ปัจจุบัน การสื่อสารเป็นทักษะสำคัญที่ทุกผู้บริหารให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังการระบาดของ COVID-19 หลายบริษัทมีการปรับตัวทั้งการเลย์ออฟพนักงาน การทำงานจากบ้าน หรือแม้กระทั่งการควบรวมกิจการ ซึ่งทำให้การสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาขวัญกำลังใจของทีม ในขณะเดียวกัน การสื่อสารภายนอก (External Communication) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในยุค “New Normal” ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารต้องหาวิธีในการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ คือ “พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน” ผู้ก่อตั้ง Glow Story และ License Holder ของ TEDxBangkokQ: ทำไมการสื่อสารจึงสำคัญต่อผู้บริหารและองค์กรในปัจจุบัน?พิ: การสื่อสารเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้บริหาร เนื่องจากช่วงนี้หลายองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหลังการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้าง การทำงานจากที่บ้าน หรือการควบรวมกิจการ ทำให้การสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) มีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การสื่อสารภายนอก (External Communication) ก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริหารต้องใช้การเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อบรรลุเป้าหมายQ: อะไรคือ PVP และทำไมจึงเป็นแนวคิดสำคัญในการสื่อสารขององค์กร?พิ: PVP หมายถึง 3 ปัจจัยสำคัญในการวัดผลขององค์กร ได้แก่1. Profit: กำไรหรือรายได้ขององค์กร ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้องค์กรอยู่รอด2. Value: คุณค่าและเป้าหมายที่องค์กรมอบให้กับสังคม เช่น การสนับสนุนการศึกษา หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านสิ่งแวดล้อม3. People: การพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กร ให้พนักงานได้เรียนรู้และเติบโตการตั้งเป้าหมายด้าน PVP จะช่วยให้องค์กรสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพQ: องค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารที่ดีคืออะไร?พิ: การสื่อสารที่ดีประกอบด้วยหลัก KFC:1. Key Message: สารหลักที่ต้องการสื่อ ต้องเป็นประโยคที่ชัดเจนและจำได้ง่าย2. Find Your Story: การเล่าเรื่องที่มีแก่นชัดเจน เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของเรื่อง3. Call to Action: การกระตุ้นให้ผู้ฟังลงมือทำตามที่ต้องการหลังจากการสื่อสารQ: ปัญหาที่พบในการประชุมคืออะไร?พิ: ปัญหาที่พบบ่อยคือเมื่อมีการเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม บางครั้งจะมีคนแสดงอาการไม่พอใจ หรือพูดว่าไม่ดี ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่สร้างสรรค์ และอาจทำให้บรรยากาศในที่ประชุมไม่ดีQ: การจัดการปัญหาในสถานการณ์แบบนี้ควรทำอย่างไร?พิ: ควรจัดการโดยการแยกคนที่มีความขัดแย้งออกมาพูดคุยเป็นรายบุคคล เพื่อทำความเข้าใจและช่วยให้แต่ละคนเห็นว่าทุกคนมาด้วยเจตนาดีเพื่อทำให้งานออกมาดีQ: สิ่งที่ควรทำในฐานะผู้นำคืออะไร?พิ: ผู้นำควรหาจุดแข็งและความตั้งใจที่ดีของแต่ละคน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้คำชมอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้ทีมมีพลังบวกและรับรู้ว่าตนเองมีคุณค่าQ: การใช้คำติหรือ Feedback ที่ดีควรเป็นอย่างไร?