Logo
Logo
  • งาน
    ค้นหางาน
    งานระยะไกล
    เครื่องมือสร้างเรซูเม่
    เครื่องมือโปรไฟล์มืออาชีพ
  • อาชีพ
    ชุดเครื่องมืออาชีพ
    บทความอาชีพ
  • การศึกษา
  • ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
  • Jobcadu Logo

    แพลตฟอร์มอาชีพที่ดีที่สุดสำหรับการหางาน, การสรรหาบุคลากร, ค้นหาอาชีพ และค้นพบแหล่งการศึกษา

    งานตามหมวดหมู่

    งานระยะไกล

    งานที่ AI แนะนำ

    เครื่องมือสร้างเรซูเม่

    โปรไฟล์มืออาชีพ

    การวิเคราะห์โปรไฟล์

    การพัฒนาอาชีพ

    ชุดเครื่องมืออาชีพ

    ข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ

    รายงาน DNA อาชีพ

    แผนที่อาชีพ

    หลักสูตรและโปรแกรม

    ที่ปรึกษาและการฝึกสอน

    ค้นหาที่ปรึกษา

    เป็นที่ปรึกษา

    สำหรับนายจ้าง

    ประกาศงาน

    ราคา


    เกี่ยวกับเรา

    ข้อกำหนดการใช้งาน

    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    © 2025 Jobcadu. สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

    1. อาชีพ

    2. รวม 6 คลิปแนะนำทริคการเก็บเงินสำหรับวัยเริ่มทำงาน แบบใช้ได้จริงในยุคปัจจุบัน 2025!

    รวม 6 คลิปแนะนำทริคการเก็บเงินสำหรับวัยเริ่มทำงาน แบบใช้ได้จริงในยุคปัจจุบัน 2025!

    โพสต์เมื่อ January 21, 2025

    Wellbeing

    แท็ก:

    Tips and Tricks
    เก็บเงิน
    เทคนิคการเก็บเงิน
    การออมเงิน
    ใช้เงินเป็น
    อดออม
    รวม 6 คลิปแนะนำทริคการเก็บเงินสำหรับวัยเริ่มทำงาน แบบใช้ได้จริงในยุคปัจจุบัน 2025!

    ก้าวเข้าสู่ปี 2025 อย่างเป็นทางการ หลาย ๆ คนอาจจะตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มเก็บเงินแสนให้ได้ในปีนี้ แต่ยังคงไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือบางทีอาจจะมีความไม่มั่นใจหรือกลัวว่าถ้าเริ่มต้นเก็บจริง ๆ แล้ว จะสามารถทำไปได้ตลอดรอดฝั่งได้ไหม ไม่อยากผิดหวังกับการตั้งเป้าหมายแล้วทำไม่ได้สักที ดังนั้นเราจึงทำซีรี่ส์รวมคลิปแนะนำเรื่องวิธีคิดและวิธีการเก็บเงินที่สามารถทำได้จริงในระยะยาวให้บรรลุ เป้าหมาย รวมทั้งทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถทำตามเป้าหมายให้เป็นจริงได้อีกด้วย



    แชร์วิธีเก็บเงินเก่งขึ้น เยอะขึ้น สร้างวินัยทางการเงินแบบขั้นเทพ (ง่ายกว่าที่คิด) by Nack Siwakorn

    คุณแน็กจำแนกองค์ประกอบความรวยออกเป็น 3 อย่างคร่าว ๆ คือ ความสามารถ วินัย และ ความรู้ทางการเงิน และแบ่งวิธีการสู่หนทางความมั่งคั่งได้ 7 ข้อด้วยกัน


    1. ออมก่อนใช้: สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่คือการใช้ก่อนออม เหลือเท่าไรค่อยนำไปเก็บออม แต่เรามักจะพบว่าเราใช้ไม่เคยเหลือเลย เพราะเรามักจะคำนวนค่าใช้จ่ายแบบคละกันให้หมดพอดีตลอดเดือนอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ซ้ำร้าย หากยิ่งไม่ได้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจน ก็อาจทำให้เราเสียเงินที่เรามองไม่เห็นไปกับปัจจัยฟุ่มเฟือยมากกว่าที่เราคิด สุดท้ายก็วนมาที่ไม่เหลือเก็บปลายเดือน ใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือนจนเป็นนิสัยที่ไม่ปลอดภัยในระยะยาวในที่สุด ดังนั้น หลังจากได้รับเงินเดือน ให้แบ่งไปออมก่อน เริ่มจาก 10% ของเงินเดือน จากนั้นค่อยนำที่เหลือไปใช้ แล้วค่อย ๆ ขยายเพดานการออมไปเรื่อย ๆ ในจุดที่เรารับไหว


