โพสต์เมื่อ June 22, 2026
Inspiration
แท็ก:
หากพูดถึงชื่อ “Kevin Wu” หลายคนในแวดวงการพัฒนาผู้นำและการโค้ชอาจรู้จักเขาในฐานะ ICF Coach, Neuroscience Coach และ Certified Professional Coach ผู้ทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ และคนทำงานที่กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตและอาชีพ
บทบาทของเขาไม่ใช่การบอกว่าควรทำอะไร แต่เป็นการช่วยให้ผู้คนมองเห็นความคิดของตัวเองชัดขึ้น เปลี่ยนกรอบความคิดที่จำกัดศักยภาพ และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจเพื่อก้าวไปข้างหน้า
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดการทำงานกับผู้บริหารและคนเก่งจำนวนมาก Kevin พบว่าปัญหาที่แท้จริงของคนส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ แต่อยู่ที่การไม่เข้าใจตัวเองต่างหาก
หลายคนอาจเคยอยู่ในสถานการณ์ที่งานกำลังไปได้ดี รายได้มั่นคง หน้าที่การงานก้าวหน้า แต่ลึกๆ กลับรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีความสุข หรือเริ่มหมดไฟโดยไม่รู้สาเหตุ
Kevin มองว่าต้นตอสำคัญของปัญหานี้คือ การที่ผู้คนจำนวนมากหลงลืม “ความหมาย” ของการทำงาน
“หลายคนทำงานเพื่อเป้าหมายขององค์กร เพื่อครอบครัว หรือเพื่อความคาดหวังของคนรอบข้าง แต่ลืมถามตัวเองว่า เป้าหมายของตัวเองจริงๆ คืออะไร”
ในหลายกรณี คนทำงานมุ่งไปที่ความสำเร็จภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง รายได้ หรือ Achievement ต่างๆ จนละเลยสุขภาพ ความสัมพันธ์กับคนสำคัญ และความสมดุลทางจิตใจ
เมื่อเวลาผ่านไป แม้จะประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย
“บางคนทำงานหนักมาก ประสบความสำเร็จมาก แต่สุดท้ายกลับไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร นั่นคือจุดเริ่มต้นของภาวะหมดไฟและความไม่มีความสุข”
หนึ่งในเรื่องที่ Kevin พบอยู่บ่อยคือ คนที่มีความสามารถสูงกลับเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจหรือไม่กล้าก้าวออกจาก Comfort Zone
เขาอธิบายว่า ความเก่งกับความมั่นใจเป็นคนละเรื่องกัน คนเก่งมักมองเห็นความเสี่ยง อุปสรรค และผลกระทบได้ชัดกว่าคนทั่วไป เพราะพวกเขามีประสบการณ์และมุมมองที่ลึกกว่า นั่นทำให้หลายครั้งพวกเขาคิดมากเกินไป จนไม่กล้าลงมือทำ
“คนเก่งไม่ได้ขาดความสามารถ แต่บางครั้งพวกเขาเห็นปัญหาชัดเกินไป จนไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า”
สำหรับ Kevin ความมั่นใจที่แท้จริงไม่ใช่การไม่มีความกลัว แต่คือการเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถเรียนรู้และผ่านมันไปได้
“ความมั่นใจไม่ได้หมายถึงการไม่กลัวอะไรเลย แต่หมายถึงการเชื่อว่า ต่อให้ล้มเหลวหรือเจออุปสรรค เราก็จะเรียนรู้และเติบโตจากมันได้”
ในโลกการทำงาน หลายคนยุ่งตลอดเวลา ประชุมทั้งวัน ตอบอีเมล แก้ปัญหา และรับผิดชอบงานจำนวนมาก แต่ Kevin ตั้งคำถามว่า สิ่งเหล่านั้นคือการเติบโตจริงหรือไม่
“Movement is not Growth. การเคลื่อนไหวไม่ใช่การเติบโต”
เขาอธิบายว่า หลายคนกำลังยุ่งอยู่กับงาน แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ได้พัฒนาวิธีคิด หรือไม่ได้สร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิ การเติบโตที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อคนเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น พัฒนาความสามารถในการตัดสินใจ พัฒนาภาวะผู้นำ และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับตัวเอง
“การเคลื่อนไหวทำให้คุณยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่การเติบโตจะเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณ”
Kevin เชื่อว่าคนจำนวนมากเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Career Stagnation หรือภาวะที่รู้สึกว่าชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า หลายคนคิดว่าปัญหาเกิดจากการทำงานไม่หนักพอ แต่ในความเป็นจริง หลายคนทำงานหนักมากอยู่แล้ว ปัญหาคือ พวกเขากำลังทำสิ่งเดิมซ้ำๆ เป็นเวลาหลายปี โดยไม่ได้พัฒนาวิธีคิดหรือทักษะใหม่ๆ
