมที่แบ่งตามความเชี่ยวชาญ กระบวนการที่เป็นทางการ และมาตรฐานการทำงานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ข้อดีที่อาจพบได้:
บทบาทและความรับผิดชอบชัดเจน
มีระบบ Onboarding และ Training ที่เป็นโครงสร้าง
มีโอกาสพัฒนาความเชี่ยวชาญในสายงานเฉพาะ
มีเส้นทางการเติบโตและการเลื่อนตำแหน่งที่ชัดเจน
ความท้าทายที่อาจพบได้:
มีขั้นตอนการอนุมัติและระบบที่ค่อนข้างมาก
ความยืดหยุ่นในการทำงานบางอย่างอาจน้อยกว่า
การตัดสินใจอาจใช้เวลานานกว่าในบางองค์กร
Start-up มักทำงานด้วยทีมขนาดเล็กกว่า มีกระบวนการที่กำลังพัฒนา และเป้าหมายทางธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
พนักงานจึงอาจต้องรับผิดชอบงานนอกเหนือจาก Job Description ของตัวเอง
ข้อดีที่อาจพบได้:
ได้เห็นภาพการทำงานของหลายฝ่ายมากขึ้น
มีโอกาสเป็นเจ้าของโปรเจกต์และรับผิดชอบงานด้วยตัวเอง
ได้รับ Feedback และตัดสินใจได้เร็วในบางทีม
ได้เรียนรู้จากการทดลองและลงมือทำจริง
ความท้าทายที่อาจพบได้:
ขอบเขตความรับผิดชอบอาจไม่ชัดเจน
Priority และทิศทางการทำงานอาจเปลี่ยนแปลงบ่อย
ทรัพยากรหรือระบบ Training อาจมีจำกัด
Workload อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามช่วงการเติบโตของบริษัท
หมายเหตุ: ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว Start-up ที่เติบโตมาระยะหนึ่งอาจมีระบบที่ชัดเจนมาก ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งก็อาจเปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระและทดลองสิ่งใหม่ได้เช่นกัน

DISC เป็นกรอบแนวคิดด้านพฤติกรรมที่แบ่งรูปแบบการทำงานออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Dominance (D), Influence (I), Steadiness (S) และ Conscientiousness (C)
DISC สามารถช่วยให้คุณสำรวจ รูปแบบการสื่อสาร วิธีตัดสินใจ และความต้องการในการทำงาน ของตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม DISC ไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสามารถ และไม่ได้บอกว่าบริษัทประเภทไหนจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