    2. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกเดือน: การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ละเอียด ทำให้เรามองเห็นได้มากขึ้นว่าแต่ละวัน แต่ละเดือนเราใช้เงินไปกี่บาท สามารถประหยัดสิ่งที่ไม่จำเป็นได้มากขึ้น มองเห็นหนที่จะมีเงินเก็บมากขึ้น และช่วยให้เรามีสติและวางแผนการใช้เงินในเดือนถัด ๆ ไปได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันการใช้เงินด้วยอารมณ์


    3. แยกค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกับค่าใช้จ่ายจำเป็น: ใช้วิธีจดกำกับไว้เลยว่าสิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับเราเพื่อให้เรามาคัดออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายในเดือนถัด ๆ ไป


    4. ตั้งงบประมาณการใช้ทุกเดือน: เอาเงินเดือนมาแบ่งเป็นก้อน ๆ ให้ชัดเจน จัดแจงว่าจะใช้และห้ามใช้กับอะไร สามารถใช้ให้ไม่ถึงงบได้ แต่พยายามอย่าใช้เกินขอบเขตเด็ดขาด การทำเช่นนี้จะช่วยทำให้เรามีวินัยทางการเงิน และสามารถติดตามการเงินได้ดีมากขึ้น ป้องก้นการใช้เงินมากเกินไปหรือใช้ไปกับหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่งมากจนเกินไป


    5. เก็บภาษีฟุ่มเฟือย: ทุกครั้งที่เราใช้เงินฟุ่มเฟือย ใช้เงินด้วยกิเลส ให้เราทำโทษตัวเองด้วยการหักเงิน 10% ของราคาสิ่งนั้นไปออม วิธีนี้จะช่วยสร้างวินัยและควบคุมกิเลสได้เก่งขึ้น และมีเงินเก็บแน่นอน


    6. ใช้กฎรอ 14 วัน: ก่อนจะซื้อสิ่งใด ให้รอ 14 วันเพื่อยื้อเวลาในการตัดสินใจไตร่ตรองด้วยสติ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบว่าสิ่งที่กำลังจะซื้อใช่สิ่งที่จำเป็นหรือเราอยากได้มันจริง ๆไหม


    7. เปิดดูหน้าบัญชีธนาคารบ่อย ๆ: เป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่ง คือการเปิดดูย้ำ ๆ เพื่อดูตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะตัวเลขเป็นหน่วยวัดแบบเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและส่งผลต่อจิตใจเราได้โดยตรงที่สุด. ตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้เรามีความสุข แต่ตัวเลขที่ลดลงก็จะส่งผลให้เรารู้สึกเป็นทุกข์ได้ง่ายเช่นกัน จะทำให้เราจดจำความรู้สึกเหล่านี้แล้วไตร่ตรองก่อนใช้เงินมากขึ้น



    แชร์วิธีเก็บเงินให้อยู่ จากคนที่เก็บเงินไม่ได้ (เก็บได้ไวขึ้น 2 เท่า!) | ภาษีสังคม EP.25

    เราต้องเริ่มจากการหาสาเหตุก่อนว่า อะไรเป็นเหตุที่ทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่ซึ่งส่วนมากล้วนมาจากนิสัยเดิมที่ไม่ได้มีการทำให้ได้เห็นตัวเองเป็นลายลักษณ์อักษร หรือแบ่งชัดเจนว่าส่วนไหนเท่าไหร่ที่เราจะนำไปใช้จ่ายกับอะไรบ้าง โดยในคลิปแบ่งเงินออกเป็น 3 บัญชี:


    1.บัญชีเงินเก็บ (แนะนำว่าควรเก็บก่อนใช้ จาก 10% ของเงินเดือนและสามารถสำรองครอบคลุมรายจ่ายต่อเดือนได้ 6 เดือน ถือว่าปลอดภัย)

    • เงินเก็บสำรอง : ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำพวกอุบัติเหตุ เหตุสุดวิสัย ถ้าไม่เดือดร้อนถึงชีวิตจริง ๆ จะไม่ใช้เงินก้อนนี้เป็นอันขาด
    • เงินเก็บเป้าหมายระยะสั้น : เก็บเพื่อนำไปใช้ในการบรรลุเป้าหมายระยะสั้นบางอย่างเช่น ไปเที่ยว เรียนต่อ หรือ ซื้อของบางอย่าง เป็นต้น


