<h2 style="text-align: left"><img class="resizable-image" src="https://d2rp8rvurt6n5g.cloudfront.net/admin-career-post/images/3d43c5de-52ad-4825-9933-ebdac71432ad/1731402942999324.young-blogger-influencers-shooting-themselves.jpg" style="" draggable="true"></h2><h2 style="text-align: left">Influencer คือ </h2><p style="text-align: left">อินฟลูเอนเซอร์ เป็นคนที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ที่สามารถชี้แนะ แนะนำ ให้บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตัดสินใจทำบางสิ่ง เช่น ซื้อสินค้า อ่านบทความ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง ความรู้ ตำแหน่งงาน โดยส่วนมาก Influencer จะมีอิทธิพลบน Social Media เช่น Facebook Lemon8 Youtube X Tiktok และ Instagram</p><p style="text-align: left">โดยอินฟลูเอนเซอร์นั้นจะมีฐานผู้ติดตามและเป็นที่รู้จักจำนวนมาก โดยอินฟลูเอนเซอร์จะทำให้ฐานผู้ติดตามคล้อยตามด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อโน้มน้าวใจหรือดึงดูดใจให้คล้อยตาม โดยทั่วไป อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจะเป็นที่รู้จักในเรื่องที่ถูกเฉพาะเจาะจงลงไป หรือที่เรียกว่า Niche Target ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มแฟชั่น การท่องเที่ยว เกม ความงาม การทำอาหาร ฟิตเนส หรือความสนใจอื่นๆ โดยอินฟลูเอนเซอร์จะสร้างเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับกลุ่ม Target ของเขาที่สนใจในเรื่องนั้น ๆ </p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left">Influencer ทำหน้าที่อะไร</h2><p style="text-align: left">หน้าที่หลัก ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์นั้นคือการเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์นั้น ๆ โดยแบ่งเส้นทางของการแทรกซึมสินค้าหรือบริการให้เข้าไปในใจของลูกค้าดังนี้</p><ol><li><p style="text-align: left"><strong>ต้องรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์</strong> เพราะอินฟลูเอนเซอร์คือคนที่สื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้า จึงต้องทำความเข้าใจอันดับแรกว่าคนที่จะซื้อสินค้าคือใคร กลุ่มไหน Generation ไหน อายุเท่าไหร่ และคนกลุ่มนั้นกำลังสนใจอะไร เพื่อวางแผนการสร้างคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม</p></li><li><p style="text-align: left"><strong>ทำความรู้จักกับสินค้า</strong> การทำความรู้จักสินค้าไม่เพียงแค่รู้ว่าสินค้าชื่ออะไร เอาไว้ทำอะไร แต่สามารถวิเคราะห์ถึงคุณค่าของแบรนด์ด้วยการค้นหาอย่างพิถีพิถันและลึกซึ้ง เพื่อดึงจุดเด่นที่คู่แข่งไม่มีและนำไปสื่อสารให้ตรงใจกับลูกค้าและแข่งกับคู่แข่งได้</p></li><li><p style="text-align: left"><strong>เป็นสะพานระหว่างสินค้าและแบรนด์ </strong>อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าอินฟลูเอ็นเซอร์นั้นมีฐานผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง เพราะฉะนั้นอินฟลูเอนเเซอร์ก็สามารถสร้าง Awareness ให้กับแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย เพราะมีฐานผู้ติดตามที่สนใจในเรื่องนั้น ๆ อยู่แล้ว ผ่านการสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ </p></li><li><p style="text-align: left"><strong>สร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้า</strong> หนึ่งหน้าที่ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง Awareness คือการสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ ให้โดนใจกับกลุ่มลูกค้าในสไตล์ของแต่ละคน เช่น วิดิโอ บทความ podcast story หรือ Post โดยแต่ละรูปแบบของคอนเทนต์ก็ต้องนำเสนออย่างถูกรูปแบบ เพื่อให้คอนเทนต์นั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด</p></li><li><p style="text-align: left"><strong>เป็นตัวแทนของสินค้านั้น ๆ</strong> - พอคอนเทนต์โดนใจ ลูกค้าก็จดจำเราคู่กับสินค้านั้น ๆ เพราะฉะนั้นต้องรักษาและส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ เหมือนกับที่เราจำได้ว่าดาราคนนี้เป็น Brand Ambrassador ของสินค้าชิ้นนี้</p></li></ol><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left">Influencer, Content Creator และ Youtuber แตกต่างกันอย่างไร</h2><p style="text-align: left">ทุกวันนี้คำว่า Influencer, Content Creator และ Youtuber มักถูกใช้สลับกันไปมาในปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละคำมีความหมายและขอบเขตที่แตกต่างกัน นั่นก็คือ</p><ul><li><p style="text-align: left">Influencer : คือคนที่มีความสามารถในการโน้มน้าวหรือส่งผลกระทบต่อความคิดเห็นหรือพฤติกรรมของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดตามของตนเองบนโซเชียลมีเดีย </p></li><li><p style="text-align: left">Content Creator : คือที่ผลิตเนื้อหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ บทความ ภาพ หรืออื่นๆ เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความบันเทิง สร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ หรือเพื่อโปรโมทสินค้าและบริการ</p></li><li><p style="text-align: left">Youtuber: หมายถึงผู้ที่สร้างและเผยแพร่วิดีโอผ่านแพลตฟอร์ม YouTube โดยเฉพาะ ผู้สร้างวิดีโอเหล่านี้อาจมีเนื้อหาหลากหลาย เช่น เกม รีวิว สอนทำอาหาร เที่ยว หรือพูดคุยทั่วไป</p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left">Influencer มีกี่ประเภท </h2><h3 style="text-align: left">Mega-Influencers (ผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป)</h3><p style="text-align: left">อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น ดารา นักร้อง นักกีฬา ซึ่งมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 1 ล้านคน พวกเขามักมีความสามารถในการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างมืออาชีพ อีกทั้งยังมีไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจนและโดดเด่น </p><h3 style="text-align: left">Macro-Influencers / Key Opinion Leaders (ผู้ติดตาม 100,000 – 1,000,000 คน)</h3><p style="text-align: left">อินฟลูเอนเซอร์ประเภทนี้จะมีศักยภาพในการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่ายกว่า Mega Influencers เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีงบประมาณสูง หรือแบรนด์ขนาดกลางที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากยิ่งขึ้น</p><h3 style="text-align: left">Micro-Influencers (ผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)</h3><p style="text-align: left">อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้มักเป็นผู้ที่มีความสนใจเฉพาะด้านหรือมีความรู้เฉพาะทาง ทำให้มีผู้ติดตามที่สนใจในเรื่องเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์ประเภทนี้จะมีความสามารถในการสร้างความผูกพันเข้ากับผู้ติดตาม เพราะมีการนำเสนอคอนเทนต์อย่างเป็นกันเอง เหมาะสำหรับแบรนด์ขนาดกลางที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วและต้องการสร้างความมีส่วนร่วม (Engagement) ในงบประมาณที่พอดี</p><h3 style="text-align: left">Nano-Influencers (ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)</h3><p style="text-align: left">เป็นคนทั่วไปที่มีชื่อเสียงเฉพาะกลุ่มในหมู่เพื่อนหรือคนรู้จัก พวกเขาสามารถเข้าถึงผู้ติดตามได้อย่างใกล้ชิด ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการบอกต่อเพื่อน ๆ มากกว่าการโฆษณา ทำให้กลุ่มนี้มีความน่าเชื่อถือและความจริงใจมาก เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีงบประมาณจำกัด และต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงผ่านการบอกต่อ</p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left">Influencer ได้เงินยังไง</h2><p style="text-align: left">การเป็น Influencer มีโอกาสในการสร้างรายได้จากหลายแหล่ง หลายรูปแบบ และจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งนี้รายได้ของ Influencer สามารถมาจากหลากหลายวิธี ดังนี้:</p><p style="text-align: left">1. การรับสปอนเซอร์และโฆษณา</p><p style="text-align: left">รายได้หลักของ Influencer มาจากการรับสปอนเซอร์จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องการโปรโมตสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านตัว Influencer โดยแบรนด์จะจ่ายเงินเพื่อให้ Influencer โฆษณาสินค้าหรือบริการ ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบของโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือสตอรี่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Instagram, TikTok หรือ YouTube ค่าตอบแทนจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามและการใช้เวลาของผู้ติดตามบนเนื้อหานั้น ๆ </p><p style="text-align: left">2. การทำ Affiliate Marketing</p><p style="text-align: left">Influencer สามารถสร้างรายได้ผ่านระบบ Affiliate โดยการแนะนำสินค้าหรือบริการพร้อมลิงก์ Affiliate ซึ่งจะได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคนกดลิงก์แล้วสั่งซื้อสินค้า หลายแพลตฟอร์ม เช่น Shopee, Lazada และ Amazon มีระบบ Affiliate ให้ Influencer ใช้หารายได้ได้ง่าย และบางครั้งจะได้รับค่าคอมมิชชันต่าง ๆ อีกด้วย</p><p style="text-align: left">3. การขายสินค้าและบริการของตนเอง</p><p style="text-align: left">Influencer หลายคนสร้างรายได้ด้วยการเปิดร้านค้าออนไลน์หรือขายสินค้าที่พวกเขาผลิตเอง