Logo
Logo
  • Jobs
    Onsite Jobs
    Remote Jobs
    Resume Builder Tool
    Pro Profile Tool
  • Career
    Career Portal
    Career Toolkit
    Career Articles
  • Education
  • Mentors & Coaches
    Mentors & Coaches
    Find a mentor
    Become a mentor
  • Jobcadu Logo

    An AI-powered platform helping you discover strengths, close skill gaps, and grow your career with confidence.

    Jobs

    Remote Jobs

    AI Recommended Jobs

    Resume Builder

    Pro Profile

    Profile analysis

    Career Development

    Career Toolkit

    Career Insights

    Career DNA Report

    Career Roadmap

    Courses & Programs

    Mentors & Coaching

    Find a Mentor

    Become a Mentor

    For Employers

    Post Jobs

    Pricing


    About Us

    Terms of Use

    Privacy Policy

    © 2025 Jobcadu. All rights reserved

    1. Careers

    2. 6 เคล็ดลับเด็ด เตรียมตัวให้ปังก่อนไปงาน Job Fair

    6 เคล็ดลับเด็ด เตรียมตัวให้ปังก่อนไปงาน Job Fair

    Posted on October 1, 2024

    Resume & Portfolio

    Tags:

    job fair
    job fair คือ
    career fair
    6 เคล็ดลับเด็ด เตรียมตัวให้ปังก่อนไปงาน Job Fair


    การเข้าร่วม job fair เป็นโอกาสพิเศษในการสร้างเครือข่ายและค้นหาโอกาสการจ้างงานที่เหมาะสมกับคุณ หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดีและปฏิบัติอย่างถูกต้อง คุณสามารถเปลี่ยนการสนทนาสั้น ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นข้อเสนองานที่แท้จริงได้ บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Mandy Liu ซึ่งแนะนำ 7 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จใน job fair ครั้งต่อไปของคุณ


    Job Fair คืออะไร?


    Job fair (อ่านว่า จ๊อบแฟร์) คือ งานที่เปิดโอกาสให้ผู้หางานได้พบกับบริษัทต่าง ๆ ที่กำลังมองหาพนักงานใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความประทับใจแรกและสร้างเครือข่ายที่มีประโยชน์ รวมถึงสำรวจโอกาสงานที่เปิดรับ


    Job fair ต่างจาก Career Fair ไหม?

    Job fair และ career fair มีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการจัดงานเพื่อให้ผู้หางานได้พบปะกับผู้ว่าจ้าง แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในจุดประสงค์และรูปแบบ:


    1. Job Fair (งานสมัครงาน):

    • มุ่งเน้นไปที่การหาผู้สมัครงานในตำแหน่งที่บริษัทต้องการเปิดรับโดยตรง ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถสมัครงานได้ทันที และบางครั้งอาจมีการสัมภาษณ์หรือการทดสอบในวันนั้นเลย
    • เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังหางานทันทีและต้องการทราบตำแหน่งที่ว่างในตลาดงานปัจจุบัน
    • มักเป็นงานที่โฟกัสไปที่การว่าจ้างในระยะสั้น


    2. Career Fair (งานแนะแนวอาชีพ):

    • เน้นไปที่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพและการสร้างเครือข่าย ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสในการทำงานในระยะยาว พูดคุยกับผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร และสำรวจเส้นทางอาชีพที่ต้องการ
    • เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจสร้างเส้นทางอาชีพในระยะยาว หรือนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเอง
    • อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นการจ้างงานทันทีเหมือน job fair
    • คุณควรเตรียมคำถามที่สงสัย อาจเตรียมเรซูเม่หากสนใจอยากฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์


    3 ไฮไลท์สำคัญทำไม Job fair ถึงดีต่อผู้ว่าจ้างที่คุณต้องรู้!