    2.บัญชีเงินใช้ (เงินที่เหลือจากบัญชีเงินเก็บ)

    • ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน : ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือน คือ ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย หรือหนี้ประจำเดือนที่ต้องจ่ายทุกเดือน เป็นต้น
    • ค่าใช้จ่ายล้างผลาญ : เป็นเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายพื้นฐานอีกที สามารถใช้เงินก้อนนี้ไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยได้ตามความเหมาะสม เป็นการตอบโจทย์ชีวิตว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตจนสุดโต่งจนเกินไปจนไม่มีความสุข แต่ต้องจดบันทึกให้เป็นสัดส่วน จำกัดชัดเจน และเป็นระบบ


    3.บัญชีลงทุน (สำหรับคนที่สามารถจัดการการเงินได้อย่างเป็นระบบได้ในระดับนึงแล้ว) สามารถเก็บเงินบัญชีลงทุนคู่ไปกับบัญชีเงินเก็บด้วยได้ ซึ่งบัญชีลงทุนประกอบไปด้วย

    • เป้าหมายระยะกลาง : น้อยกว่า 10 ปี
    • เป้าหมายระยะยาว : 10 ปีขึ้นไป



    เทคนิคเก็บเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับมือใหม่ | The Money Case EP.248

    แนวคิดจากประสบการณ์การใช้ชีวิตและการจัดการกับหนี้หลักหลายล้านของ โค้ชหนุ่ม Money Coach เกี่ยวกับมุมมองในการคิดและวางแผนต่อ ‘เงินเก็บสำรองฉุกเฉิน’


    • เปรียบเทียบชีวิตเหมือนการวิ่งมาราธอน: เราจะวิ่งมาราธอนได้สุดทางก็ต่อเมื่อระหว่างทางเราไม่ล้มเลย ดังนั้น เงินสำรองฉุกเฉินจึงมีความสำคัญมาก เป็นเป้าหมายแรกของการออม หรือเรียกว่า ฟูกกันล้มของชีวิต เลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราล้มบนฟูก เราก็จะไม่ได้รับความเจ็บปวดมาก
    • จากประสบการณ์ของโค้ชหนุ่มในการทำงานร่วม 20 ปี พบว่า ต่อให้เรามีฐานะทางการเงินดีมาแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าสะดุดในชีวิตแค่ครั้งเดียว จะกลับมาตั้งตัวให้มีฐานะตามเดิมได้ยากมากๆ เช่น ตกงาน 3 เดือนแบบไม่มีเงินเก็บเลย จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมาอีกมาก
    • การที่เราได้ทำงานในบริษัทที่มีความมั่นคง ไม่ได้แปลว่าเรามั่นคง เขาสามารถเชิญเราออกได้ทุกเมื่อ
    • ชีวิตเรามีโอกาสพลาดทำให้ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ได้เสมอ เช่น การตกงาน การป่วยหรืออุบัติเหตุครั้งใหญ่ เงินเก็บสำรองจึงสำคัญมาก ๆ
    • แบ่งเงินเป็นสัดส่วนให้ชัดเจน ว่าจะใช้หรือเก็บเพื่ออะไรบ้าง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการช่วยเราจัดการปัญหาทางการเงินอีกหลาย ๆ เหตุการณ์ที่อาจจะเข้ามาพร้อมกันที่เดียวในอนาคต ให้เราสามารถผ่านไปได้อย่างมีระบบและไปต่อกับชีวิตได้อย่างมีความสุข
    • มาตรฐานเงินสำรองที่ควรมีเก็บคือ จำนวนเงินที่ครอบคลุมรายจ่ายรายเดือนได้ 6 เดือน
    • ทรัพย์สินเก็บสำรองที่มีประสิทธิภาพ ต้องสามารถพร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกเมื่อและมูลค่าต้องไม่ผิดเพี้ยนหรือลดน้อยลงจากมูลค่าเดิมของทรัพย์สินนั้น ๆ
    • ก่อนจะเริ่มการลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินให้ถึงเป้าหมายก่อน เพราะกว่าจะลงทุนเห็นผลก็เริ่มต้นที่หลักล้านบาทแล้ว ไม่นับกรณีที่พลาดหรือล้มเหลว
    • เกษียณทางการเงิน ไม่เหมือนกับเกษียณทางการงาน



    ออมน้อยแต่รวยมาก : เทคนิคเปลี่ยนเงินเดือนน้อย ๆ ให้กลายเป็นเงินเก็บก้อนใหญ่ | EP.52

