Logo
  • งาน
    ค้นหางาน
    งานระยะไกล
    เครื่องมือสร้างเรซูเม่
    เครื่องมือโปรไฟล์มืออาชีพ
  • อาชีพ
    ชุดเครื่องมืออาชีพ
    บทความอาชีพ
  • การศึกษา
  • ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
  • Jobcadu Logo

    แพลตฟอร์มอาชีพที่ดีที่สุดสำหรับการหางาน, การสรรหาบุคลากร, ค้นหาอาชีพ และค้นพบแหล่งการศึกษา

    งานตามหมวดหมู่

    งานระยะไกล

    งานที่ AI แนะนำ

    เครื่องมือสร้างเรซูเม่

    โปรไฟล์มืออาชีพ

    การวิเคราะห์โปรไฟล์

    การพัฒนาอาชีพ

    ชุดเครื่องมืออาชีพ

    ข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ

    รายงาน DNA อาชีพ

    แผนที่อาชีพ

    หลักสูตรและโปรแกรม

    ที่ปรึกษาและการฝึกสอน

    ค้นหาที่ปรึกษา

    เป็นที่ปรึกษา

    สำหรับนายจ้าง

    ประกาศงาน

    ราคา


    เกี่ยวกับเรา

    ข้อกำหนดการใช้งาน

    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    © 2025 Jobcadu. สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

    1. อาชีพ

    2. Cover Letter ยังจำเป็นอยู่ไหมในยุค AI?

    Cover Letter ยังจำเป็นอยู่ไหมในยุค AI?

    โพสต์เมื่อ December 23, 2025

    Resume & Portfolio

    แท็ก:

    CV
    Cover letter
    สมัครงาน
    หางาน
    เรซูเม่
    Cover Letter ยังจำเป็นอยู่ไหมในยุค AI?

    ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในการสรรหาบุคลากร หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า Cover Letter ยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่ บางคนคิดว่ามันเป็นเพียงเอกสารที่ไม่มีใครอ่าน แต่ความจริงแล้ว Cover Letter ที่ดียังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นได้

    Screenshot 2568-12-19 at 14.54.13.pngความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ Cover Letter

    ความเชื่อที่ 1: "ไม่มี HR คนไหนอ่าน Cover Letter"

    ความจริงคือ HR และหัวหน้างานอ่าน Cover Letter มากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะในตำแหน่งระดับกลางขึ้นไป หรือตำแหน่งที่ต้องการทักษะการสื่อสารเป็นพิเศษ การวิจัยพบว่า 83% ของผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลยืนยันว่าพวกเขาอ่าน Cover Letter เมื่อต้องการตัดสินใจระหว่างผู้สมัครที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน

    ความเชื่อที่ 2: "AI สามารถเขียน Cover Letter แทนได้หมดแล้ว"

    แม้ AI จะช่วยเขียนร่างได้ แต่ Cover Letter ที่ดีต้องมีความเป็นตัวตนและเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับตำแหน่งงานอย่างแท้จริง HR ที่มีประสบการณ์สามารถสังเกตเห็นข้อความที่ AI สร้างขึ้นโดยไม่มีการปรับแต่งได้ทันที ดังนั้นการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเขียนนั้นดี แต่การใส่ตัวตนและประสบการณ์จริงของคุณลงไปเท่านั้นที่จะทำให้มันมีพลัง

    ความเชื่อที่ 3: "เขียนแบบเดียวกันส่งทุกบริษัทก็ได้"

    นี่คือความผิดพลาดร้ายแรงที่สุด Cover Letter แบบสำเร็จรูปที่ส่งไปทุกที่จะถูกมองเห็นได้ทันที และมักจะถูกละเลย การปรับแต่ง Cover Letter ให้เหมาะกับแต่ละบริษัทและตำแหน่งงานคือสิ่งที่แยกผู้สมัครที่จริงจังออกจากคนที่แค่กดส่งใบสมัครไปเรื่อย ๆ

    ความเชื่อที่ 4: "ถ้ามี Resume ที่ดีแล้ว ไม่ต้องมี Cover Letter"

    Resume บอกว่าคุณทำอะไรมาบ้าง แต่ Cover Letter บอกว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้ และทำไมคุณถึงอยากทำงานกับบริษัทนี้ มันเป็นโอกาสที่จะแสดงบุคลิกภาพ แรงจูงใจ และความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทนั้น ๆ