    1. 🌟 Job Fair ช่วยประหยัดเวลา: ในงานเดียวที่รวมผู้จ้างงานหลายบริษัท ทำให้มีผู้สมัครจำนวนมากที่ต้องการได้งานอย่างแท้จริงทำให้สามารถพบปะกันได้ในวันเดียว
    2. 🤝 ประเมินผู้สมัครจากบุคลิกภาพ: โอกาสที่ดีสำหรับผู้ว่าจ้างในการประเมินบุคลิกภาพ ทักษะทางการสื่อสารให้กับผู้จ้างงาน
    3. 🎯 โปรโมทวัฒนธรรมองค์กร: โอกาสที่บริษัทจะได้พูดคุยกับผู้สมัครเพื่อโปรโมท วัฒนธรรมการทำงาน และบรรยากาศของบริษัท ช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่างานและองค์กรนั้น ๆ เหมาะกับคุณหรือไม่



    ก่อนเข้าร่วมงาน: การเตรียมตัวล่วงหน้า


    1. ศึกษาข้อมูลบริษัทเป้าหมายล่วงหน้า


    การทำการบ้านเกี่ยวกับบริษัทที่คุณสนใจคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

    พยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ:


    • ตำแหน่งที่บริษัทนั้นกำลังเปิดรับสมัคร
    • ผลิตภัณฑ์ บริการและคุณค่าของบริษัทคืออะไร
    • ข่าวหรืออัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับบริษัท


    ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถพูดคุยกับตัวแทนบริษัทได้อย่างมั่นใจและตรงประเด็นมากขึ้น


    2. พิมพ์เรซูเม่ในรูปแบบกระดาษ 10-15 ชุด

    แม้ว่าเราจะอยู่ในยุคดิจิทัล การยื่นเรซูเม่ในรูปแบบกระดาษใน job fair ยังคงสร้างความประทับใจได้ดี แนะนำให้พิมพ์เรซูเม่มากกว่าจำนวนบริษัทที่คุณสนใจเล็กน้อย เพื่อให้เพียงพอสำหรับทุกบริษัทและโอกาสที่ไม่คาดคิด


    3. เตรียมบทแนะนำตัว 15 วินาที ที่ทรงพลัง

    คุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการสร้างความสนใจให้กับผู้ว่าจ้าง นอกจากแค่ยื่นเรซูเม่ การเตรียมบทแนะนำตัวสั้น ๆ ภายใน 15 วินาทีที่น่าจดจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทแนะนำตัวนี้ควรเน้นจุดแข็งและทักษะของคุณที่ตรงกับความต้องการของบริษัท


    • พูดให้กระชับ แสดงความมั่นใจ


    อย่าลืมยิ้ม ผู้ว่าจ้างมักพบกับอาการล้า การสร้างความเป็นมิตรสามารถเพิ่มคะแนนด้านมนุษยสัมพันธ์


    ในระหว่างงาน: วิธีสร้างความโดดเด่น


    4. ติดป้ายชื่อที่ด้านขวา

    การติดป้ายชื่อที่ด้านขวาของร่างกายเมื่อกล่าวทักทาย หรือเดินเข้าไปหา จะทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นชื่อของคุณชัดเจน ทำให้ผู้ว่าจ้างจำเราได้มากขึ้น


    5. เน้นที่ความต้องการของบริษัท

    การพูดคุยควรเน้นไปที่ความต้องการของบริษัท ไม่ใช่แค่ทักษะของคุณเท่านั้น ถามพวกเขาว่าต้องการพนักงานไปช่วยทำอะไร แล้วนำเสนอประสบการณ์ของคุณในลักษณะที่สามารถแก้ปัญหาและช่วยเติมเต็มความต้องการเหล่านั้นได้


    6. ถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงและมีคุณค่า

    แทนที่จะถามคำถามทั่วไป เช่น "วันทำงานของคุณเป็นอย่างไร" ให้ลองถามคำถามที่ลงลึกและมีคุณค่า เช่น:

    • ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในตำแหน่งนี้คืออะไร?
    • คุณทำงานร่วมกับทีมอื่น ๆ อย่างไร?


