คนขี้เกียจเค้าอ่านหนังสือกันยังไง (Encoding Study Method)

โพสต์เมื่อ September 20, 2024

Growth

แท็ก:

Productivity
Learning
Tips and Tricks

ปัญหาของการท่องจำเพื่อสอบคือหลายคนไม่ชอบการท่องจำเพราะรู้สึกว่ามันไร้เหตุผลและไม่สร้างความเข้าใจจริงๆ ในเนื้อหาที่เรียน การท่องจำแบบนี้มักเน้นการนั่งท่องจำข้อมูลเป็นเวลานานๆ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ระยะยาว โดยคลิปนี้มีเทคนี้การจำที่มีประสิทธิภาพมาฝาก


เทคนิคการจำที่มีประสิทธิภาพ: The Encoding Method

เทคนิคนี้ช่วยให้เราเข้าใจและจำข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการประมวลผลข้อมูลมากกว่าการท่องจำแบบผิวเผิน


ความจำของเรามี 3 ระดับ

  1. Short-term memory: ความจำระยะสั้น จำข้อมูลชั่วคราว เช่น จำชุดตัวเลขโดยไม่ประมวลผล

  2. Working memory: ความจำระดับปฏิบัติการ เอาข้อมูลมาประมวลผลและทำความเข้าใจ เช่น มองว่าชุดตัวเลขมีความหมาย

  3. Long-term memory: ความจำระยะยาว ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลซ้ำๆ จะถูกบันทึกใน long-term memory ทำให้จำได้นาน


เทคนิคการเรียนที่ดีจะช่วยเปลี่ยนข้อมูลใน working memory ให้กลายเป็น long-term memory


Active Recall และ Encoding Method

  • Active Recall: วิธีหนึ่งที่ใช้การทดสอบตนเองซ้ำๆ เช่น การใช้แฟลชการ์ดเพื่อจำคำตอบ
  • Encoding Method: มุ่งเน้นที่การทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้ข้อมูลแทนที่จะจำข้อมูลเพียงอย่างเดียว เช่น แทนที่จะจำว่าโครงสร้างหัวใจเป็นอย่างไร เราจะเข้าใจการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดด้วย


การแบ่งประเภทของการเรียนรู้: Shallow และ Deep Encoding

  • Shallow Encoding: การจำแบบผิวเผิน เช่น จำโครงสร้างหรือการออกเสียงของคำโดยไม่เข้าใจความหมายลึกซึ้ง
  • Deep Encoding: การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยการตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายและหน้าที่ของสิ่งที่เรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้จำได้นานและมีประสิทธิภาพ


Higher Order Learning และ Bloom’s Taxonomy

  • เทคนิคการเรียนที่มีประสิทธิภาพที่สุดควรเน้นการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ (อยู่ในระดับสูงของพีระมิด Bloom’s Taxonomy) ไม่ใช่แค่การจำเพื่อสอบ
  • การเรียนรู้ที่มีความหมาย (Meaningful Learning) จะเกิดขึ้นเมื่อเรานำความรู้ใหม่ไปเชื่อมโยงกับความรู้เก่าหรือประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งจะทำให้เราจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น


หลักการ 3 ประการของการเรียนรู้แบบ Meaningful Learning

1. Elaboration: การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้ที่มีอยู่แล้ว

2. Distinctiveness: การเปรียบเทียบหัวข้อที่ตรงกันข้ามกัน เพื่อเข้าใจความแตกต่าง

3. Personal Experience: การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับประสบการณ์ชีวิตของเรา


การเรียนที่มีประสิทธิภาพไม่ควรแค่ท่องจำ แต่ควรทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้เนื้อหาผ่านเทคนิคเช่น The Encoding Method โดยใช้การอธิบาย วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลอย่างลึกซึ้ง