    ในยุคที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจกับคนฐานะชนชั้นกลางเท่าไหร่และค่าครองชีพที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณขวัญจึงแนะนำเรื่องการเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือนธรรมดา

    ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงจนสามารถบรรลุเป้าหมายที่หลาย ๆ คนตั้งไว้


    • มีเป้าหมายออมเงินที่ชัดเจน: ทำให้เรามีแรงจูงใจ เห็นภาพใหญ่ และรู้ deadline ที่ชัดเจน มีพลังใจ ไม่ท้อง่าย เห็นวิธีเก็บเงินของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
    • ออมก่อนใช้: เพื่อเป็นการฝึกวินัยทางการเงินที่ดี โดยตั้งตัดยอดโอนอัตโนมัติ แนะนำว่าประมาณ 10-20% ของเงินเดือน
    • ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจน: เพื่อให้เรามองเห็นว่าเงินของเรา เข้าหรืออกไปกับอะไรบ้าง แล้วสามารถตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นไหนออกได้อีกบ้าง ทำให้เราได้พิจารณาไตรตรองค่าใช้จ่ายต่อเดือนของเราได้อย่างมีสติมากขึ้น
    • รู้จักการลงทุน: ค่าของเงินเรามีโอกาสลดลงได้ในทุก ๆ ปี ดังนั้นเราควรหาทรัพย์สินที่จะช่วยให้ค่าตอบแทนที่สามารถชนะเงินเฟ้อในแต่ละปีได้ เช่น ลงทุนในหุ้น กองทุน ทองคำ หรือ อสังหาริมทรัพย์ได้ แต่ก่อนจะลงทุนใด ๆ ควรศึกษาให้เข้าใจแจ่มแจ้งก่อน และประเมินความเสี่ยง และระวังมิจฉาชีพหรือการกระทำผิดกฎหมาย
    • หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ที่มากเกินไป: หนี้เป็นอุปสรรคชั้นดีในการขัดขวางไม่ให้เราสามารถสร้างเงินเก็บเท่าที่ควร เพดานการเสียหนี้แต่ละเดือน ไม่ควรเกิน 40%ของเงินเดือนหรือรายได้ของเรา หรือค่าใช้จ่ายจำพวกค่าผ่อนต่าง ๆ ไม่ควรเกิน 20% ของเงินเดือน เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการใช้เงินแบบเดือนชนเดือนมากเกินไป รวมทั้งค่าใช้จ่ายสุดวิสัยเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างเดือน ถ้าเราไม่มีสำรองไว้เลย อาจทำให้ชีวิตลำบาก เกิดความเครียด หรือต้องไปกู้หนี้ยืมสินจนก่อเป็นหนี้เพิ่มขึ้นได้



    เก็บเงินยังไงให้รอด | เทพลีลา

    หลาย ๆ คนมีปัญหาเรื่องการบริหารเงินอย่างไรให้รอดจนถึงปลายเดือน แต่ถึงรอดจนถึงปลายเดือน ก็ยังมีปัญหาเรื่องการไม่เหลือเก็บเป็นเงินออมเลย คุณเติ๊ด เทพลีลา จึงเสนอถึงแนวคิดการเก็บเงินด้วย หลัก 6 Jars Money Management ของคุณ T. Harv Eker


    • กองรายจ่ายจำเป็น: 55% ของรายได้ ใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าอาหาร เป็นต้น
    • เงินออมระยะยาว: 10% ของรายได้ เก็บยาว ๆ ในระยะ 10 ปี เพื่อใช้เป็นเงินทุนขนาดใหญ่ในอนาคต เช่น การสร้างครอบครัว ซื้อบ้าน หรือเก็บไว้ใช้เมื่อเราเจ็บป่วยหรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนในปัจจุบัน (หรือเรียกว่า เงินสำรองฉุกเฉิน)
    • ให้รางวัลตนเอง: 10% ของรายได้ เก็บไว้ใช้กับสิ่งฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะ เหมือนเป็นเงินสำหรับให้รางวัลตัวเอง
    • กองเงินเพื่อการเรียนรู้ : 10% ของรายได้ เก็บไว้เพื่อการศึกษาด้านต่าง ๆ ที่เราอยากเก่งขึ้น หรือซื้อหนังสือมาไว้อ่านเพิ่ม เพื่อพัฒนาตัวเองโดยเฉพาะ ให้เราเก่งขึ้น มีสกิลหารายได้เพิ่มขึ้น
    • กองเงินแบ่งปัน: 5% ของรายได้ เป็นเงินเพื่อการบริจาค ถือเป็นการให้กลับคืนสู่สังคม เป็นการฝึกความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การให้และการแบ่งปันต่อผู้อื่น ให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยไมตรีจิตมากขึ้น
    • กองการลงทุน: 10% ของรายได้ เป็นกองที่สำคัญมากเป็นกองที่เก็บไว้ใช้เพื่อลงทุนเพื่อเป้าหมายการเกษียณ แม้การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนอะไรเลยถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด ดังนั้น เราควรศึกษาและมองหาการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อ และสามารถงอกเงยได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุน หรือ สลากออกทรัพย์ เป็นต้น


