Jobcadu
เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นไซต์งาน เครื่องจักรขนาดใหญ่ วิศวกร ช่างเทคนิค หรือแรงงานที่ทำงานอยู่หน้างาน
แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านั้น
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง การควบคุมเครื่องจักร ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการและทรัพยากร ขณะเดียวกัน ธุรกิจก็ต้องรับมือกับเป้าหมายด้าน Net Zero, Circular Economy, การบริหารจัดการคาร์บอน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่างานแบบเดิมจะหายไปทั้งหมด
แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือ “ลักษณะของงาน” และ “วิธีการทำงาน”
วิศวกรอาจไม่ได้ทำงานกับแบบหรือเครื่องมือแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับระบบดิจิทัลมากขึ้น ผู้จัดการโครงการอาจต้องประสานงานกับผู้ให้บริการเทคโนโลยี ขณะที่ทีม Operations อาจใช้ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ
ดังนั้น หากอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยน แล้วงานและเส้นทางอาชีพของคนทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
อุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ในปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแรงงาน เครื่องจักร และวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ตั้งแต่การวางแผนโครงการ การออกแบบ การก่อสร้าง การตรวจสอบ ไปจนถึงการบริหารจัดการกระบวนการทำงาน
ในขณะเดียวกัน บริษัทต่าง ๆ ยังต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น
จะใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร
จะลดของเสียจากกระบวนการทำงานได้อย่างไร
จะบริหารจัดการการปล่อยคาร์บอนได้อย่างไร
จะลดการใช้พลังงานได้อย่างไร
เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างไร
วัสดุสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้อย่างไร
โครงการจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
เมื่อโจทย์ของธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น ระบบนิเวศของงานที่อยู่รอบอุตสาหกรรมก็ขยายตัวตามไปด้วย
จากเดิมที่เราอาจมองอุตสาหกรรมเป็นเพียง
Construction → Building → Site Work
วันนี้อาจมองได้กว้างขึ้นเป็น
Technology + Engineering + Data + Operations + Sustainability + Business
และเมื่ออุตสาหกรรมเปลี่ยน งานที่สนับสนุนอุตสาหกรรมก็ย่อมเปลี่ยนตามไปด้วย
เทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาแทนที่คนที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมทั้งหมด แต่ในหลายกรณี เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยน “วิธีที่คนทำงาน”
งานก่อสร้างและเหมืองแร่สามารถเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน ระบบดิจิทัล เครื่องมือสำหรับติดตามการทำงาน ระบบ Monitoring และโซลูชันทางเทคโนโลยีมากขึ้น
นั่นหมายความว่า คนทำงานอาจต้องทำงานร่วมกับ Technology เป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ในชีวิตประจำวัน
ลองเปรียบเทียบภาพการทำงานแบบเดิมกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่กำลังพัฒนา
การทำงานแบบเดิม | สภาพแวดล้อมการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไป |
กระบวนการทำงานแบบ Manual | กระบวนการที่มี Technology เข้ามาช่วย |
เครื่องจักรแบบดั้งเดิม | Smart Equipment และ Connected Systems |
การทำงานแยกเป็นส่วน ๆ | ทีมและระบบที่เชื่อมต่อกัน |
การตัดสินใจจากประสบการณ์ | การตัดสินใจที่ใช้ Data สนับสนุน |
เน้นการทำโครงการให้เสร็จ | เน้น Efficiency, Performance และ Sustainability |
ดังนั้น Technology-related Roles จึงไม่ได้จำเป็นต้องแยกออกจากอุตสาหกรรมก่อสร้างหรือเหมืองแร่เสมอไป
คนทำงานด้าน Technology ที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างอาจจำเป็นต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมของงานก่อสร้าง
วิศวกรอาจต้องทำงานร่วมกับ Digital Systems ทีม Operations อาจต้องทำงานร่วมกับ Data และ Automation ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ความรู้ในอุตสาหกรรม” กับ “ความรู้ด้าน Technology” เชื่อมต่อกันมากขึ้น
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ บทบาทของ Data ในการดำเนินงาน
กระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมสามารถสร้างข้อมูลจากหลายส่วน ตั้งแต่เครื่องจักร การผลิต การใช้พลังงาน ต้นทุน วัสดุ ไปจนถึง Performance ของโครงการ
คำถามจึงไม่ได้มีเพียงว่า
“งานเสร็จหรือยัง?”
แต่ยังรวมถึง
“เราทำงานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน?”
“ทรัพยากรถูกใช้ไปที่ไหน?”
