Logo
Logo
  • งาน
    งานประจำที่ออฟฟิศ
    งานระยะไกล
    เครื่องมือโปรไฟล์มืออาชีพ
  • อาชีพ
    Career Portal
    ชุดเครื่องมืออาชีพ
    บทความอาชีพ
  • การศึกษา
  • ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ค้นหาเมนเทอร์
    เป็นเมนเทอร์
  • เครื่องมือสร้างเรซูเม่
  • Premium
  • Jobcadu Logo

    แพลตฟอร์มอาชีพที่ดีที่สุดสำหรับการหางาน, การสรรหาบุคลากร, ค้นหาอาชีพ และค้นพบแหล่งการศึกษา

    งานตามหมวดหมู่

    งานระยะไกล

    งานที่ AI แนะนำ

    เครื่องมือสร้างเรซูเม่

    โปรไฟล์มืออาชีพ

    การพัฒนาอาชีพ

    ชุดเครื่องมืออาชีพ

    ข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ

    หลักสูตรและโปรแกรม

    ที่ปรึกษาและการฝึกสอน

    ค้นหาที่ปรึกษา

    เป็นที่ปรึกษา

    สำหรับนายจ้าง

    ประกาศงาน

    ราคา


    เกี่ยวกับเรา

    ข้อกำหนดการใช้งาน

    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    © 2025 Jobcadu. สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

    6 เคล็ดลับเด็ด เตรียมตัวให้ปังก่อนไปงาน Job Fair

    Resume & Portfolio
    career fair
    job fair
    job fair คือ
    Jobcadu Team
    6 เคล็ดลับเด็ด เตรียมตัวให้ปังก่อนไปงาน Job Fair


    การเข้าร่วม job fair เป็นโอกาสพิเศษในการสร้างเครือข่ายและค้นหาโอกาสการจ้างงานที่เหมาะสมกับคุณ หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดีและปฏิบัติอย่างถูกต้อง คุณสามารถเปลี่ยนการสนทนาสั้น ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นข้อเสนองานที่แท้จริงได้ บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Mandy Liu ซึ่งแนะนำ 7 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จใน job fair ครั้งต่อไปของคุณ


    Job Fair คืออะไร?


    Job fair (อ่านว่า จ๊อบแฟร์) คือ งานที่เปิดโอกาสให้ผู้หางานได้พบกับบริษัทต่าง ๆ ที่กำลังมองหาพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความประทับใจแรกและสร้างเครือข่ายที่มีประโยชน์ รวมถึงสำรวจโอกาสงานที่เปิดรับ


    Job fair ต่างจาก Career Fair ไหม?

    Job fair และ career fair มีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการจัดงานเพื่อให้ผู้หางานได้พบปะกับผู้ว่าจ้าง แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในจุดประสงค์และรูปแบบ:


    1. Job Fair (งานสมัครงาน):

    • มุ่งเน้นไปที่การหาผู้สมัครงานในตำแหน่งที่บริษัทต้องการเปิดรับโดยตรง ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถสมัครงานได้ทันที และบางครั้งอาจมีการสัมภาษณ์หรือการทดสอบในวันนั้นเลย
    • เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังหางานทันทีและต้องการทราบตำแหน่งที่ว่างในตลาดงานปัจจุบัน
    • มักเป็นงานที่โฟกัสไปที่การว่าจ้างในระยะสั้น


    2. Career Fair (งานแนะแนวอาชีพ):

    • เน้นไปที่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพและการสร้างเครือข่าย ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสในการทำงานในระยะยาว พูดคุยกับผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร และสำรวจเส้นทางอาชีพที่ต้องการ
    • เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสร้างเส้นทางอาชีพในระยะยาว หรือนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเอง
    • อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นการจ้างงานทันทีเหมือน job fair
    • คุณควรเตรียมคำถามที่สงสัย อาจเตรียมเรซูเม่หากสนใจอยากฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์


    3 ไฮไลท์สำคัญทำไม Job fair ถึงดีต่อผู้ว่าจ้างที่คุณต้องรู้!