    เรื่องการเงินที่คนอายุ 30 และ 40 ปี อยากบอก | The Money Case EP. 200

    รวบรวมเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ชมทางบ้านที่อายุ 30 ขึ้นไป และประสบการณ์จริงจากโค้ชหนุ่ม The Money Coach ที่ผ่านการเจอวิกฤติการเงินทางบ้าน และสามารถผ่านมาได้ด้วยหลักคิดและการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้อง โดยใจความสำคัญหลัก ๆ 4 ข้อ ดังนี้:


    1.อย่ารีบเป็นหนี้: หากจะตัดสินใจใช้สินเชื่อ ต้องมั่นใจว่าจะสามารถรับผิดชอบหนี้ก้อนนั้นได้เต็มจำนวนก่อนอยู่แล้ว แบ่งย่อยเป็นสองแบบ แบบแรกคือเพื่อการศึกษา เช่น กู้กยศ. หนี้เช่นนี้สามารถเข้าใจได้โดยนัย ถือเป็นหนี้การลงทุนเพื่อการศึกษาต่อยอดชีวิตในระยะยาวที่เลี่ยงไม่ได้. จากบางครอบครัวที่อาจไม่ได้มีรายได้มาก และแบบที่สอง คือหนี้บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อบุคคล ไม่ใช่ว่าห้ามเปิดบัตรเหล่านี้ เพียงแต่ต้องรู้จักใช้อย่างมีสติ อย่ามีหนี้ค้างเยอะเกินไป. เพราะชีวิตเราไม่เคยเบาลง ยิ่งอายุมากขึ้น รายจ่ายในชีวิตย่อมมากขึ้นตาม เพราะอายุ 30 ขึ้นไป หลายคนอาจต้องใช้เงินในการสร้างครอบครัว ซื้อบ้าน หรือเรียนต่อ ทำให้ช่วง 30. อาจมีเรื่องต้องใช้สินเชื่ออยู่แล้ว


    2.ออมเงิน: ถ้าชีวิตไม่ได้มีภาระต้องดูแล ควรเริ่มต้นออมเงินให้ไวที่สุด เช่น เก็บออม 10% ของรายได้ หรือลงกองทุนต่าง ๆ และ ’ความสำเร็จด้านการเงิน สามารถสร้างอัตราเร่งกันได้ ถ้าภาระรายจ่ายในชีวิตมากขึ้น ย่อมต้องมีความมุมานะพยายามหาเงินมากขึ้นเป็นธรรมดา เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ และริเริ่มเรียนรู้การลงทุน


    3.แปลงเงินเก็บออมให้เป็นทรัพย์สิน: ทรัพย์สินสะสม ถือเป็นความมั่งคั่งสุทธิชั้นดีในระยะยาว เพราะการที่มีแค่ตัวเงินค้างไว้ในบัญชี ในอนาคตข้างหน้าจำนวนเงินเหล่านี้มีมูลค่าตรงตัว และมูลค่าอาจลดลงได้จากความผันผวนของเศรษฐกิจ เงินสดเปล่าๆไม่สามารถเก็งกำไรให้มีมูลค่าเพิ่มได้เท่ากับการแปลงเป็นทรัพย์สินสะสมให้เก็บไว้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นได้ในอนาคตระยะยาว เช่น กิงทุนรวม หุ้น ทองคำ ที่ดิน สลากออมทรัพย์ เป็นต้น และพยายามหาลู่ทางสร้างเงินแล้วให้เงินทำงานแทนเราในอนาคต ในวันที่เราไม่มีแรงเท่าวัยหนุ่มสาวช่วงอายุ 20 แล้ว