“ขั้นตอนไหนกำลังเกิดความล่าช้าหรือมีประสิทธิภาพต่ำ?”
“เราสามารถปรับปรุงกระบวนการได้อย่างไร?”
สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดพื้นที่สำหรับคนทำงานที่สามารถเชื่อมโยงระหว่าง Operations และ Information
ตัวอย่างเช่น ทีม Operations อาจใช้ข้อมูล Performance เพื่อค้นหาจุดที่กระบวนการไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ทีม Project อาจนำข้อมูลจากหลายขั้นตอนของโครงการมาใช้ประกอบการตัดสินใจ
เมื่อ Technology เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Industrial Operations มากขึ้น Data จึงไม่ได้เป็นเรื่องของทีม IT เพียงอย่างเดียว แต่สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ของคนทำงานหลายฝ่าย
เมื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่เชื่อมต่อกับ Technology และ Sustainability มากขึ้น โอกาสทางอาชีพจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตำแหน่งแบบดั้งเดิม
Digital Technology กำลังเข้ามามีบทบาทกับการออกแบบ การวางแผน การประสานงาน และการบริหารโครงการก่อสร้าง
พื้นที่การทำงานด้านนี้อาจเกี่ยวข้องกับ Digital Construction Systems, Building Information, Project Technology และเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ของโครงการ
ตัวอย่างสายงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
Digital Construction
BIM-related Roles
Construction Technology
Digital Project Coordination
Technology Implementation
จุดสำคัญคือ Digital Construction ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นอุตสาหกรรมที่แยกออกมาจาก Construction
แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่าง Construction Knowledge และ Technology
เครื่องจักรยังคงเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ Technology ที่เข้ามาอยู่รอบเครื่องจักรเหล่านั้น
Automation และ Smart Equipment สามารถเข้ามาช่วยในเรื่อง Productivity, Monitoring, Resource Efficiency และ Operational Processes
จึงเกิดพื้นที่การทำงาน เช่น
Industrial Automation
Equipment Technology
Machinery Systems
Technology Implementation
Industrial Operations
สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร การเปลี่ยนแปลงนี้อาจหมายถึงการขยับจากการ “ใช้งานเครื่องจักร” ไปสู่การทำงานกับระบบที่มี Technology และ Connected Systems มากขึ้น
Technology ไม่ได้ทำให้ความจำเป็นของคนที่ต้องบริหารและประสานงานโครงการหายไป
ในทางกลับกัน เมื่อโครงการมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น การประสานงานอาจมีความสำคัญมากขึ้นด้วย
คนทำงานด้าน Project และ Operations อาจต้องทำงานระหว่าง
People + Technology + Suppliers + Processes + Business Objectives
ตัวอย่างเช่น Project Manager อาจไม่ได้ประสานงานเฉพาะทีมก่อสร้างแบบเดิม แต่ต้องทำงานร่วมกับ Technology Providers, Engineers, Suppliers, Contractors และ Stakeholders หลายกลุ่ม
ทำให้ Project และ Operations Management ยังคงเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนไป
การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero และ Circular Economy ทำให้เกิดพื้นที่การทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Sustainability มากขึ้น
องค์กรต้องการคนที่สามารถเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินงานจริงของธุรกิจและอุตสาหกรรม
สายงานที่เกี่ยวข้องอาจมีทั้ง
Environmental Management
Sustainability
Carbon Management
Resource Management
Environmental Compliance
Sustainable Construction
สิ่งสำคัญคือ Sustainability ไม่ได้แยกออกจาก Business
แต่สามารถเชื่อมโยงกับ Cost + Resources + Efficiency + Materials + Energy + Long-term Competitiveness ได้โดยตรง
เบื้องหลัง Smart Operations ย่อมมีระบบที่ทำให้ Technology เหล่านั้นทำงานได้
Industrial Software และ Technology Solutions สามารถสนับสนุนตั้งแต่ Project Management, Monitoring ไปจนถึง Operational Processes และ Resource Management
จึงเกิดโอกาสในการทำงาน เช่น
Industrial Software
Technology Solutions
Digital Transformation
Technical Support
Technology Sales
Business Development
Implementation & Consulting
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ไม่เคยมอง Construction หรือ Mining เป็นสายอาชีพของตัวเอง อาจยังสามารถค้นหาโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของตัวเองได้ภายในอุตสาหกรรมเหล่านี้
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไม่ได้หมายความว่างานแบบดั้งเดิมจะกลายเป็นอาชีพใหม่ทั้งหมดในทันที
แต่ Technology และเป้าหมายด้าน Sustainability สามารถกลายเป็น “อีกหนึ่งองค์ประกอบ” ที่เข้ามาอยู่ในงานเดิม
เดิม: เน้น Engineering, Design, Technical Requirements และ Project Execution
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจต้องทำงานร่วมกับ Digital Systems, Technology-enabled Processes, Project Data และ Sustainability Considerations มากขึ้น
เดิม: ดูแล Timeline, Budget, Quality, Contractors และ Project Delivery
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจต้องประสานงานกับ Technology Providers, Digital Systems, Suppliers, Stakeholders และข้อกำหนดด้าน Sustainability ที่หลากหลายขึ้น
เดิม: ดูแลคน วัสดุ เครื่องจักร ความปลอดภัย และการทำงานในแต่ละวันของ Site
