โพสต์เมื่อ November 1, 2024
Growth
แท็ก:


AI Agent คือโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ทำงานอัตโนมัติโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในธุรกิจต่างๆ เช่น การบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ไม่กี่วันที่แล้ว Google พึ่งมีข่าวว่าจะตั้งโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ Project Jarvis ซึ่งเป็นโปรเจคที่สร้างขึ้นเพื่อ “Automate everyday, Web-based tasks” ซึ่งน่าจะทำงานในเบื้องต้นได้ 3 อย่าง คือ การค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ ซื้อของออนไลน์ และจองไฟลท์การบิน ทั้งหมดนี้ด้วย Computer Agent เองภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องผ่านคน - เพื่อเตรียมสู้รบปรบมือกับ Use Case ใหม่ ๆ จากค่ายเจ้าของโมเดล AI ดัง ๆ อย่าง Microsoft, Anthropic และมีข่าวลือว่า OpenAI ก็กำลังจะเตรียมเข้ามาสู้ในสมรภูมิ Layer นี้เช่นกัน
แนวคิดการมี Agent นั้นพัฒนาจากโมเดลที่เรียกว่า LAM หรือ Large Action Model ซึ่งแตกต่างจาก LLM โดยจะเน้นไปที่การเข้าใจกระบวนการ และซับซ้อนมากกว่าการเข้าใจบริบทและสร้างข้อความ
AI Agent คือหนึ่งในเทคโนโลยีบน Application Layer ที่อาจเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ โดย AI Agent คือระบบอัตโนมัติที่สามารถรับรู้สิ่งแวดล้อม ทำการตัดสินใจ และดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า AI Agent คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และมีแนวโน้มที่จะมาแทน Prompt Engineer หรือ Software-as-a-Service (SaaS) ได้หรือไม่
ก่อนอื่นเรามากลับมาคุยกันเรื่อง AI ในมุมของนักธุรกิจก่อน
"AI คือเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยที่คำจำกัดความของ AI เปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการและอีโก้ของมนุษย์" Roelof Botha
ผู้บริหารกองทุนที่ Sequoia Capital บริษัทร่วมลงทุนชั้นนำที่ลงทุนใน Google Nvidia และบริษัทชื่อดังอื่น ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก มองว่าความก้าวหน้าใน AI ช่วยให้คนในวงการธุรกิจใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้นและเชื่อว่าต้นทุนการประมวลผลที่ลดลงจะทำให้การใช้ AI ในอนาคตอาจมีต้นทุนใกล้ศูนย์
เทคโนโลยีกับการทำธุรกิจ?
เทคโนโลยีที่มอบประโยชน์ให้เจ้าของธุรกิจ ผู้ใช้งานและส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้าได้ดีที่สุด มีแนวโน้มที่จะเป็นที่ต้องการ มีมูลค่าและความต้องการที่จะจ่ายที่สูงขึ้น ดังนั้นหากเทคโนโลยีอย่าง AI Agent ที่เป็นเครื่องมือใหม่ชนิดหนึ่ง เสมือนมีเลขามานั่งทำงานบางอย่างแทนเรา เร็วกว่าการเขียน Prompt หรือการใช้ซอฟท์แวร์ที่มี UX/UI ดี ๆ มันก็จะเข้ามาทดแทนเครื่องมือที่ไม่เป็นที่ช้ากว่า ไม่สบายเท่าเหล่านี้ อาจเหมือนที่โทรศัพท์เข้ามาทดแทนโทรเลข รถยนต์เข้ามาแทนรถม้า
ในยุค AI ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว AI Agent กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น แต่ AI Agent แตกต่างจาก Automation Tools และ SaaS with AI Integration อย่างไร? บทความนี้จะอธิบายถึงความหมายของ AI Agent ประโยชน์ของการใช้งาน พร้อมตัวอย่าง Use Case และการเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
AI Agent คือระบบซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการรับรู้และประมวลผลข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจและดำเนินการโดยอัตโนมัติ AI Agent มีความสามารถที่พิเศษในการเรียนรู้และปรับตัวจากข้อมูลใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยี Machine Learning และ Deep Learning ทำให้ AI Agent สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนการตอบสนองให้เหมาะสมกับบริบทได้
AI Agent มีการทำงานใน 3 ขั้นตอนหลัก:
การใช้งานของ AI Agent ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม โดยมีการปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ปลายทาง:
AI Agent มอบประโยชน์มากมายให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผู้ใช้รายบุคคล:
เพื่อให้เห็นความแตกต่างของ AI Agent กับเทคโนโลยีอื่น ๆ นี่คือการเปรียบเทียบในแต่ละด้าน:
นักออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศกรซอฟท์แวร์จะสามารถสร้างให้ง่ายต่อผู้ใช้งาน ขณะที่ต้นทุนในการประมวลผลจะต่ำลงทำให้ ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นไปได้ในมุมมองนักธุรกิจในอนาคตอันใกล้
แม้ AI Agent อาจไม่สามารถแทนที่ Prompt Engineering ได้ แต่สามารถช่วยให้การทำ Prompt Engineering มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
Prediction : ในอนาคต AI Agent จะมี baseline ในการให้บริการลูกค้า ขณะที่การเขียน Prompt เพื่อ Customize ความต้องการจะเป็นส่วนขยายของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหมือนการตั้งค่าเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์
จากความต้องการและความน่าดึงดูดในการใช้ AI Agent เพื่อสร้างประสบการณ์ของลูกค้าอย่างล้ำสมัย คาดการณ์ว่าตำแหน่งงานเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนา AI Agent ต่อไป
Role: ฝึกฝนและปรับแต่ง AI agents สำหรับงานเฉพาะโดยใช้ข้อมูลที่มีการติดป้ายกำกับ (labeled data) เพื่อกำหนดพฤติกรรมและปรับพารามิเตอร์
Skills: การทำหมายเหตุข้อมูล (data annotation), ความรู้พื้นฐานด้าน Machine Learning, ความรู้เฉพาะด้าน (domain-specific knowledge)
Role: ดูแลให้ AI agents ทำงานอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ โดยจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เช่น อคติ ความเป็นธรรม และความโปร่งใส
Skills: ความรู้ในกรอบจริยธรรม (ethical frameworks), กฎหมายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (data privacy laws), การวางนโยบาย (policy-making)
Role: ออกแบบและปรับแต่ง prompt เพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการจาก AI language models หรือ conversational agents
Skills: ความคิดสร้างสรรค์ (creativity), การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (language processing), และความเข้าใจในพฤติกรรมของโมเดล AI
Role: ควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน AI ให้มั่นใจว่าการทำงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน
Skills: ความรู้ด้านกฎระเบียบ (regulatory knowledge), การประเมินความเสี่ยง (risk assessment), การจัดการการปฏิบัติตามข้อกำหนด (compliance management)
Role: สร้างการปฏิสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างมนุษย์และ AI agents โดยเน้นที่ประสบการณ์ของผู้ใช้และการตอบสนองของเอเจนต์
Skills: การออกแบบ UX/UI, จิตวิทยา (psychology), การออกแบบการสื่อสาร (communication design)
การพัฒนา AI Agent ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายบางประการในการใช้ AI Agent เช่น การประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน การจัดการความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูล
ในอนาคต AI Agent อาจจะมีบทบาทในการแทนที่บางส่วนของ Prompt Engineering หรือการตั้งค่าระบบ AI ใน Large Language Models (LLM) หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงการทำงานในแอปพลิเคชันดั้งเดิม AI Agent อาจเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่อัจฉริยะและมีความยืดหยุ่นในการให้บริการลูกค้าในทุก ๆ ด้าน