    สามารถพูดคุยเพื่อสร้าง Rapport หากที่บูทหรือผู้ว่าจ้างไม่วุ่นวาย คนไม่เยอะ


    คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจและมีความสนใจที่แท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่การสนทนาที่มีความหมายยิ่งขึ้น


    หลังงาน: ติดตามผลอย่างมืออาชีพ


    7. ส่งคำขอเชื่อมต่อ LinkedIn และอีเมลติดตาม

    หลังงาน job fair อย่าลืมติดตามผล ส่งคำขอ connect ใน LinkedIn โดยระบุถึงสิ่งที่คุณพูดคุยกันในการสนทนา กล่าวขอบคุณ หรือส่งอีเมลติดตามที่สรุปคุณสมบัติและความกระตือรือร้นของคุณต่อบริษัท


    ถึงแม้จะไม่ได้งานหรือโอกาสสัมภาษณ์ แต่การมีคอนเนคชั่นกับรีครูทเตอร์โดยตรงจะเพิ่มโอกาสของเราในอนาคต


    บทสรุป: วิธีใช้ประโยชน์จาก Job Fair

    การประสบความสำเร็จใน job fair ไม่ได้อยู่แค่การไปงาน แต่เกี่ยวกับการเตรียมตัวล่วงหน้า การสร้างความประทับใจที่ดี และการติดตามผลอย่างมืออาชีพ การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานและสัมภาษณ์


    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Job Fairs


    1. ควรนำอะไรไปที่ จ๊อบแฟร์?

    ควรนำเรซูเม่สำเนาหลายชุด ปากกา และสมุดจด เพื่อเก็บข้อมูลที่สำคัญจากงาน


    2. จะเตรียมตัวสำหรับ จ๊อบแฟร์ อย่างไร?

    ศึกษาข้อมูลบริษัทที่คุณสนใจ เตรียมบทแนะนำตัวที่สั้นและดึงดูด และฝึกซ้อมการแนะนำตัวเพื่อสร้างความประทับใจแรก อาจรวมถึงการเตรียมสัมภาษณ์เฉพาะหน้า หากรีครูทเตอร์อยากพูดคุยในรายละเอียด ณ งาน


    3. จะติดตามผลหลัง จ๊อบแฟร์ อย่างไร?

    ส่งคำขอเชื่อมต่อใน LinkedIn หรืออีเมลติดตามที่เจาะจงและอ้างถึงการสนทนาของคุณในงาน


    4. จ๊อบแฟร์ จัดที่ไหน?

    ส่วนใหญ่จัดที่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ โดยมักจะจัดใน Hall ประชุมขนาดใหญ่ แต่หากกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา มักจะจัดในตัวมหาวิทยาลัย


    5. จะติดตาม จ๊อบแฟร์ ได้ที่ไหน?

    ติดตามเพจ career ของบริษัทที่คุณสนใจ โดยเฉพาะบน Linkedin รวมถึง Jobcadu เนื่องจากจะทำให้อัลกอริทึมจำความต้องการของคุณ หากผู้ว่าจ้างยิงโฆษณา คุณจะเป็นคนแรก ๆ ที่เห็นโปสเตอร์แน่นอน


    6. บริษัทที่มักเข้าร่วม จ๊อบแฟร์?

    ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง มีความมั่นคง เช่น SCG PTT CP

    บริษัทขนาดกลาง บริษัทเทคอาจเข้าร่วมในบางครั้ง

    สำหรับงานประเภทโรงงานและโรงแรม มักจะมีงานเฉพาะที่ต้องคอยติดตาม


    Related Careers

    Why High-Paying Jobs Favor Strong Presentation Skills
    Resume & Portfolio
    Why High-Paying Jobs Favor Strong Presentation Skills
    Is a Cover Letter Still Necessary in the Age of AI?
    Resume & Portfolio
    Is a Cover Letter Still Necessary in the Age of AI?
    5 Powerful English Phrases to Put on Your Resume That Instantly Impress MNC Recruiters
    Resume & Portfolio
    5 Powerful English Phrases to Put on Your Resume That Instantly Impress MNC Recruiters
    Create a Standout Professional Resume: Boost Your Chances with Jobcadu Resume Builder
    Resume & Portfolio
    Create a Standout Professional Resume: Boost Your Chances with Jobcadu Resume Builder
    What is a CV? How is it Different from a Resume
    Resume & Portfolio
    What is a CV? How is it Different from a Resume
    Applied to 500 Jobs: Uncovering What Recruiters Truly Value
    Resume & Portfolio
    Applied to 500 Jobs: Uncovering What Recruiters Truly Value
    How to Choose the Right Career Path in 7 Simple Steps
    Resume & Portfolio
    How to Choose the Right Career Path in 7 Simple Steps