“บางคนมีประสบการณ์ 10 ปี แต่จริงๆ แล้วคือการทำประสบการณ์ปีเดียวซ้ำ 10 ครั้ง”
Kevin มองว่าการเติบโตในช่วง Mid-Career ไม่ได้เกิดจากการเพิ่มทักษะทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาทักษะด้านภาวะผู้นำ การคิดเชิงกลยุทธ์ การสื่อสาร และความยืดหยุ่นทางอารมณ์
ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้คนก้าวไปสู่ระดับถัดไปของชีวิตการทำงาน
สำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะลาออกหรือเปลี่ยนงานดีหรือไม่ Kevin แนะนำว่า คำถามแรกที่ควรถามตัวเองไม่ใช่
“ควรเปลี่ยนงานไหม”
แต่ควรเป็น
“ทำไมเราถึงไม่อยากทำงานนี้แล้ว”
เพราะถ้าไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ต่อให้เปลี่ยนงานใหม่ ปัญหาเดิมก็อาจกลับมาอีก เขามองว่าความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต ทุกครั้งที่เราออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย เราจะต้องเจอกับความกลัว ความกังวล และความไม่แน่นอนเสมอ แต่ถ้าสามารถผ่านมันไปได้ เราจะได้เติบโตในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เมื่อเราออกจากสิ่งที่ควบคุมได้ ไปสู่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ความกลัวจะเกิดขึ้นเสมอ แต่ถ้าเราผ่านมันไปได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต”
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้แนวทางการโค้ชของ Kevin แตกต่าง คือการผสมผสานศาสตร์ด้าน Neuroscience, Coaching และ Leadership Strategy เข้าด้วยกัน
เขาเชื่อว่า ผู้นำที่เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ จะหยุดพยายามควบคุมคน และเริ่มเรียนรู้วิธีสนับสนุนและพัฒนาคนแทน
“ผู้นำที่ดีไม่ได้สร้างผลลัพธ์ผ่านการควบคุม แต่สร้างผลลัพธ์ผ่านการเข้าใจและพัฒนาศักยภาพของคน”
เมื่อเข้าใจว่ามนุษย์คิด ตัดสินใจ และตอบสนองต่อแรงกดดันอย่างไร การบริหารทีมก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
Kevin เชื่อว่าคำถามที่หลายคนถามตัวเองผิดมาตลอดคือ
“ฉันควรทำอาชีพอะไร”
ในขณะที่คำถามที่สำคัญกว่าคือ
“ฉันอยากสร้างผลกระทบอะไรให้กับโลก และอยากมีชีวิตแบบไหน”
เพราะการตัดสินใจเรื่องอาชีพจากเงินเดือน ตำแหน่ง หรือความคาดหวังของคนอื่น อาจสร้างความสำเร็จในระยะสั้น
แต่ความสุขระยะยาวมักเกิดจากการที่ Passion, Strength และ Values ทำงานร่วมกัน
เมื่อทั้งสามสิ่งเชื่อมต่อกัน เราจะเริ่มมองเห็น Purpose หรือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต
Kevin ตอบอย่างชัดเจนว่า
“คนที่อยากเปลี่ยนแปลง”
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน อาชีพ ธุรกิจ วิธีคิด หรือเป้าหมายชีวิต
เขามองว่าหน้าที่ของโค้ชไม่ใช่การให้คำตอบ แต่คือการช่วยให้คนมองเห็นตัวเลือก มองเห็นทางออก และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง
“ผมช่วยให้คนค้นพบตัวเอง เห็นทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และมั่นใจมากขึ้นในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ”
ก่อนจบบทสัมภาษณ์ Kevin ฝากประโยคหนึ่งที่เขาชอบมาก
“Your first step toward getting somewhere is to decide you're not staying where you are.”
“ก้าวแรกของการไปถึงจุดหมาย คือการตัดสินใจว่าจะไม่อยู่ที่เดิมอีกต่อไป”
เขาเชื่อว่าความชัดเจนในชีวิตไม่ได้เกิดจากการคิดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำ การสะท้อนบทเรียน และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ดังนั้น แทนที่จะถามตัวเองว่า “พร้อมหรือยัง”
ลองเปลี่ยนเป็นถามว่า
“เราพร้อมที่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลงหรือยัง”
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความก้าวหน้าในชีวิตมักเริ่มต้นจากการกระทำเล็กๆ เพียงครั้งเดียว
การเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองที่จะปรับตัว เรียนรู้ และเดินหน้าต่อไป อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ที่คุณกำลังมองหาอยู่ในวันนี้
ไม่พบหัวข้อในบทความนี้