    1. 🌟 Job Fair ช่วยประหยัดเวลา: ในงานเดียวที่รวมผู้จ้างงานหลายบริษัท ทำให้มีผู้สมัครจำนวนมากที่ต้องการได้งานอย่างแท้จริงทำให้สามารถพบปะกันได้ในวันเดียว
    2. 🤝 ประเมินผู้สมัครจากบุคลิกภาพ: โอกาสที่ดีสำหรับผู้ว่าจ้างในการประเมินบุคลิกภาพ ทักษะทางการสื่อสารให้กับผู้จ้างงาน
    3. 🎯 โปรโมทวัฒนธรรมองค์กร: โอกาสที่บริษัทจะได้พูดคุยกับผู้สมัครเพื่อโปรโมท วัฒนธรรมการทำงาน และบรรยากาศของบริษัท ช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่างานและองค์กรนั้น ๆ เหมาะกับคุณหรือไม่



    ก่อนเข้าร่วมงาน: การเตรียมตัวล่วงหน้า


    1. ศึกษาข้อมูลบริษัทเป้าหมายล่วงหน้า


    การทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทที่คุณสนใจคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

    พยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ:


    • ตำแหน่งที่บริษัทนั้นกำลังเปิดรับสมัคร
    • ผลิตภัณฑ์ บริการและคุณค่าของบริษัทคืออะไร
    • ข่าวหรืออัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับบริษัท


    ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถพูดคุยกับตัวแทนบริษัทได้อย่างมั่นใจและตรงประเด็นมากขึ้น


    2. พิมพ์เรซูเม่ในรูปแบบกระดาษ 10-15 ชุด

    แม้ว่าเราจะอยู่ในยุคดิจิทัล การยื่นเรซูเม่ในรูปแบบกระดาษใน job fair ยังคงสร้างความประทับใจได้ดี แนะนำให้พิมพ์เรซูเม่มากกว่าจำนวนบริษัทที่คุณสนใจเล็กน้อย เพื่อให้เพียงพอสำหรับทุกบริษัทและโอกาสที่ไม่คาดคิด


    3. เตรียมบทแนะนำตัว 15 วินาที ที่ทรงพลัง

    คุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการสร้างความสนใจให้กับผู้ว่าจ้าง นอกจากแค่ยื่นเรซูเม่ การเตรียมบทแนะนำตัวสั้น ๆ ภายใน 15 วินาทีที่น่าจดจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทแนะนำตัวนี้ควรเน้นจุดแข็งและทักษะของคุณที่ตรงกับความต้องการของบริษัท


    • พูดให้กระชับ แสดงความมั่นใจ


    อย่าลืมยิ้ม ผู้ว่าจ้างมักพบกับอาการล้า การสร้างความเป็นมิตรสามารถเพิ่มคะแนนด้านมนุษยสัมพันธ์


    ในระหว่างงาน: วิธีสร้างความโดดเด่น


    4. ติดป้ายชื่อที่ด้านขวา

    การติดป้ายชื่อที่ด้านขวาของร่างกายเมื่อกล่าวทักทาย หรือเดินเข้าไปหา จะทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นชื่อของคุณชัดเจน ทำให้ผู้ว่าจ้างจำเราได้มากขึ้น


    5. เน้นที่ความต้องการของบริษัท

    การพูดคุยควรเน้นไปที่ความต้องการของบริษัท ไม่ใช่แค่ทักษะของคุณเท่านั้น ถามพวกเขาว่าต้องการพนักงานไปช่วยทำอะไร แล้วนำเสนอประสบการณ์ของคุณในลักษณะที่สามารถแก้ปัญหาและช่วยเติมเต็มความต้องการเหล่านั้นได้


    6. ถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงและมีคุณค่า

    แทนที่จะถามคำถามทั่วไป เช่น "วันทำงานของคุณเป็นอย่างไร" ให้ลองถามคำถามที่ลงลึกและมีคุณค่า เช่น:

    • ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในตำแหน่งนี้คืออะไร?
    • คุณทำงานร่วมกับทีมอื่น ๆ อย่างไร?


