Logo
Logo
  • งาน
    งานประจำที่ออฟฟิศ
    งานระยะไกล
    เครื่องมือสร้างเรซูเม่
    เครื่องมือโปรไฟล์มืออาชีพ
  • อาชีพ
    Career Portal
    ชุดเครื่องมืออาชีพ
    บทความอาชีพ
  • การศึกษา
  • ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ที่ปรึกษาด้านอาชีพ
    ค้นหาเมนเทอร์
    เป็นเมนเทอร์
  • Jobcadu Logo

    แพลตฟอร์มอาชีพที่ดีที่สุดสำหรับการหางาน, การสรรหาบุคลากร, ค้นหาอาชีพ และค้นพบแหล่งการศึกษา

    งานตามหมวดหมู่

    งานระยะไกล

    งานที่ AI แนะนำ

    เครื่องมือสร้างเรซูเม่

    โปรไฟล์มืออาชีพ

    การวิเคราะห์โปรไฟล์

    การพัฒนาอาชีพ

    ชุดเครื่องมืออาชีพ

    ข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ

    รายงาน DNA อาชีพ

    แผนที่อาชีพ

    หลักสูตรและโปรแกรม

    ที่ปรึกษาและการฝึกสอน

    ค้นหาที่ปรึกษา

    เป็นที่ปรึกษา

    สำหรับนายจ้าง

    ประกาศงาน

    ราคา


    เกี่ยวกับเรา

    ข้อกำหนดการใช้งาน

    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    © 2025 Jobcadu. สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

    1. อาชีพ

    2. จากเด็กจบใหม่เงินเดือน 15,000 สู่ 100,000 ใน 5 ปี เส้นทางการเติบโตของคนธรรมดาที่ไม่ได้อยู่สายเทค

    จากเด็กจบใหม่เงินเดือน 15,000 สู่ 100,000 ใน 5 ปี เส้นทางการเติบโตของคนธรรมดาที่ไม่ได้อยู่สายเทค

    โพสต์เมื่อ May 13, 2026

    Career Pathway

    จากเด็กจบใหม่เงินเดือน 15,000 สู่ 100,000 ใน 5 ปี เส้นทางการเติบโตของคนธรรมดาที่ไม่ได้อยู่สายเทค

    ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ผมก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ชอบ “หาเงินเอง” มากกว่าขอเงินที่บ้าน

    ผมเริ่มทำงานครั้งแรกตั้งแต่ ม.3 ในตำแหน่งเชฟพาร์ตไทม์ และตั้งแต่นั้นมา การทำงานก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมสนุกกับการเรียนรู้ สนุกกับการได้ลองผิดลองถูก และรู้สึกภูมิใจกับการสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง

    ระหว่างเรียน ผมทำงานเสริมมาตลอด ควบคู่กับการเรียนจนจบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.90 ในระดับมัธยม และ 3.97 ในระดับมหาวิทยาลัย

    ช่วงมหาวิทยาลัย ผมมีโอกาสไปฝึกงานที่โรงแรม 5 ดาวในไต้หวัน เงินเดือนประมาณ 25,000 บาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมาตรฐานการทำงานระดับสากลจริงๆ ทั้งเรื่องการบริการ วินัย และความละเอียดในการทำงาน

    หลังเรียนจบ ผมเริ่มต้นงานประจำที่โรงแรม 5 ดาวในกรุงเทพฯ ในสาย Marketing ด้วยฐานเงินเดือน 15,000 บาท แม้จะมี Service Charge เพิ่มอีกเดือนละประมาณ 15,000–20,000 บาท แต่พอทำไปประมาณ 8 เดือน ผมเริ่มรู้สึกว่างานนิ่งเกินไป และตัวเองกำลังหมดไฟ

    ผมตัดสินใจลาออก และเอาเงินเก็บทั้งหมดมาเปิดคาเฟ่ของตัวเอง

    มันเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเหนื่อยและสนุก เพราะต้องทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่บริหารร้าน ดูแลลูกค้า ไปจนถึงแก้ปัญหารายวัน แต่ระหว่างที่กำลังทำร้านอยู่ กลับมี Recruiter ติดต่อมาทาง LinkedIn เสนองาน Customer Service ในบริษัท OTA จากสเปน พร้อมเงินเดือนประมาณ 30,000 บาท และเป็นงาน Work From Home เต็มรูปแบบในช่วงโควิด

    สุดท้ายผมตัดสินใจปิดร้าน และกลับเข้าสู่โลกการทำงานอีกครั้ง

    หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ผมเริ่มรู้สึกว่าอยากเติบโตมากขึ้น เลยหางานใหม่อีกครั้ง และได้ย้ายไปทำงานในบริษัท FinTech จากสิงคโปร์ ในตำแหน่ง Customer Experience Manager เงินเดือนประมาณ 40,000 บาท พร้อมโอกาสในการบริหารทีมและพัฒนาระบบการทำงานจริงจัง

    ช่วงนั้นถือเป็นหนึ่งในช่วงที่ผมโตเร็วที่สุด ทั้งในเรื่องการทำงาน การบริหารคน และการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ

    แต่ชีวิตก็ไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป หลังจากทำงานได้ประมาณ 2 ปี บริษัทตัดสินใจปิดตัวลง และผมเป็นหนึ่งในพนักงานกลุ่มสุดท้ายที่ถูก Layoff

    โชคดีที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ผมกำลังเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โรงแรมหมาแมวแห่งแรกในจังหวัดราชบุรี

    ผมลงมือสร้างธุรกิจนี้ตั้งแต่ศูนย์ ทั้งวางคอนเซปต์ การตลาด การบริการลูกค้า และระบบการดูแลสัตว์เลี้ยง แต่ในระหว่างที่กำลังทำธุรกิจอีกครั้ง ก็มี Recruiter ติดต่อมาทาง LinkedIn อีกครั้ง พร้อมข้อเสนองานใหม่ในสาย Expert Network Services (ENS) ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับงาน Recruitment และ Consulting

    ผมตัดสินใจกลับเข้าสู่งานประจำอีกครั้ง ด้วยเงินเดือนประมาณ 50,000 บาท ในบริษัท Startup จากญี่ปุ่น และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพ

    หลังจากนั้น ผมเติบโตต่อเนื่องภายในบริษัทเดียว มีการปรับเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง เฉลี่ยประมาณ 15–20% ต่อปี จนปัจจุบันก้าวมาสู่ระดับรายได้ 6 หลัก ในตำแหน่ง Associate Manager

    หลายคนอาจมองว่าเส้นทางนี้ดู “โชคดี” เพราะมีคนติดต่อหางานผ่าน LinkedIn ตลอด แต่จริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่ามี 3 เรื่องสำคัญที่ทำให้ผมเติบโตมาได้ถึงวันนี้

    ข้อแรกคือ Mindset แบบงานบริการ Exceed Expectation

    ไม่ว่าหน้าที่ไหน ผมจะพยายามทำให้ “มากกว่าที่คาดหวัง” เสมอ ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ 100 ผมจะพยายามทำให้ได้ 120 เพราะผมเชื่อว่าคนที่สร้าง Impact ได้มากกว่า มักจะถูกมองเห็นเสมอ

    แนวคิดนี้ทำให้ผมกลายเป็น Top Performer ในแทบทุกงานที่เคยทำ

    ข้อที่สองคือ การพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

    ผมไม่เคยมองว่าการเรียนรู้จบลงหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ทั้ง Soft Skills, Hard Skills, การสื่อสาร การบริหารคน การทำคอนเทนต์ หรือแม้แต่การหาวิธีทำงานให้เร็วขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น ผมพยายามเรียนรู้ทั้งหมด เพราะโลกการทำงานเปลี่ยนเร็วมาก และคนที่หยุดพัฒนา มักถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    และข้อสุดท้าย คือ การทำให้ “ตัวเองถูกค้นเจอ”

    สำหรับผม ช่องทางนั้นคือ LinkedIn และ Social Media

    ผมเริ่มสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์จากการแชร์ประสบการณ์จริง แชร์สิ่งที่เรียนรู้จากชีวิตและการทำงาน จนค่อยๆ มีคนเริ่มรู้จัก มี Recruiter ติดต่อ และมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

    วันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ที่ผมทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการทำงาน การเติบโต และการพัฒนาตัวเอง เพื่อส่งต่อประสบการณ์ให้เด็กจบใหม่และ First Jobber ได้เห็นว่า “เราไม่จำเป็นต้องอยู่สายเทค หรือมีต้นทุนชีวิตสูง ก็สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้”

    ผมเองก็ยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ และเชื่อว่าเส้นทางนี้ยังไปได้อีกไกล

    สุดท้ายนี้ ถ้าคอนเทนต์ของผมช่วยให้ใครสักคนมีความหวัง กล้าลอง หรือกล้าเติบโตมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ผมยังอยากทำสิ่งนี้ต่อไป

    แล้วมาเติบโตไปด้วยกันนะครับ


    อาชีพที่เกี่ยวข้อง

    ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมากถึงรู้สึก “หลงทาง” กับชีวิตการทำงานในวันนี้
    เส้นทางอาชีพ
    ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมากถึงรู้สึก “หลงทาง” กับชีวิตการทำงานในวันนี้
    เส้นทางการเรียนสำหรับคนอยากเปลี่ยนอาชีพ
    เส้นทางอาชีพ
    เส้นทางการเรียนสำหรับคนอยากเปลี่ยนอาชีพ
    Digital Nomad คืออะไร? เทรนด์การทำงานยุคใหม่ ที่ไม่ได้ผูกติดกับออฟฟิศ
    เส้นทางอาชีพ
    Digital Nomad คืออะไร? เทรนด์การทำงานยุคใหม่ ที่ไม่ได้ผูกติดกับออฟฟิศ
    Series A Startup กับการจ้างงานในปี 2026: จากการจ้างงานแบบกระหน่ำสู่แผนการจ้างงานที่ชาญฉลาด
    เส้นทางอาชีพ
    Series A Startup กับการจ้างงานในปี 2026: จากการจ้างงานแบบกระหน่ำสู่แผนการจ้างงานที่ชาญฉลาด
    Career Development Strategies for Mid-Career Professionals
    เส้นทางอาชีพ
    Career Development Strategies for Mid-Career Professionals