    บริษัทแบบไหนยังใช้ Cover Letter จริงจัง

    บริษัทข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่

    บริษัทระดับโลกส่วนใหญ่ยังคงใช้ Cover Letter เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงิน การปรึกษา และเทคโนโลยี บริษัทเหล่านี้มักมีผู้สมัครจำนวนมาก และ Cover Letter ช่วยให้พวกเขากรองคนที่มีความตั้งใจจริงและเข้าใจธุรกิจของพวกเขาได้

    Screenshot 2568-12-19 at 14.54.31.pngอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการสื่อสาร

    ในสายงานเช่น การตลาด การโฆษณา การเขียน การออกแบบ และ PR นั้น Cover Letter ถือเป็นตัวอย่างแรกของทักษะการสื่อสารของคุณ นายจ้างในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะใช้มันเพื่อประเมินความคิดสร้างสรรค์ น้ำเสียงในการเขียน และความสามารถในการนำเสนอแนวคิด

    ตำแหน่งระดับผู้จัดการและผู้บริหาร

    ยิ่งระดับตำแหน่งสูงขึ้น Cover Letter ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะในระดับนี้ ไม่ใช่แค่ทักษะเทคนิคที่สำคัญ แต่วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และความเข้าใจในทิศทางธุรกิจก็สำคัญมากพอ ๆ กัน Cover Letter เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถแสดงความคิดเชิงกลยุทธ์และแนวทางการทำงานของคุณได้

    บริษัทที่เน้นวัฒนธรรมองค์กร

    Startup และบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ culture fit มักจะอ่าน Cover Letter อย่างละเอียด พวกเขาต้องการรู้ว่าคุณเข้าใจค่านิยมของบริษัทและสามารถทำงานร่วมกับทีมได้ดีหรือไม่ Cover Letter เป็นโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้แค่มีทักษะที่ต้องการ แต่ยังมีทัศนคติและค่านิยมที่สอดคล้องกับองค์กรด้วย

    Screenshot 2568-12-19 at 14.54.50.pngหน่วยงานราชการและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

    องค์กรภาครัฐและ NGO มักจะต้องการ Cover Letter เป็นส่วนหนึ่งของการสมัครงานอย่างเป็นทางการ พวกเขาใช้มันเพื่อประเมินความเข้าใจในพันธกิจของหน่วยงาน และแรงจูงใจที่แท้จริงในการทำงานเพื่อสาธารณะ

    ความต่างระหว่าง Cover Letter ที่ดี vs ธรรมดา

    Cover Letter ธรรมดา

    Cover Letter ธรรมดามักจะมีลักษณะดังนี้: เริ่มต้นด้วยประโยคแนะนำตัวที่น่าเบื่อ เช่น "ชื่อของผมคือ... และผมกำลังสมัครตำแหน่ง..." เป็นเนื้อหาซ้ำที่มีอยู่ใน Resume โดยไม่เพิ่มมูลค่าอะไรใหม่ ใช้ภาษาที่เป็นทางการจนเกินไป ไม่มีการวิจัยเกี่ยวกับบริษัท มีเพียงข้อมูลทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกบริษัท ไม่มีตัวอย่างหรือตัวเลขที่เป็นรูปธรรม 

    Cover Letter ที่ดี

    ในทางตรงกันข้าม Cover Letter ที่ดีจะดึงดูดความสนใจตั้งแต่ประโยคแรกด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง หรือความสำเร็จที่น่าประทับใจที่เล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงประสบการณ์ของคุณกับความต้องการของบริษัท แสดงให้เห็นว่าคุณได้ทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทอย่างดี มีการใช้ตัวอย่างเฉพาะเจาะจงและตัวเลขที่แสดงผลลัพธ์ และปิดท้ายด้วย call-to-action ที่มั่นใจและชัดเจน

    ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

    Cover Letter ธรรมดา: "ผมมีประสบการณ์ 5 ปีในด้านการตลาดดิจิทัล และผมเชื่อว่าผมมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนี้"

