โพสต์เมื่อ January 22, 2026
Career Pathway
แท็ก:
"ยากกว่าภาษาไหน ๆ ก็คงจะเป็นภาษาของเธอ" ถ้าคุณเคยตั้งคำถามว่า "ความรัก" มันแปลออกมาเป็นภาษาได้ไหม? ซีรีส์เรื่องใหม่จาก Netflix อย่าง Can This Love Be Translated? หรือชื่อไทยว่า ยากชะมัด รักภาษาอะไร อาจจะมีคำตอบให้คุณ
จูโฮจิน (รับบทโดย คิมซอนโฮ) ล่ามอัจฉริยะหนุ่มผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และอิตาลีอย่างคล่องแคล่ว จนแทบไม่มีคำไหนที่เขาแปลไม่ได้ ชีวิตที่เคยเรียบง่ายของเขาพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัวของ ชามูฮี (รับบทโดย โกยุนจอง) นักแสดงสาวซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่กำลังเดินทางไปถ่ายรายการวาไรตี้ในหลายประเทศทั่วโลก

ตลอดการเดินทางที่พาทั้งคู่ไปพบกับวัฒนธรรมและผู้คนมากมาย ระหว่างการแปลบทสนทนา การประชุมงาน และการสัมภาษณ์ให้กับมูฮี โฮจินค้นพบว่า แม้ทั้งคู่จะสื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน แต่ "ความรู้สึก" ที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจกลับกลายเป็นสิ่งที่ยากจะตีความและแปลออกมาเป็นคำพูดได้มากที่สุด
ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อย ๆพัฒนาอย่างช้าๆ เมื่อโฮจินต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ภาษาแห่งความรักนั้นไม่มีในพจนานุกรมเล่มไหน และไม่สามารถแปลด้วยไวยากรณ์ใด ๆ ได้ เขาจะหาคำตอบของ "ความรัก" ที่ซ่อนอยู่ในใจของมูฮีได้หรือไม่? และเมื่อความรักเริ่มผลิบาน การเป็นเพียง "ล่ามที่ยืนข้าง ๆ" จะยังพอใจได้อีกหรือไม่?
แถมยังมี ฮิโระ คุโรซาวะ (รับบทโดย โซตะ ฟุคุชิ) ท็อปสตาร์หนุ่มหล่อจากญี่ปุ่นผู้ได้ฉายาว่า "เจ้าชายแห่งซีรีส์โรแมนติก" ที่เข้ามาออกรายการร่วมกับมูฮี ทำให้สถานการณ์ยิ่งสับสนและตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
ทำความรู้จักอาชีพล่ามซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แค่เล่าเรื่องราวความรักที่น่าติดตาม แต่ยังนำเสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาชีพ "ล่าม" อาชีพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมีบทบาทสำคัญอย่างมากในโลกที่เชื่อมต่อกันไร้พรมแดน
ล่าม (Interpreter) คือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่ทำหน้าที่แปลคำพูดจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งแบบทันทีทันใด โดยไม่ใช้ข้อความเขียน ต่างจาก นักแปล (Translator) ที่ทำงานกับข้อความเขียนและมีเวลาในการตรวจทานงาน ล่ามต้องมีทักษะในการฟัง เข้าใจ และถ่ายทอดความหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที
ล่ามแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น:
ล่ามติดตาม (Consecutive Interpreting) - ฟังผู้พูดจบแล้วค่อยแปล
ล่ามพูดพร้อม (Simultaneous Interpreting) - แปลพร้อมกับที่ผู้พูด มักใช้ในงานประชุมระดับสูง
ล่ามกระซิบ (Whisper Interpreting) - กระซิบแปลให้ผู้ฟังจำนวนน้อย หรือการประชุมกลุ่มย่อย
ล่ามส่วนตัว - เหมือนโฮจินในซีรีส์ที่ทำงานติดตัวบุคคลสำคัญ
อาชีพล่ามถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะล่ามที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาที่หายากหรือภาษาที่มีความต้องการสูง
ล่ามมือใหม่มีรายได้เฉลี่ย 25,000-35,000 บาทต่อเดือน
ล่ามที่มีประสบการณ์ 3-5 ปี รายได้ 40,000-70,000 บาทต่อเดือน
ล่ามระดับอาวุโส หรือล่ามอิสระที่รับงาน Freelance สามารถหารายได้ได้ถึง 80,000-150,000 บาทต่อเดือน หรือมากกว่า
ค่าจ้างล่ามอิสระต่องาน (Per Day Rate) อยู่ที่ 8,000-25,000 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับภาษาและความยากของงาน
ล่ามในสหรัฐอเมริกามีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $50,000-$80,000 ต่อปี (1.7-2.8 ล้านบาทต่อปี)
ล่ามระดับสูงที่ทำงานให้องค์การสหประชาชาติหรือสถาบันระดับโลก สามารถมีรายได้ถึง $100,000-$150,000 ต่อปี (3.5-5.3 ล้านบาทต่อปี)