พิ: ควรเริ่มด้วยคำชมในส่วนที่ทำได้ดี ก่อนที่จะให้คำแนะนำหรือเสนอแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม นอกจากนี้ควรให้คำแนะนำอย่างละเอียดเพื่อช่วยให้เห็นแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนQ: ความสำคัญของการรับฟัง Feedback จากทุกคนคืออะไร?พิ: การรับฟัง Feedback จากทุกคนในทีมไม่ว่าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งเล็กหรือใหญ่ จะช่วยให้ได้มุมมองใหม่ๆ ที่อาจนำไปสู่การปรับปรุงที่มีประสิทธิภาพในองค์กรQ: องค์กรควรเปลี่ยนจาก Top-Down ไปสู่ Bottom-Up อย่างไร?พิ: การให้พื้นที่และการสนับสนุนให้พนักงานระดับล่างแสดงความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์ที่มีค่า จะช่วยให้องค์กรพัฒนาไปในทิศทางที่ดีและสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริงQ: การนำเสนอของคุณในองค์กรเปรียบเสมือนอะไร?พิ: หากเปรียบเทียบ ผมมองว่าเหมือนเรือชูชีพที่ทุกคนในองค์กรต้องพายไปในทิศทางเดียวกัน ผมอาจเป็นคนคอยดูแลความเรียบร้อย ตรวจสอบว่าสิ่งต่าง ๆ เป็นไปตามแผน และช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้แน่ใจว่าเรือจะไม่หลงทางQ: คุณได้เรียนรู้อะไรจากการช่วยให้พนักงานค้นพบศักยภาพของตัวเอง?พิ: การตั้งคำถามอย่างตรงจุดทำให้พนักงานเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองชัดขึ้น ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งในการจัดเวิร์กช็อป พนักงานฝ่ายบัญชีผู้เงียบขรึมและไม่ค่อยพูดจากับใคร คิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนทำงานเบื้องหลัง แต่เมื่อเขาได้ใช้เทคนิคการเปรียบเทียบตัวเองกับกองหลังในทีมฟุตบอล ทำให้เขาตระหนักว่าหน้าที่ของเขามีความสำคัญต่อองค์กรพอ ๆ กับการทำประตูของกองหน้า มุมมองนี้เปลี่ยนวิธีที่เขามองตัวเองและการทำงานอย่างสิ้นเชิงQ: คุณแก้ไขปัญหาในองค์กรช่วงวิกฤติโควิดอย่างไร?พิ: ช่วงวิกฤติ ผมใช้วิธีการเปิดเผยความอ่อนแอของตัวเอง ผมยอมรับกับทีมว่า “ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” สิ่งนี้ทำให้ทีมเริ่มร่วมมือกันแก้ปัญหา มันไม่ใช่การหาคำตอบคนเดียว แต่เป็นการตั้งคำถามร่วมกัน และจากนั้นไอเดียและโปรเจกต์ใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างมากมายQ: วิธีการประชุมของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร?พิ: ผมได้แยกการประชุมออกเป็นสองโหมด: โหมดระดมความคิด (Ideate) และโหมดคัดกรองไอเดีย (Critique) การแยกสองโหมดนี้ออกจากกันทำให้ไอเดียใหม่ ๆ ไม่ถูกปิดกั้นตั้งแต่ต้น และยังช่วยให้ทุกคนสามารถฟุ้งเต็มที่ก่อนที่จะมาทบทวนและปรับปรุงกันในภายหลังQ: คุณคิดว่าผู้นำควรทำอย่างไรในช่วงวิกฤติ?พิ: ผู้นำในช่วงวิกฤติต้องไม่กลัวที่จะเปิดเผยความไม่รู้ของตนเอง และไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำหรับทุกอย่าง แต่ควรตั้งคำถามที่ถูกต้องและสร้างบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาQ: ลูกน้องควรสื่อสารกับหัวหน้างานอย่างไร?พิ: ลูกน้องควรเข้าใจสไตล์การทำงานของหัวหน้า เช่น หัวหน้าชอบการสื่อสารแบบตรงๆ หรือเน้นข้อมูลเชิงลึก ควรจัดลำดับความสำคัญในการทำงานให้ชัดเจน บอกหัวหน้าได้ว่าเรื่องไหนต้องรีบแก้ และเรื่องไหนจัดการได้เอง การสื่อสารแบบนี้ช่วยลดภาระการตัดสินใจของหัวหน้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันQ: ผู้นำควรทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร?พิ: การเปลี่ยนแปลงในองค์กรต้องเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป การดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ได้ ผู้นำควรสนับสนุนทีมให้เติบโตและพัฒนาตัวเอง ค่อยๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยความเข้าใจและให้เวลา