โดยอาศัยชื่อเสียงและฐานแฟนคลับที่ติดตามอยู่ ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่ตรงกับกลุ่มผู้ติดตาม เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือแม้แต่บริการให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน ทั้งนี้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Facebook ก็มีระบบการขายสินค้าให้ใช้ได้ง่าย</p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left">ทำอย่างไรถึงจะได้เป็น Influencer</h2><p style="text-align: left">การเป็น Influencer ในยุคดิจิทัลนี้สามารถเป็นได้ทั้งงานอดิเรกและอาชีพหลัก และยังเป็นช่องทางในการสร้างชื่อเสียงและรายได้ที่น่าสนใจ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถก้าวเข้าสู่วงการ Influencer ได้สำเร็จ มาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง</p><p style="text-align: left"><strong>1. เลือกความสนใจและกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน</strong></p><p style="text-align: left">การเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจและเชี่ยวชาญเป็นสิ่งแรกที่สำคัญมาก จะสามารถสร้างเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ของตนเองได้ เช่น การทำอาหาร การแต่งหน้า แฟชั่น ท่องเที่ยว หรือแม้แต่เรื่องการเงิน การศึกษา การเป็นที่ปรึกษาในการเลือกอาชีพ โดยเลือกจากสิ่งที่ชอบและมีความรู้ แล้วกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากจะเข้าถึงใคร เช่น กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือครอบครัว เป็นต้น</p><p style="text-align: left"><strong>2. พัฒนาสไตล์และเสียงของตนเอง</strong></p><p style="text-align: left">การมีสไตล์เฉพาะตัวและการสื่อสารที่แตกต่างจากคนอื่นจะช่วยให้ผู้คนจดจำเราได้ง่าย ควรหาวิธีการนำเสนอที่ตรงกับตัวตนและไม่เหมือนใคร เช่น ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ หรือมีวิธีเล่าเรื่องที่สนุกสนาน นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับโทนสี การจัดองค์ประกอบภาพ และการใช้ฟอนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของเราเอง</p><p style="text-align: left"><strong>3. การสื่อสารกับผู้ติดตามอย่างใกล้ชิด</strong></p><p style="text-align: left">การตอบกลับคอมเมนต์ การตอบข้อความโดยตรง หรือการทำกิจกรรมแบบ Interactive เช่น Q&A บน Instagram Story จะทำให้ผู้ติดตามรู้สึกใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กับช่องของเรามากขึ้น ซึ่งการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้พวกเขารู้สึกผูกพันและกลับมาชมคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง</p><p style="text-align: left"><strong>4. ทำงานร่วมกับ Influencer หรือแบรนด์อื่น ๆ</strong></p><p style="text-align: left">การทำงานร่วมกับ Influencer คนอื่นหรือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มคนใหม่ ๆ การทำ Collaboration ไม่เพียงช่วยให้ได้วิธีการทำงานจาก Influencer ที่มีประสบการณ์ แต่ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ติดตามเห็นเราในบริบทใหม่ ๆ และอาจช่วยให้เราได้รับการติดตามมากขึ้น เพราะได้ฐานแฟนคลับที่มากขึ้นนั่นเอง</p><p style="text-align: left">5. สม่ำเสมอและอดทน</p><p style="text-align: left">การเป็น Influencer ที่ประสบความสำเร็จต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่สร้างคอนเทนต์ครั้งเดียวแล้วจะมีผู้ติดตามมากมายในทันที ต้องผลิตเนื้อหาต่อเนื่องและปรับปรุงพัฒนาตัวเองเสมอ อีกทั้งต้องอดทนกับคำวิจารณ์และอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง การสร้างความเชื่อถือในกลุ่มผู้ติดตามต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมากเลยทีเดียว</p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left">เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ประสบความสำเร็จ สำหรับคนไหนที่กำลังมองหางานคุณภาพ จากบริษัทชั้นนำในไทยและต่างประเทศ อย่าลืมฝากเรซูเม่ไว้ที่ <a target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="editor-link" href="https://jobcadu.com/th">Jobcadu</a> ล่ะ เพราะเรารวบรวมบริษัทชั้นนำที่ใช่สำหรับคุณมาไว้ให้หมดแล้ว </p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left">แต่อย่าลืมว่านอกจากนั้น Content Creator ก็ามารถใต่เต้าไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้นะ หางานสายคอนเทนต์ได้ที่นี่เลย ><a target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="editor-link" href="https://jobcadu.com/th/jobs/q?search=content+creator&page=1"> คลิ้ก</a></p><h2 style="text-align: left"><br></h2>