ล่ามภาษาหายาก เช่น อาหรับ จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี มักได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าล่ามภาษาทั่วไป
การเป็นล่ามไม่ใช่แค่พูดภาษาได้หลายภาษา แต่ต้องมีการพัฒนาทักษะและประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง
เริ่มต้นด้วยการเรียนภาษาต่างประเทศอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรีสาขาภาษา การแปลและล่าม หรือการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม
เข้ารับการอบรมเฉพาะทางด้านการล่าม เช่น หลักสูตรล่ามติดตาม ล่ามซิงโครไนซ์ จากสถาบันที่ได้รับการรับรอง
ฝึกฝนทักษะการฟัง การจดจำ และการถ่ายทอดภาษาอย่างสม่ำเสมอ
2. การสะสมประสบการณ์เริ่มจากงานล่ามทั่วไป เช่น งานสัมมนา งานประชุมทางธุรกิจ หรืองานแปลเอกสาร
ค่อย ๆ สร้างพอร์ตโฟลิโอและเครือข่าย (Networking) ในวงการ
พัฒนาความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ เช่น ด้านการแพทย์ กฎหมาย เทคโนโลยี หรือการเมือง
ขอรับใบรับรอง (Certification) จากองค์กรวิชาชีพ เช่น AIIC (International Association of Conference Interpreters) หรือ NRPSI ในสหราชอาณาจักร
ในไทย สามารถสมัครเป็นสมาชิกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย
ทำงานเป็นล่ามอิสระ (Freelance) หรือทำงานประจำกับองค์กรระหว่างประเทศ สถานทูต หรือบริษัทข้ามชาติ
ติดตามข่าวสารและความรู้ในหลากหลายสาขา เพราะล่ามต้องเข้าใจบริบทของเรื่องที่กำลังแปล
เรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม ยิ่งพูดได้หลายภาษามาก โอกาสในการทำงานก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
พัฒนาทักษะ Soft Skills เช่น ความมั่นใจ การจัดการความเครียด และการทำงานภายใต้แรงกดดัน
1. สร้างสะพานเชื่อมโยงการสื่อสาร ล่ามเป็นตัวกลางที่ทำให้ผู้คนที่พูดคนละภาษาสามารถเข้าใจกันได้ ไม่ว่าจะเป็นในการประชุมระดับรัฐบาล การเจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่การให้บริการด้านสุขภาพ
2. รักษาความแม่นยำและความเป็นกลาง ล่ามมืออาชีพต้องแปลอย่างตรงไปตรงมาและไม่ใส่ความเห็นส่วนตัว สิ่งนี้สำคัญมากในการเจรจาระหว่างประเทศ การพิจารณาคดีความ หรือการประชุมองค์การระหว่างประเทศ
3. เปิดโอกาสทางธุรกิจและการท่องเที่ยว ล่ามช่วยให้ธุรกิจข้ามชาติสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้สะดวกขึ้น และช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นเมื่อเดินทางไปยังประเทศที่มีภาษาต่างจากของตน
4. ส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม ล่ามไม่ได้แค่แปลภาษา แต่ยังต้องเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และความแตกต่างในการสื่อสาร เพื่อให้การถ่ายทอดความหมายนั้นถูกต้องและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
5. มีบทบาทในเหตุการณ์สำคัญระดับโลก จากการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ไปจนถึงการประชุมองค์การสหประชาชาติ ล่ามคือผู้ที่ทำให้การสื่อสารในเวทีระดับโลกเหล่านี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น
ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่แท้จริงของการเป็นล่าม ไม่ใช่แค่การแปลคำพูด แต่คือการเข้าใจและถ่ายทอดความรู้สึก อารมณ์ และบริบทที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาษา
เหมือนที่โฮจินค้นพบว่า "ความรัก" นั้นแปลยาก ไม่ใช่เพราะไม่มีคำศัพท์ แต่เพราะมันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ภาษาใด ๆ จะบรรยายได้อย่างสมบูรณ์
Can This Love Be Translated? (ยากชะมัด รักภาษาอะไร) เริ่มออนแอร์แล้ววันนี้ ทาง Netflix พร้อมซับไทยและพากย์ไทย รับประกันความสนุกและความฟินแน่นอน
หากคุณสนใจอาชีพล่าม หรืออาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษาและการสื่อสาร แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรืออยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพไหนจริง ๆ
เริ่มต้นค้นหาอาชีพในฝันของคุณได้ที่ Jobcadu เลย