7S McKinsey คืออะไร? โมเดลเข้าใจองค์กรแบบรอบด้านสำหรับคนทำงานยุคใหม่

โพสต์เมื่อ December 2, 2025

Growth

แท็ก:

McKinsey
McKinsey & Company
Growth
พัฒนาตัวเอง
Workplace
Success
ที่ทำงาน
7S McKinsey คืออะไร? โมเดลเข้าใจองค์กรแบบรอบด้านสำหรับคนทำงานยุคใหม่

Screenshot 2568-12-01 at 17.19.15.pngในโลกการทำงานที่เปลี่ยนเร็ว การเข้าใจ “องค์กรของเรา” สำคัญพอ ๆ กับการเข้าใจ “งานของเรา” การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสภาวะตลาดที่คาดเดาได้ยาก ทำให้องค์กรต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และคนทำงานก็จำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างและความพร้อมขององค์กรเพื่อที่จะสามารถทำงานร่วมและนำการเปลี่ยนแปลงนั้นไปสู่ความสำเร็จได้

หนึ่งในโมเดลคลาสสิกที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนคือ McKinsey 7S Framework ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์องค์กรที่ถูกใช้มานานหลายทศวรรษ แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจพลวัตขององค์กร โมเดลนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งระดับองค์กร ทีม และแม้แต่ “การวิเคราะห์ตัวเอง” ในเชิงโครงสร้างการทำงานและเป้าหมายอาชีพ

7S McKinsey คืออะไร?

7S McKinsey คือโมเดลการจัดการที่พัฒนาโดยที่ปรึกษาจากบริษัท McKinsey & Company ในช่วงทศวรรษ 1980 โดย Robert H. Waterman Jr. และ Tom Peters โมเดลนี้ใช้สำหรับวิเคราะห์และพัฒนาองค์กรโดยมอง “องค์ประกอบ 7 ด้าน” ที่ต้องเชื่อมโยงและสอดคล้อง (Alignment) กัน

Screenshot 2568-12-01 at 17.28.25.pngScreenshot 2568-12-02 at 10.15.38.pngScreenshot 2568-12-02 at 10.16.41.png7S มีทั้งหมด 7 องค์ประกอบ ได้แก่:

  1. Strategy – กลยุทธ์

  2. Structure – โครงสร้างองค์กร

  3. Systems – ระบบการทำงาน

  4. Shared Values – ค่านิยมร่วม

  5. Style – รูปแบบการบริหาร

  6. Staff – บุคลากร

  7. Skills – ทักษะ

อธิบายแต่ละองค์ประกอบของโมเดล 7S (พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย)

1.Strategy (กลยุทธ์): หมายถึงแผนการดำเนินงานที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวขององค์กร และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด

  • ตัวอย่าง: บริษัทที่มุ่งเน้น นวัตกรรม (Innovation) จะมีกลยุทธ์ที่เน้นการลงทุนในแผนกวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่าการใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการตลาดแบบดั้งเดิม

2.Structure (โครงสร้างองค์กร): หมายถึงการจัดแผนผังความสัมพันธ์ของอำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร

  • ตัวอย่าง: บริษัทสตาร์ทอัปมักใช้โครงสร้างแบบแบน (Flat Structure) เพื่อลดลำดับขั้นการตัดสินใจ ทำให้ทีมทำงานได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างแบบลำดับขั้น (Hierarchical Structure)

Screenshot 2568-12-02 at 10.18.08.png3.Systems (ระบบการทำงาน): หมายถึงขั้นตอน วิธีการ หรือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานประจำวัน ซึ่งรวมถึงกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด

  • ตัวอย่าง: ระบบประเมินผลงาน (Performance Review System), Workflow การอนุมัติโครงการ, Software ภายในสำหรับจัดการลูกค้า (CRM), หรือระบบซัพพลายเชน

4.Shared Values (ค่านิยมร่วม): หัวใจของโมเดลนี้  หมายถึงสิ่งที่ทุกคนในองค์กรเชื่อและยึดถือร่วมกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมที่เข้มแข็งจะชี้นำพฤติกรรมและการตัดสินใจของพนักงาน

  • ตัวอย่าง: ค่านิยมหลัก เช่น “Customer First” (ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก), “Team over Individual” (ทำงานเป็นทีมเหนือผลประโยชน์ส่วนตัว) หรือ “Trust & Transparency” (ความไว้วางใจและความโปร่งใส)

5.Style (สไตล์การบริหาร): หมายถึงลักษณะของผู้นำและผู้บริหารระดับสูงในการปฏิสัมพันธ์กับพนักงานและบรรยากาศโดยรวมในการทำงานร่วมกัน

