การเข้าร่วม job fair เป็นโอกาสพิเศษในการสร้างเครือข่ายและค้นหาโอกาสการจ้างงานที่เหมาะสมกับคุณ หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดีและปฏิบัติอย่างถูกต้อง คุณสามารถเปลี่ยนการสนทนาสั้น ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นข้อเสนองานที่แท้จริงได้ บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Mandy Liu ซึ่งแนะนำ 7 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จใน job fair ครั้งต่อไปของคุณJob Fair คืออะไร?Job fair (อ่านว่า จ๊อบแฟร์) คือ งานที่เปิดโอกาสให้ผู้หางานได้พบกับบริษัทต่าง ๆ ที่กำลังมองหาพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความประทับใจแรกและสร้างเครือข่ายที่มีประโยชน์ รวมถึงสำรวจโอกาสงานที่เปิดรับJob fair ต่างจาก Career Fair ไหม? Job fair และ career fair มีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการจัดงานเพื่อให้ผู้หางานได้พบปะกับผู้ว่าจ้าง แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในจุดประสงค์และรูปแบบ:1. Job Fair (งานสมัครงาน):มุ่งเน้นไปที่การหาผู้สมัครงานในตำแหน่งที่บริษัทต้องการเปิดรับโดยตรง ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถสมัครงานได้ทันที และบางครั้งอาจมีการสัมภาษณ์หรือการทดสอบในวันนั้นเลยเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังหางานทันทีและต้องการทราบตำแหน่งที่ว่างในตลาดงานปัจจุบันมักเป็นงานที่โฟกัสไปที่การว่าจ้างในระยะสั้น2. Career Fair (งานแนะแนวอาชีพ):เน้นไปที่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพและการสร้างเครือข่าย ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสในการทำงานในระยะยาว พูดคุยกับผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร และสำรวจเส้นทางอาชีพที่ต้องการเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสร้างเส้นทางอาชีพในระยะยาว หรือนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเองอาจจะไม่ได้มุ่งเน้นการจ้างงานทันทีเหมือน job fairคุณควรเตรียมคำถามที่สงสัย อาจเตรียมเรซูเม่หากสนใจอยากฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์3 ไฮไลท์สำคัญทำไม Job fair ถึงดีต่อผู้ว่าจ้างที่คุณต้องรู้!🌟 Job Fair ช่วยประหยัดเวลา: ในงานเดียวที่รวมผู้จ้างงานหลายบริษัท ทำให้มีผู้สมัครจำนวนมากที่ต้องการได้งานอย่างแท้จริงทำให้สามารถพบปะกันได้ในวันเดียว🤝 ประเมินผู้สมัครจากบุคลิกภาพ: โอกาสที่ดีสำหรับผู้ว่าจ้างในการประเมินบุคลิกภาพ ทักษะทางการสื่อสารให้กับผู้จ้างงาน🎯 โปรโมทวัฒนธรรมองค์กร: โอกาสที่บริษัทจะได้พูดคุยกับผู้สมัครเพื่อโปรโมท วัฒนธรรมการทำงาน และบรรยากาศของบริษัท ช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่างานและองค์กรนั้น ๆ เหมาะกับคุณหรือไม่ก่อนเข้าร่วมงาน: การเตรียมตัวล่วงหน้า1. ศึกษาข้อมูลบริษัทเป้าหมายล่วงหน้าการทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทที่คุณสนใจคือกุญแจสู่ความสำเร็จพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ:ตำแหน่งที่บริษัทนั้นกำลังเปิดรับสมัครผลิตภัณฑ์ บริการและคุณค่าของบริษัทคืออะไรข่าวหรืออัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับบริษัทข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถพูดคุยกับตัวแทนบริษัทได้อย่างมั่นใจและตรงประเด็นมากขึ้น2. พิมพ์เรซูเม่ในรูปแบบกระดาษ 10-15 ชุดแม้ว่าเราจะอยู่ในยุคดิจิทัล การยื่นเรซูเม่ในรูปแบบกระดาษใน job fair ยังคงสร้างความประทับใจได้ดี แนะนำให้พิมพ์เรซูเม่มากกว่าจำนวนบริษัทที่คุณสนใจเล็กน้อย เพื่อให้เพียงพอสำหรับทุกบริษัทและโอกาสที่ไม่คาดคิด3. เตรียมบทแนะนำตัว 