    Cover Letter ที่ดี: "เมื่อปีที่แล้ว ผมได้พัฒนากลยุทธ์ content marketing ที่เพิ่ม organic traffic ได้ 180% ภายใน 6 เดือน ซึ่งส่งผลให้ conversion rate เพิ่มขึ้น 45% ผมสังเกตว่าบริษัทคุณกำลังขยายตัวในตลาด Southeast Asia และผมตื่นเต้นมากที่จะนำประสบการณ์นี้มาช่วยขับเคลื่อนการเติบโต"

    โครงสร้าง Cover Letter ที่ HR ชอบ

    1.ย่อหน้าเปิด: ดึงดูดความสนใจทันที (3-4 ประโยค)

    เริ่มต้นด้วยสิ่งที่ทำให้คุณโดดเด่นจากคู่เเข่ง อาจจะเป็นความสำเร็จที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือเหตุผลที่น่าสนใจว่าทำไมคุณถึงสนใจบริษัทนี้ หลีกเลี่ยงการเริ่มต้นแบบ "ชื่อของผมคือ..." แต่ให้เริ่มด้วยประโยคที่ดึงดูดความสนใจ

    ระบุตำแหน่งที่สมัครอย่างชัดเจน และถ้าเป็นไปได้ ให้อ้างอิงถึงบุคคลที่แนะนำ หรือที่ที่คุณพบประกาศงาน แสดงความกระตือรือร้นและความเชื่อมโยงเบื้องต้นกับบริษัท

    2.ย่อหน้ากลาง 1-2: แสดงคุณค่าของคุณ (4-5 ประโยคต่อย่อหน้า)

    หัวใจหลักของ Cover Letter คือใช้ตัวอย่างเฉพาะเจาะจงจากประสบการณ์ของคุณที่แสดงให้เห็นว่าคุณมีทักษะที่ตำแหน่งนี้ต้องการ 

    เชื่อมโยงประสบการณ์ของคุณกับความต้องการของบริษัทที่ระบุไว้ใน job description แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้แค่มีทักษะ แต่คุณได้ใช้มันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ใช้ตัวเลขและข้อมูลเพื่อทำให้เรื่องราวเเละประสบการณ์ของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น

    ในย่อหน้าที่สอง แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจบริษัทและอุตสาหกรรม อ้างอิงถึงโครงการล่าสุดของบริษัท ค่านิยม หรือทิศทางการเติบโต อธิบายว่าทักษะและประสบการณ์ของคุณจะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร

    3.ย่อหน้าปิด: Call-to-Action ที่มั่นใจ (3-4 ประโยค)

    สรุปว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้โดยเฉพาะ แสดงความกระตือรือร้นในการได้พูดคุยเพิ่มเติม และแนะนำขั้นตอนต่อไปอย่างชัดเจน เช่น "ผมหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้พูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่ผมสามารถช่วยให้ทีมของคุณบรรลุเป้าหมายในปีนี้"

    ขอบคุณสำหรับเวลาและการพิจารณา และระบุว่าคุณพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้าสัมภาษณ์เมื่อใดก็ได้

    รูปแบบและความยาว

    Cover Letter ที่ดีควรมีความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4 ใช้ font ที่อ่านง่าย เช่น Arial, Calibri หรือ Times New Roman ขนาด 11-12 point มี margin ที่เหมาะสม (ประมาณ 1 นิ้วทุกด้าน) และมีระยะห่างระหว่างบรรทัดที่อ่านสบาย (1.15 - 1.5)

    ใช้ภาษาที่เป็นมืออาชีพแต่ไม่เป็นทางการจนเกินไป ตรวจสอบการสะกดคำและไวยากรณ์อย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่ซับซ้อนหรือศัพท์เทคนิคมากเกินไป เว้นแต่จะเหมาะสมกับอุตสาหกรรมนั้น ๆ

    วิธีสร้าง Cover Letter ให้ตรงตำแหน่งงาน

    ขั้นตอนที่ 1: วิเคราะห์ Job Description อย่างละเอียด

    อ่าน job description อย่างน้อย 3 รอบ และจดบันทึกคำสำคัญที่ปรากฏซ้ำ ๆ ระบุทักษะหลัก 3-5 อย่างที่บริษัทต้องการมากที่สุด หาข้อมูลเกี่ยวกับความท้าทายที่ตำแหน่งนี้อาจเผชิญ และเข้าใจว่าพวกเขากำลังมองหาคนแบบไหนจริง ๆ