  • ตัวอย่าง: สไตล์แบบเปิดรับฟัง (Participative), สไตล์แบบสั่งการ (Authoritative), หรือสไตล์แบบโค้ชชิ่ง (Coaching) ซึ่งมีผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน

Screenshot 2568-12-01 at 14.16.31.png6.Staff (บุคลากร): หมายถึงคนในองค์กรทั้งหมด รวมถึงจำนวน คุณภาพ วิธีการสรรหา การพัฒนา และการดูแลพนักงาน

  • ตัวอย่าง: การอบรมเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ (Leadership Development Program), การบริหารความหลากหลายของบุคลากร (Diversity Management) หรือการดูแลสวัสดิการของพนักงาน

7.Skills (ทักษะ): หมายถึง ความสามารถหลักขององค์กรที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และความสามารถเฉพาะตัวของบุคลากร

  • ตัวอย่าง: ความสามารถหลัก เช่น ทักษะทางเทคนิค (Technical Skills) ในการพัฒนา AI ของบริษัทเทคโนโลยี, ทักษะด้านการเจรจาต่อรองของทีมขาย หรือ Soft Skills เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ของทีมงาน

ประโยชน์ของการใช้โมเดล 7S ในองค์กร

การใช้โมเดล 7S ช่วยให้ผู้นำและผู้บริหารมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งและรอบด้านในการจัดการการเปลี่ยนแปลง

  • ใช้ประเมินความพร้อม ก่อนเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หรือก่อนการควบรวมกิจการ

  • ใช้วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน ขององค์กรในแต่ละด้าน เพื่อระบุปัญหาที่แท้จริง

  • สร้างความสอดคล้อง ระหว่าง “เป้าหมาย” กับ “วัฒนธรรมองค์กร” (Soft S’s) ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

  • ใช้ในการสื่อสาร และพัฒนาทีมงาน รวมถึงทีม HR, Leader และทีมบริหารให้มีภาษาและกรอบความคิดร่วมกัน

Screenshot 2568-12-01 at 14.16.51.pngตัวอย่างการนำ 7S มาใช้จริง

ตัวอย่างสมมติ: บริษัทที่ต้องการเปลี่ยนจากออฟไลน์สู่ดิจิทัล

  • Strategy: เพิ่มช่องทางออนไลน์

  • Structure: ปรับทีมตั้ง Digital Team

  • Systems: นำ CRM และระบบ Automation มาใช้

  • Shared Values: สนับสนุนการทดลองสิ่งใหม่

  • Style: ผู้นำเป็นโค้ชมากขึ้น

  • Staff: จ้างคนสาย Data / Digital

  • Skills: Upskill พนักงานเดิมให้ใช้เครื่องมือดิจิทัล

ใช้กับ “พนักงาน” ได้ด้วย

คุณสามารถใช้ 7S วิเคราะห์ตัวเอง เช่น

  • Strategy = Career Goal

  • Skills = ทักษะที่ต้องพัฒนา

  • Style = วิธีการทำงานของเรา

  • Shared Values = สิ่งที่เราเชื่อและหาในที่ทำงาน

Screenshot 2568-12-01 at 14.17.08.pngเคล็ดลับใช้ 7S ให้ได้ผลจริง

  • ต้องมีการพูดคุยจริงในองค์กร ไม่ใช่ทำแค่เอกสาร

  • เริ่มจากกำหนด Shared Values ให้ชัด เพราะเป็นแกนกลาง

  • ทบทวนระบบและโครงสร้างทุก 6 เดือน

  • ใช้คู่กับเครื่องมืออื่น เช่น SWOT, Balanced Scorecard เพื่อผลวิเคราะห์ที่สมบูรณ์

โมเดล 7S McKinsey เป็นเหมือน “แผนที่” ที่ทำให้เห็นว่าทุกส่วนขององค์กรเชื่อมโยงกันอย่างไร ไม่ใช่แค่เรื่องกลยุทธ์หรือโครงสร้างเท่านั้น แต่รวมถึงจิตวิญญาณขององค์กรอย่างค่านิยมและทักษะของคนด้วย

การวิเคราะห์และสร้างความสอดคล้องของทั้ง 7 องค์ประกอบนี้ จะช่วยให้องค์กรมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

คนทำงานยุคใหม่ที่เข้าใจโครงสร้างและค่านิยมองค์กร จะสามารถเติบโต ปรับตัว และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับองค์กรได้เร็วกว่า

อยากพัฒนาทักษะด้านการบริหารและเข้าใจองค์กรเชิงกลยุทธ์มากขึ้น? ค้นหาคอร์ส พัฒนาทักษะอาชีพ และบทความดี ๆ สำหรับคนทำงานยุคใหม่ได้ที่ 👉 www.jobcadu.com


อาชีพที่เกี่ยวข้อง