15 วินาที ที่ทรงพลังคุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการสร้างความสนใจให้กับผู้ว่าจ้าง นอกจากแค่ยื่นเรซูเม่ การเตรียมบทแนะนำตัวสั้น ๆ ภายใน 15 วินาทีที่น่าจดจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทแนะนำตัวนี้ควรเน้นจุดแข็งและทักษะของคุณที่ตรงกับความต้องการของบริษัทพูดให้กระชับ แสดงความมั่นใจอย่าลืมยิ้ม ผู้ว่าจ้างมักพบกับอาการล้า การสร้างความเป็นมิตรสามารถเพิ่มคะแนนด้านมนุษยสัมพันธ์ในระหว่างงาน: วิธีสร้างความโดดเด่น4. ติดป้ายชื่อที่ด้านขวาการติดป้ายชื่อที่ด้านขวาของร่างกายเมื่อกล่าวทักทาย หรือเดินเข้าไปหา จะทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นชื่อของคุณชัดเจน ทำให้ผู้ว่าจ้างจำเราได้มากขึ้น5. เน้นที่ความต้องการของบริษัทการพูดคุยควรเน้นไปที่ความต้องการของบริษัท ไม่ใช่แค่ทักษะของคุณเท่านั้น ถามพวกเขาว่าต้องการพนักงานไปช่วยทำอะไร แล้วนำเสนอประสบการณ์ของคุณในลักษณะที่สามารถแก้ปัญหาและช่วยเติมเต็มความต้องการเหล่านั้นได้6. ถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงและมีคุณค่าแทนที่จะถามคำถามทั่วไป เช่น "วันทำงานของคุณเป็นอย่างไร" ให้ลองถามคำถามที่ลงลึกและมีคุณค่า เช่น:ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในตำแหน่งนี้คืออะไร?คุณทำงานร่วมกับทีมอื่น ๆ อย่างไร?สามารถพูดคุยเพื่อสร้าง Rapport หากที่บูทหรือผู้ว่าจ้างไม่วุ่นวาย คนไม่เยอะคำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจและมีความสนใจที่แท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่การสนทนาที่มีความหมายยิ่งขึ้นหลังงาน: ติดตามผลอย่างมืออาชีพ7. ส่งคำขอเชื่อมต่อ LinkedIn และอีเมลติดตามหลังงาน job fair อย่าลืมติดตามผล ส่งคำขอ connect ใน LinkedIn โดยระบุถึงสิ่งที่คุณพูดคุยกันในการสนทนา กล่าวขอบคุณ หรือส่งอีเมลติดตามที่สรุปคุณสมบัติและความกระตือรือร้นของคุณต่อบริษัทถึงแม้จะไม่ได้งานหรือโอกาสสัมภาษณ์ แต่การมีคอนเนคชั่นกับรีครูทเตอร์โดยตรงจะเพิ่มโอกาสของเราในอนาคตบทสรุป: วิธีใช้ประโยชน์จาก Job Fairการประสบความสำเร็จใน job fair ไม่ได้อยู่แค่การไปงาน แต่เกี่ยวกับการเตรียมตัวล่วงหน้า การสร้างความประทับใจที่ดี และการติดตามผลอย่างมืออาชีพ การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานและสัมภาษณ์คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Job Fairs1. ควรนำอะไรไปที่ จ๊อบแฟร์?ควรนำเรซูเม่สำเนาหลายชุด ปากกา และสมุดจด เพื่อเก็บข้อมูลที่สำคัญจากงาน2. จะเตรียมตัวสำหรับ จ๊อบแฟร์ อย่างไร?ศึกษาข้อมูลบริษัทที่คุณสนใจ เตรียมบทแนะนำตัวที่สั้นและดึงดูด และฝึกซ้อมการแนะนำตัวเพื่อสร้างความประทับใจแรก อาจรวมถึงการเตรียมสัมภาษณ์เฉพาะหน้า หากรีครูทเตอร์อยากพูดคุยในรายละเอียด ณ งาน3. จะติดตามผลหลัง จ๊อบแฟร์ อย่างไร?ส่งคำขอเชื่อมต่อใน LinkedIn หรืออีเมลติดตามที่เจาะจงและอ้างถึงการสนทนาของคุณในงาน4. จ๊อบแฟร์ จัดที่ไหน?ส่วนใหญ่จัดที่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ โดยมักจะจัดใน Hall ประชุมขนาดใหญ่ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา มักจะจัดในตัวมหาวิทยาลัย5. จะติดตาม จ๊อบแฟร์ ได้ที่ไหน?ติดตามเพจ career ของบริษัทที่คุณสนใจ โดยเฉพาะบน Linkedin รวมถึง Jobcadu เนื่องจากจะทำให้อัลกอริทึมจำความต้องการของคุณ หากผู้ว่าจ้างยิงโฆษณา คุณจะเป็นคนแรก ๆ ที่เห็นโปสเตอร์แน่นอน6. บริษัทที่มักเข้าร่วม จ๊อบแฟร์?ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง มีความมั่นคง เช่น SCG PTT CPบริษัทขนาดกลาง บริษัทเทคอาจเข้าร่วมในบางครั้งสำหรับงานประเภทโรงงานและโรงแรม มักจะมีงานเฉพาะที่ต้องคอยติดตาม