11 วิธีแก้ง่วง เมื่อรู้สึกง่วงในที่ทำงาน ทำแล้วหายง่วงแน่นอน!

โพสต์เมื่อ January 30, 2025

Wellbeing

แท็ก:

Productivity
Employee Wellbeing
การทำงาน
ชีวิตคนทำงาน
Workplace
Officeworker
Relax
วิธีเเก้ง่วง
อาการง่วงนอน
เเก้ง่วง
มนุษย์ออฟฟิศ
สุขภาพดี
11 วิธีแก้ง่วง เมื่อรู้สึกง่วงในที่ทำงาน ทำแล้วหายง่วงแน่นอน!

เชื่อว่าหลายคนเคยเจอปัญหาง่วงนอนระหว่างทำงาน อาการง่วงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้สมองตื้อ คิดงานไม่ออก วันนี้เรามีวิธีแก้ง่วงแบบฉบับมนุษย์ออฟฟิศที่ช่วยให้คุณตื่นตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


สาเหตุที่ทำให้เราง่วงนอนในที่ทำงาน

ก่อนที่เราจะไปถึงวิธีแก้ไขปัญหานั้น ลองมาดูสาเหตุที่ทำให้เราง่วงนอนกันก่อนดีกว่า อาจจะมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เช่น


  • นอนไม่พอ: การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอในช่วงกลางคืนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนในระหว่างวัน
  • อาหาร: การรับประทานอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงในมื้อกลางวัน อาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและง่วงนอน
  • สภาพแวดล้อม: อุณหภูมิในห้องที่เย็นเกินไป หรือแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ 
  • ความเครียด: ความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ และทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา


11 วิธีแก้ง่วง เมื่อรู้สึกง่วง


1. ล้างหน้า เพื่อให้สดชื่นขึ้น

น้ำเย็นช่วยกระตุ้นระบบประสาทและทำให้ร่างกายตื่นตัว หากรู้สึกง่วงมาก ๆ การลุกไปล้างหน้าจะช่วยให้สดชื่นขึ้นทันที น้ำเย็น ๆ จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด ทำให้สมองตื่นตัวขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการลุกเดินไปห้องน้ำก็ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วย


2. กินลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง

ลูกอมรสมินต์หรือรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม หรือองุ่น สามารถช่วยกระตุ้นความตื่นตัวได้ดี เพราะรสชาติที่สดชื่นจะช่วยปลุกประสาทสัมผัส และถ้าเป็นลูกอมรสเปรี้ยว ก็จะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวได้เร็วขึ้น หมากฝรั่งก็ช่วยได้


3. เปลี่ยนอริยาบท

การนั่งในท่าเดิมนาน ๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดความเมื่อยล้าและง่วงนอนได้ ลองเปลี่ยนท่านั่งให้หลังตรงขึ้น หรือขยับเก้าอี้ให้ห่างจากโต๊ะเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายต้องใช้แรงพยุงตัวเองมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดอาการง่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4. นอนหลับให้เพียงพอ

ต้นตอหลักของอาการง่วงมักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรเข้านอนให้เร็วขึ้นและนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เเละลดอาการง่วงระหว่างวัน


5. ออกกำลังกายก่อนนอน

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับสนิทและตื่นมาอย่างสดชื่นในเช้าวันถัดไป แนะนำให้ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น โยคะ ฮูลาฮูป ออกกำลังกายสั้น ๆ เบา ๆ ตามคลิปในยูทูบ หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนนอน ก็ช่วยให้เราหลับง่ายขึ้นอีกด้วย


6. การเลือกอาหารการกิน

หลีกเลี่ยงอาหารมัน ๆ หนักท้อง และควรทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะการทานอาหารมากเกินไปจะทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยมาก ส่งผลให้ง่วงได้ ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูงแต่ไม่หนักท้องเกินไป เช่น ถั่ว ธัญพืช หรือผลไม้


7. ลดของหวาน

น้ำตาลทำให้ร่างกายมีพลังงานพุ่งสูงขึ้นเร็วก็จริง แต่หลังจากนั้นจะเกิดภาวะพลังงานตกฮวบ ทำให้รู้สึกง่วงมากขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ลดการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำชง หรือขนมหวานต่าง ๆ 


8. ฟังเพลงเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว

เสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้ โดยเฉพาะเพลงที่มีจังหวะเร็ว เช่น เพลงแนว EDM, Hiphop หรือ Rock จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้น


9. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น และภาวะขาดน้ำก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ก็จะช่วยให้หายง่วงและสุขภาพดีขึ้นได้


10.หางานอดิเรกทำระหว่างพัก 

ลองหากิจกรรมเบา ๆ ทำในช่วงพัก เช่น เดินเล่น พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ จะช่วยให้สมองตื่นตัวและลดความง่วง


11. ใช้น้ำมันหอมระเหย

กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นเปปเปอร์มินต์ หรือยูคาลิปตัส สามารถช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวได้ ลองหยดน้ำมันหอมระเหยลงบนกระดาษทิชชู่หรือผสมในน้ำแล้วฉีดพรมบริเวณโต๊ะทำงานก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้


ความง่วงนอนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เราสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น การนอนหลับให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายเป็นประจำ คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นและมีพลังงานตลอดทั้งวัน หากยังคงรู้สึกง่วงนอนบ่อย ๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น ๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ หากเราปล่อยให้ตัวเองง่วงจนหลับในที่ทำงาน อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการทำงานของเรา ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กันดู รับรองว่าอาการง่วงจะค่อย ๆ หายไปอย่างแน่นอน


หากบทความนี้น่าสนใจ ใครที่อยากอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์ออฟฟิศ ก็สามารถอ่านต่อได้ที่ Career 


อาชีพที่เกี่ยวข้อง