    4.โฟกัสที่ความมั่นคงในระยะยาว: ความมั่งคั่งถือเป็นนามธรรมรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีหน่วยวัดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับปัจเจกและความปรารถนารายบุคคล เพราะฉะนั้น เราจึงวัดกันด้วยความมั่นคง เช่น จากสภาวะวิกฤตการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมา เห็นได้ว่ามีหลายครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา มากน้อยแตกต่างกันไปตามความมั่นคงของแต่ละบ้าน หรือเจ้าของกิจการบางราย ที่เมื่อผ่านช่วงโควิดไป กลับผันกลายเป็นบุคคลล้มละลาย เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถวัดความมั่นคงในชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่มีความมั่นคงทางการเงินมาก จะแสดงถึงการไม่ขึ้นต่อวิกฤติต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หรือแม้ว่ากระทบ ก็จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย มองหาและเตรียมตัวทำประกันไว้

    เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นในชีวิตเราเมื่อไร และควรมีเงินสำรองล่วงหน้า 6 เดือน อาจแบ่งออมจากรายได้เป็นย่อย ๆ 2 กระเป๋า คือ เงินสำรองเลี้ยงชีพ และ เงินสำรองฉุกเฉิน และกำหนดเป้าหมายการเก็บเงินจากเป้าหมายชีวิตและการคิดเผื่อวิกฤติ เลือกคู่ชีวิตที่มีเป้าหมายทางการเงินเหมือนกัน และสุดท้าย ใช้ชีวิต ผจญภัยให้เต็มที่ในวัย 20 วัยที่เรายังสามารถผิดพลาดได้ เพราะเมื่อเราอายุ 40 โลกจะไม่อนุญาตให้เราผิดพลาดอีกแล้ว และอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น อย่าลืมอนุญาตให้ตัวเองมีความสุข


    บทความนี้เป็นเพิ่งส่วนหนึ่งของการแนะนำวิธีเก็บเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพในเบื้องต้น อาจต้องมีการศึกษาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันส่วนบุคคล หรือหากสนใจขอมูลด้านการเงินหรืออาชีพเพิ่มเติม สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Education Portal


    อาชีพที่เกี่ยวข้อง

    ภาวะ Monday Blues คืออะไร? 5 เคล็ดลับแก้อาการกลัววันจันทร์
    WELLBEING
    ภาวะ Monday Blues คืออะไร? 5 เคล็ดลับแก้อาการกลัววันจันทร์
    ที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทยในเอเชีย พักจากการทำงาน เที่ยวส่งท้ายปีแบบชาร์จพลัง
    WELLBEING
    ที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ไทยในเอเชีย พักจากการทำงาน เที่ยวส่งท้ายปีแบบชาร์จพลัง
    มื้อกลางวันกินอะไรดี?  คู่มือ 5-Minute Offix สำหรับชาวออฟฟิศ
    WELLBEING
    มื้อกลางวันกินอะไรดี? คู่มือ 5-Minute Offix สำหรับชาวออฟฟิศ
    เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ดูจากไหน? รู้ไว้ใช้ได้หลายเรื่องกว่าที่คิด
    WELLBEING
    เลขประจําตัวผู้เสียภาษี ดูจากไหน? รู้ไว้ใช้ได้หลายเรื่องกว่าที่คิด
    รวมประโยคสุดคิ้วท์ อวยพรเพื่อนร่วมงาน ฉบับภาษาอังกฤษ
    WELLBEING
    รวมประโยคสุดคิ้วท์ อวยพรเพื่อนร่วมงาน ฉบับภาษาอังกฤษ
    ยื่นประกันสังคมออนไลน์ง่ายนิดเดียว! ใช้เพื่ออะไร และทำอย่างไรบ้าง
    WELLBEING
    ยื่นประกันสังคมออนไลน์ง่ายนิดเดียว! ใช้เพื่ออะไร และทำอย่างไรบ้าง
    ไขข้อสงสัยในการยื่นใบลาออก ต้องทำภายในกี่วัน และทำอย่างไรบ้าง พร้อมตัวอย่างการเขียน
    WELLBEING
    ไขข้อสงสัยในการยื่นใบลาออก ต้องทำภายในกี่วัน และทำอย่างไรบ้าง พร้อมตัวอย่างการเขียน
    เมื่อ "การยึดติด" กลายเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งคุณไว้: มุมมองใหม่ต่อการเรียนรู้และการทำงาน
    WELLBEING
    เมื่อ "การยึดติด" กลายเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งคุณไว้: มุมมองใหม่ต่อการเรียนรู้และการทำงาน