    สามารถพูดคุยเพื่อสร้าง Rapport หากที่บูทหรือผู้ว่าจ้างไม่วุ่นวาย คนไม่เยอะ


    คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจและมีความสนใจที่แท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่การสนทนาที่มีความหมายยิ่งขึ้น


    หลังงาน: ติดตามผลอย่างมืออาชีพ


    7. ส่งคำขอเชื่อมต่อ LinkedIn และอีเมลติดตาม

    หลังงาน job fair อย่าลืมติดตามผล ส่งคำขอ connect ใน LinkedIn โดยระบุถึงสิ่งที่คุณพูดคุยกันในการสนทนา กล่าวขอบคุณ หรือส่งอีเมลติดตามที่สรุปคุณสมบัติและความกระตือรือร้นของคุณต่อบริษัท


    ถึงแม้จะไม่ได้งานหรือโอกาสสัมภาษณ์ แต่การมีคอนเนคชั่นกับรีครูทเตอร์โดยตรงจะเพิ่มโอกาสของเราในอนาคต


    บทสรุป: วิธีใช้ประโยชน์จาก Job Fair

    การประสบความสำเร็จใน job fair ไม่ได้อยู่แค่การไปงาน แต่เกี่ยวกับการเตรียมตัวล่วงหน้า การสร้างความประทับใจที่ดี และการติดตามผลอย่างมืออาชีพ การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานและสัมภาษณ์


    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Job Fairs


    1. ควรนำอะไรไปที่ จ๊อบแฟร์?

    ควรนำเรซูเม่สำเนาหลายชุด ปากกา และสมุดจด เพื่อเก็บข้อมูลที่สำคัญจากงาน


    2. จะเตรียมตัวสำหรับ จ๊อบแฟร์ อย่างไร?

    ศึกษาข้อมูลบริษัทที่คุณสนใจ เตรียมบทแนะนำตัวที่สั้นและดึงดูด และฝึกซ้อมการแนะนำตัวเพื่อสร้างความประทับใจแรก อาจรวมถึงการเตรียมสัมภาษณ์เฉพาะหน้า หากรีครูทเตอร์อยากพูดคุยในรายละเอียด ณ งาน


    3. จะติดตามผลหลัง จ๊อบแฟร์ อย่างไร?

    ส่งคำขอเชื่อมต่อใน LinkedIn หรืออีเมลติดตามที่เจาะจงและอ้างถึงการสนทนาของคุณในงาน


    4. จ๊อบแฟร์ จัดที่ไหน?

    ส่วนใหญ่จัดที่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ โดยมักจะจัดใน Hall ประชุมขนาดใหญ่ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา มักจะจัดในตัวมหาวิทยาลัย


    5. จะติดตาม จ๊อบแฟร์ ได้ที่ไหน?

    ติดตามเพจ career ของบริษัทที่คุณสนใจ โดยเฉพาะบน Linkedin รวมถึง Jobcadu เนื่องจากจะทำให้อัลกอริทึมจำความต้องการของคุณ หากผู้ว่าจ้างยิงโฆษณา คุณจะเป็นคนแรก ๆ ที่เห็นโปสเตอร์แน่นอน


    6. บริษัทที่มักเข้าร่วม จ๊อบแฟร์?

    ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง มีความมั่นคง เช่น SCG PTT CP

    บริษัทขนาดกลาง บริษัทเทคอาจเข้าร่วมในบางครั้ง

    สำหรับงานประเภทโรงงานและโรงแรม มักจะมีงานเฉพาะที่ต้องคอยติดตาม

    สารบัญ

    ไม่พบหัวข้อในบทความนี้

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    สิ่งที่ Recruiter มองหาในผู้สมัครระดับอาวุโสในปี 2026
    เรซูเม่และพอร์ตโฟลิโอ
    สิ่งที่ Recruiter มองหาในผู้สมัครระดับอาวุโสในปี 2026
    Keyword Stuffing ในเรซูเม่: ช่วยให้คุณผ่านระบบ ATS ได้จริงหรือไม่?
    เรซูเม่และพอร์ตโฟลิโอ
    Keyword Stuffing ในเรซูเม่: ช่วยให้คุณผ่านระบบ ATS ได้จริงหรือไม่?
    ประสบการณ์ของคุณคือข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ถ้าคุณรู้วิธีนำเสนอ
    เรซูเม่และพอร์ตโฟลิโอ
    ประสบการณ์ของคุณคือข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ถ้าคุณรู้วิธีนำเสนอ
    Cover Letter ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้สัมภาษณ์งานได้อย่างไร
    เรซูเม่และพอร์ตโฟลิโอ
    Cover Letter ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้สัมภาษณ์งานได้อย่างไร

    เพิ่มพูนความรู้ของคุณ

    พัฒนาทักษะที่กล่าวถึงในบทความนี้ด้วยคอร์สยอดนิยมของเรา

    English for Career Development
    Course
    Coursera

    Coursera

    English for Career Development

    40 hours

    Free