    ขั้นตอนที่ 2: Research ข้อมูลบริษัทอย่างละเอียด

    ไปที่เว็บไซต์บริษัทและอ่านส่วน About Us, Mission & Values, และ Recent News หรือค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมบน social media  อ่านบทความหรือข่าวที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และพยายามเข้าใจว่าบริษัทกำลังเติบโตไปในทิศทางไหน มีปัญหาอะไรที่คุณอาจช่วยแก้ไขได้

    Screenshot 2568-12-19 at 14.55.18.pngขั้นตอนที่ 3: จับคู่ประสบการณ์ของคุณกับความต้องการของพวกเขา

    สร้างตารางที่มี 2 คอลัมน์ คอลัมน์แรกเขียนความต้องการจาก job description และคอลัมน์ที่สองเขียนประสบการณ์หรือทักษะของคุณที่ตรงกับความต้องการนั้น เลือก 2-3 ประเด็นที่คุณมีเรื่องราวที่แข็งแกร่งที่สุดมาเน้นใน Cover Letter

    ขั้นตอนที่ 4: เขียนเรื่องราวที่มีความหมาย

    สำหรับแต่ละประเด็นที่คุณเลือก ให้เขียนเรื่องราวสั้น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าคุณได้ใช้ทักษะนั้นอย่างไร ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่คุณสมัคร ใช้ตัวเลขและข้อมูลที่เป็นรูปธรรมเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ

    ขั้นตอนที่ 5: ปรับแต่งน้ำเสียงให้เข้ากับวัฒนธรรมบริษัท

    ถ้าเป็น startup หรือบริษัทเทคโนโลยี คุณอาจใช้น้ำเสียงที่เป็นกันเองและแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น ถ้าเป็นบริษัทระดับองค์กรหรือธุรกิจที่เป็นทางการ ควรใช้ภาษาที่สุภาพและมืออาชีพมากขึ้น ดูตัวอย่างจากเว็บไซต์บริษัท social media หรือ blog ของพวกเขาเพื่อเข้าใจน้ำเสียงที่พวกเขาใช้

    ขั้นตอนที่ 6: ทบทวนและปรับปรุง

    หลังจากเขียนเสร็จแล้ว ให้พักสักครู่แล้วกลับมาอ่านใหม่ ตรวจสอบว่าทุกประโยคเพิ่มมูลค่าให้กับเรื่องราวของคุณหรือไม่ ตัดประโยคที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็นออก ให้เพื่อนหรือพี่เลี้ยงอ่านและขอ feedback และอ่านออกเสียงเพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหามีการไหลที่ดีและฟังดูเป็นธรรมชาติ

    เคล็ดลับเพิ่มเติม

    ใช้คำสำคัญจาก job description ใน Cover Letter ของคุณ เพราะหลายบริษัทใช้ระบบ ATS (Applicant Tracking System) ที่จะสแกนหาคำเหล่านี้ แต่ใช้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ยัดเยียดเข้าไปโดยไม่มีความหมาย

    แสดงความกระตือรือร้นแต่อย่าดูหมดหวังเกินไป คุณต้องการแสดงว่าคุณต้องการงานนี้ แต่ก็มีความมั่นใจในคุณค่าที่คุณจะนำมาให้

    หากมีช่องว่างในประวัติการทำงาน ให้อธิบายอย่างสั้น ๆ และเป็นเชิงบวก เน้นที่สิ่งที่คุณเรียนรู้หรือทำในช่วงเวลานั้น เช่น การพัฒนาทักษะใหม่ การศึกษาต่อ หรือการทำงานอิสระ

    Cover Letter ยังคงมีความสำคัญในยุค AI

    แม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการแสดงตัวตนที่แท้จริงยังคงเป็นสิ่งที่มีค่าในตลาดงาน Cover Letter ที่ดีไม่ได้เป็นเพียงการทำซ้ำ Resume แต่เป็นการเล่าเรื่องราวของคุณในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจบริษัท ตำแหน่งงาน และสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างไร

    สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า Cover Letter ที่ดีต้องมีความเฉพาะเจาะจง มีเรื่องราวที่แท้จริง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสมัครงานกับบริษัทนั้น ๆ โดยเฉพาะ ในยุคที่ทุกคนสามารถส่งใบสมัครได้ง่าย ๆ แค่คลิกเดียว การใช้เวลาเขียน Cover Letter ที่ดีจึงเป็นวิธีที่แสดงให้เห็นว่าคุณจริงจังกับโอกาสนี้และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับบริษัท

    พัฒนาทักษะการสมัครงานและวางแผนอาชีพกับ Jobcadu

    Screenshot 2568-12-19 at 14.56.25.png

    หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียน Cover Letter, Resume หรือต้องการคำแนะนำในการวางแผนเส้นทางอาชีพของคุณ Jobcadu คือแพลตฟอร์มที่ครบครันสำหรับคุณ

    Jobcadu เป็นเเพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้คุณสามารถ:

    • ค้นหางานที่ใช่ จากฐานข้อมูลตำแหน่งงานที่หลากหลาย

    • เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ผ่านคอร์สและแหล่งความรู้ที่ทันสมัย

    • วางแผนอาชีพ ด้วยเครื่องมือและคำแนะนำจาก AI ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับคุณ

    ทุกอย่างอยู่ในที่เดียว (All in one place) ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาที่กำลังเริ่มต้น มืออาชีพที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน หรือผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะให้ทันยุค JobCadu พร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาอาชีพของคุณ


    อาชีพที่เกี่ยวข้อง

    เด็กจบใหม่ควรเริ่มหางานจากที่ไหน ถึงจะไม่หลงทาง
    RESUME & PORTFOLIO
    เด็กจบใหม่ควรเริ่มหางานจากที่ไหน ถึงจะไม่หลงทาง
    เเนะนำ 5 วลีภาษาอังกฤษบนเรซูเม่ ที่ทำให้ HR บริษัทข้ามชาติ (MNC) ประทับใจในทันที
    RESUME & PORTFOLIO
    เเนะนำ 5 วลีภาษาอังกฤษบนเรซูเม่ ที่ทำให้ HR บริษัทข้ามชาติ (MNC) ประทับใจในทันที
    Resume สายวิศวะ ทำยังไงให้ดี HR ไม่ปัดตก
    RESUME & PORTFOLIO
    Resume สายวิศวะ ทำยังไงให้ดี HR ไม่ปัดตก
    สร้างเรซูเม่มืออาชีพให้โดดเด่น: เพิ่มโอกาสได้งานกับ Jobcadu Resume Builder
    RESUME & PORTFOLIO
    สร้างเรซูเม่มืออาชีพให้โดดเด่น: เพิ่มโอกาสได้งานกับ Jobcadu Resume Builder
    Interpersonal หรือ Soft Skill ไหนที่ควรมีในการทำงานและใส่ใน Resume เพื่อให้ถูกใจ HR
    RESUME & PORTFOLIO
    Interpersonal หรือ Soft Skill ไหนที่ควรมีในการทำงานและใส่ใน Resume เพื่อให้ถูกใจ HR
    เคล็ดลับการทำ Resume ให้โดนใจนายจ้าง
    RESUME & PORTFOLIO
    เคล็ดลับการทำ Resume ให้โดนใจนายจ้าง
    Resume Tips เรซูเม่ฝึกงานเขียนและทำยังไงให้ถูกใจ Hr ด้วยเทคนิคจาก Jobcadu
    RESUME & PORTFOLIO
    Resume Tips เรซูเม่ฝึกงานเขียนและทำยังไงให้ถูกใจ Hr ด้วยเทคนิคจาก Jobcadu
    5 เว็บทำเรซูเม่สุดปัง สวยเช้ง เทมเพลตมากมาย พร้อมมัดใจ Hr ทุกการสมัครงาน
    RESUME & PORTFOLIO
    5 เว็บทำเรซูเม่สุดปัง สวยเช้ง เทมเพลตมากมาย พร้อมมัดใจ Hr ทุกการสมัครงาน
    พื้นฐานทำพอร์ตโฟลิโอสมัครงาน : ฉายแสงให้ตัวคุณ (Job-Winning Portfolio)
    RESUME & PORTFOLIO
    พื้นฐานทำพอร์ตโฟลิโอสมัครงาน : ฉายแสงให้ตัวคุณ (Job-Winning Portfolio)