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจทำงานร่วมกับ Digital Monitoring, Technology-enabled Equipment และ Data เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้าน Operations
เดิม: ดูแลกระบวนการทำงานและเป้าหมายด้าน Operations
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจใช้ Data, Automation และ Technology เพื่อค้นหาจุดที่ไม่มีประสิทธิภาพและปรับปรุงการใช้ทรัพยากร
เดิม: ดูแล ใช้งาน และแก้ไขปัญหาเครื่องจักรหรืออุปกรณ์
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจต้องทำงานกับเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนและเชื่อมต่อกับ Technology Systems มากขึ้น
เดิม: จัดซื้อวัสดุ เครื่องจักร และคัดเลือก Supplier โดยพิจารณาจาก Cost, Quality และ Availability
สภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนไป: อาจต้องพิจารณา Technology Solutions, Resource Efficiency, Sustainable Materials และ Environmental Considerations ควบคู่ไปกับปัจจัยด้าน Procurement แบบเดิม
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่
“Technology จะมาแทนที่งานหรือไม่?”
เพียงอย่างเดียว
แต่คือ
“Technology จะเปลี่ยนสิ่งที่คนในงานนั้นต้องทำอย่างไร?”
เมื่ออุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยน วิธีที่เรามองหา Job Opportunity ก็อาจต้องเปลี่ยนตามไปด้วย
แทนที่จะมองเพียง Job Title ให้ลองอ่านไปถึง Job Description
เพราะตำแหน่งชื่อเดียวกันในบริษัทที่แตกต่างกัน อาจมีความคาดหวังและลักษณะงานที่ต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับ Technology, Project และทิศทางธุรกิจของบริษัทนั้น
การดู Technology ที่บริษัทกำลังนำมาใช้หรือลงทุน สามารถช่วยให้เราเข้าใจทิศทางขององค์กรได้มากขึ้น
ลองสังเกตคำที่เกี่ยวข้องกับ
Automation
Digital Transformation
Smart Construction
Data Systems
Industrial Software
Energy Efficiency
Net Zero
Circular Economy
Carbon Management
สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้เห็นว่าองค์กรกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องใด และอาจมีบทบาทหรืองานประเภทใดเกิดขึ้นรอบ ๆ การเปลี่ยนแปลงนั้น
คุณไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงว่า
“ฉันทำงาน Construction”
หรือ
“ฉันทำงาน Technology”
เพราะมีโอกาสอีกมากที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองสิ่งนี้
เช่น
Engineering + Technology
Construction + Data
Operations + Automation
Business + Industrial Technology
Construction + Sustainability
การมอง Career ในลักษณะนี้อาจช่วยให้คนทำงานค้นพบเส้นทางใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งประสบการณ์เดิมทั้งหมดแล้วเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
BCT Expo 2026 เปิดฉาก ชู “Empowering Net Zero in Construction & Mining” ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน เชื่อมเทคโนโลยี Circular Economy และนวัตกรรมสีเขียว ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
กรุงเทพฯ (16 กันยายน 2569) – บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดงาน Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026) อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม
อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Empowering Net Zero in Construction & Mining” โดยผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ที่สนับสนุนการลด
การปล่อยคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนผ่านสู่Circular Economy
ปีนี้ BCT Expo 2026 รวบรวมกว่า 150 แบรนด์ จากผู้ผลิตและผู้ให้บริการเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมอาคาร
การก่อสร้าง และเหมืองแร่ พร้อมพื้นที่จัดแสดงด้าน Net Zero, Circular Economy, การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงสัมมนาวิชาการกว่า 30 หัวข้อ และกิจกรรมเจรจาธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจในระดับภูมิภาค
“กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมสู่ Circular Economy โดยมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดการเกิดของเสีย ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนตามนโยบาย ONE MIND
ในปีนี้ กพร. ได้นำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่พัฒนาในปีงบประมาณ 2569 มารวบรวมและเผยแพร่ภายในงาน BCT Expo 2026 เป็นครั้งแรก ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมด้านวัตถุดิบและการรีไซเคิลเข้ากับภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน”
นายลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า
“BCT Expo 2026 จัดขึ้นบนแนวคิดว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นได้เมื่อเทคโนโลยี องค์ความรู้ และผู้คนสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในฐานะผู้จัดงาน เราจึงมุ่งสร้างพื้นที่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงสินค้า แต่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาความร่วมมือผ่านทั้งการจัดแสดงนวัตกรรม การสัมมนา และโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจ โดยเฉพาะในประเด็น Net Zero และ Circular Economy เราต้องการให้งาน BCT Expo เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นทั้งเทคโนโลยีและแนวทางที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการใช้ทรัพยากร และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่”