คนที่มีลักษณะ D อาจชอบความท้าทาย การริเริ่มสิ่งต่าง ๆ และการทำงานที่มุ่งไปสู่ผลลัพธ์ที่วัดได้
อาจชอบการเป็นผู้นำโปรเจกต์ที่มีเป้าหมายชัดเจน
อาจทำได้ดีในบทบาทที่มีอำนาจในการตัดสินใจ
อาจรู้สึกหงุดหงิดกับขั้นตอนการอนุมัติที่ไม่จำเป็น
อาจสนุกกับการแก้ปัญหาเร่งด่วนและการตัดสินใจที่รวดเร็ว
อาจชอบการได้เป็นเจ้าของผลลัพธ์ของโปรเจกต์
ต้องปรับตัวเมื่อทรัพยากรหรือ Priority เปลี่ยนกะทันหัน
สภาพแวดล้อมที่ควรมองหา: มองหางานที่ให้อิสระ มีเป้าหมายที่ท้าทาย และเปิดโอกาสให้คุณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็น Corporate หรือ Start-up
คนที่มีลักษณะ I อาจชอบการพูดคุย การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสื่อสารไอเดีย
อาจทำได้ดีในทีมที่ต้องทำงานร่วมกันและโปรเจกต์ข้ามฝ่าย
อาจชอบการสร้าง Network การนำเสนอ และการสร้างความสัมพันธ์
อาจชอบทีมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและแชร์ไอเดีย
อาจสนุกกับการสร้างความสัมพันธ์ นำเสนอไอเดียใหม่ และเชื่อมโยงคนจากหลายฝ่าย
อาจชอบโอกาสในการมีส่วนร่วมกับงานหลายด้าน
ต้องปรับตัวกับช่วงเวลาที่ต้องทำงานด้วยตัวเองหรือโครงสร้างทีมที่เปลี่ยนแปลง
สภาพแวดล้อมที่ควรมองหา: ลองมองหาสถานที่ทำงานที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์
คนที่มีลักษณะ S อาจให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม ความสม่ำเสมอ และความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน
อาจชอบ Routine และกระบวนการทำงานที่ชัดเจน
อาจชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและสร้างความมั่นคงให้กับทีม
อาจรู้สึกสบายใจเมื่อความคาดหวังและหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน
อาจมีส่วนช่วยสร้างความไว้ใจและทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้ดี
อาจชอบทีมที่ใกล้ชิดและให้การสนับสนุนกัน
อาจต้องใช้เวลาและการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อย
สภาพแวดล้อมที่ควรมองหา:
มองหาผู้จัดการที่ให้การสนับสนุน ความคาดหวังที่ชัดเจน และทีมที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดไหน
คนที่มีลักษณะ C อาจให้ความสำคัญกับความถูกต้อง เหตุผล คุณภาพ และมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน
อาจชอบการทำงานตามขั้นตอนและมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจน
อาจทำได้ดีในงานวิเคราะห์หรือสายงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ
อาจชอบการทำงานที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือและความคาดหวังชัดเจน
อาจมีส่วนช่วยสร้างระบบ ปรับปรุงกระบวนการ และมองหาความเสี่ยง
อาจสนุกกับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยทรัพยากรที่จำกัด
ต้องปรับสมดุลระหว่างการวิเคราะห์อย่างละเอียดกับการตัดสินใจที่รวดเร็ว
สภาพแวดล้อมที่ควรมองหา: มองหางานที่ให้คุณใช้การคิดวิเคราะห์ ความใส่ใจในคุณภาพ การแก้ปัญหา และการพัฒนากระบวนการอย่างต่อเนื่อง
แล้วสภาพแวดล้อมแบบไหนเหมาะกับ DISC ของคุณ?
ไม่มี DISC แบบไหนที่เกิดมาเพื่อ Corporate หรือ Start-up โดยเฉพาะ
แทนที่จะถามว่า
“บุคลิกของฉันเหมาะกับบริษัทประเภทไหน?”
ลองถามตัวเองว่า:
ฉันชอบโครงสร้างที่ชัดเจน หรือความยืดหยุ่นมากกว่า?
ฉันชอบความรับผิดชอบที่คาดเดาได้ หรือ Priority ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ?
ฉันชอบทำงานตามระบบที่มีอยู่แล้ว หรือชอบสร้างระบบใหม่?
ฉันตัดสินใจได้ดีที่สุดเมื่อมีข้อมูลละเอียด หรือเมื่อได้ทดลองและปรับไปเรื่อย ๆ?
ฉันชอบบทบาทที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน หรือโอกาสในการทำงานหลายด้าน?
คำตอบเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณมองเห็นว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
อย่ามองแค่ขนาดบริษัท แต่ให้มองหา “สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับคุณ”
ก่อนตัดสินใจรับ Job Offer ลองพิจารณา 5 ปัจจัยนี้:
หัวหน้าของคุณทำงานแบบไหน?: เขาจะให้คำแนะนำอย่างชัดเจน หรือคาดหวังให้คุณทำงานด้วยตัวเอง?
หน้าที่ของคุณชัดเจนแค่ไหน?: คุณจะรับผิดชอบงานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน หรืออาจต้องทำหลายบทบาท?
การตัดสินใจในองค์กรเป็นอย่างไร?: ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติหลายระดับ หรือทีมขนาดเล็กสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว?
คุณจะได้เรียนรู้แบบไหน?: มี Training ที่เป็นระบบ มี Mentor ได้ลงมือทำจริง หรือมีหลายรูปแบบผสมกัน?
วัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร?: ทีมเปิดรับความคิดเห็น ให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ สนับสนุนการทดลอง และให้ความสำคัญกับ Work-life Balance หรือไม่?

เลือก Workplace ที่ช่วยให้คุณเติบโต
DISC เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำความเข้าใจว่า คุณชอบสื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และรับมือกับความท้าทายอย่างไร
แต่ไม่ควรใช้ DISC เป็นกรอบจำกัดตัวเลือกของตัวเอง
คนที่มีลักษณะ D ก็สามารถประสบความสำเร็จใน Corporate ที่มีโครงสร้างชัดเจนได้
คนที่มีลักษณะ S ก็สามารถเติบโตใน Start-up ที่กำลังขยายตัวได้
เช่นเดียวกับคนที่มีลักษณะ I หรือ C ซึ่งสามารถค้นหางานที่เหมาะกับตัวเองได้ทั้งใน Corporate และ Start-up
การตัดสินใจเรื่องอาชีพที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นการเลือกบริษัทที่ตรงกับบุคลิกของคุณทุกอย่าง
แต่คือการหาสภาพแวดล้อมที่:
เห็นคุณค่าของจุดแข็งของคุณ
สนับสนุนการพัฒนาของคุณ
และยังเปิดโอกาสให้คุณไปถึงเป้าหมายในอาชีพได้
ยังไม่แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไหนเหมาะกับคุณ?
เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ จุดแข็ง รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายอาชีพของตัวเอง
สำรวจ Career Resources และ Career Assessment Tools จาก Jobcadu เพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น ค้นหาทักษะที่ควรพัฒนา และใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจเรื่องอาชีพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ไม่พบหัวข้อในบทความนี้