ด้าน นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า
“กรมโยธาธิการและผังเมืองให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานด้านการก่อสร้างและการวางผังเมืองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงาน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง จะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การส่งเสริมอาคารประหยัดพลังงาน การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางการก่อสร้างที่คำนึงถึงประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน จะช่วยยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน”
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า
“กพร. มุ่งบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างครบวงจร ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ วัตถุดิบทดแทนจากการรีไซเคิล และวัตถุดิบขั้นสูง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านทรัพยากรและการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในงาน BCT Expo 2026 กพร. ได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านแร่ โลหะ เทคโนโลยีรีไซเคิล และการส่งเสริมสถานประกอบการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มาจัดแสดงใน DPIM Circular Economy Pavilion พร้อมจัดสัมมนาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ
การนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต้นแบบมาเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”
นางจารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า
“ทีเส็บมีความยินดีที่ได้สนับสนุนการจัดงาน BCT Expo 2026 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายธุรกิจ เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากนานาประเทศ
การจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติไม่ได้สร้างเพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการนำความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติใหม่ ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้สร้างเครือข่ายและขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
ทีเส็บเชื่อว่า BCT Expo 2026 จะมีส่วนช่วยสร้าง Business Opportunities, Knowledge Exchange และ International Connections ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค”
การจัดงาน BCT Expo 2026 เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุ ซึ่งต้องรับมือกับทั้งเป้าหมายด้าน Net Zero การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเมืองยังสร้างความต้องการ
ด้านเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่อย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ การลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ประสิทธิภาพ ต้นทุน การบริหารทรัพยากร และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
BCT Expo 2026 จึงนำเสนอเทคโนโลยีและองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำด้านวัตถุดิบ ไปจนถึงการก่อสร้าง อาคาร และการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นแนวทางการเปลี่ยนผ่านที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
1. เทคโนโลยีและเครื่องจักรจากกว่า 150 แบรนด์
รวมเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ และโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาคาร การก่อสร้าง และเหมืองแร่ ครอบคลุมเทคโนโลยีสำหรับการผลิต การแปรรูป และการดำเนินงาน
2. นวัตกรรมเพื่อ Net Zero และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
พบกับนวัตกรรมต้นแบบ เครื่องผลิตทรายทดแทนจากหินฝุ่นโดย กพร. พร้อมโซลูชันด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและระบบบริหารจัดการคาร์บอน
3. DPIM Circular Economy Pavilion
พื้นที่จัดแสดงองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวัตถุดิบ การรีไซเคิล และเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมเวทีสัมมนาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
4. Built Environment & Construction Lighting Pavilion
รวบรวมนวัตกรรมระบบแสงสว่างสำหรับอาคาร การก่อสร้าง และภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
5. สัมมนาวิชาการกว่า 30 หัวข้อ
อัปเดตแนวโน้ม เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรชั้นนำ ครอบคลุมประเด็นการก่อสร้าง เหมืองแร่ เทคโนโลยี Circular Economy และ Net Zero
6. Business Matching และกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพ
เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และผู้ประกอบการนัดหมายเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัว พร้อมกิจกรรมอบรมความรู้เฉพาะทางที่สามารถสะสมคะแนนContinuing Professional Development (CPD)
นอกจากนี้ BCT Expo 2026 ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้พัฒนาโครงการ นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ผู้ผลิตวัสดุ หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการเหมืองแร่ เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี พัฒนาความร่วมมือ และต่อยอดโซลูชันใหม่สำหรับอุตสาหกรรม
Building Construction Technology Expo 2026 (BCT Expo 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ อาคาร 7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี เปิดให้เข้าชมงานฟรี
ไม่พบหัวข้อในบทความนี้