บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการบาลานซ์ชีวิตยังไงให้มีพลังและความสุขโดยไม่หลงลืมตัวเองของคุณเฟื่องลดา สรานี สงวนเรือง CEO บริษัท Florish Digital1.ที่มาที่ไปของการลดขนาดองค์กรในช่วงเวลาหนึ่ง บริษัทของคุณเฟื่องเคยมีพนักงานประมาณ 50 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 5 คน โดยบริษัทมีการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่มีปัญหาในการปรับสเกลและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคุณเฟื่องเริ่มทำธุรกิจจากความรักในแฟชั่น แต่ไม่ได้วางแผนธุรกิจอย่างชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาเมื่อบริษัทเติบโตจนไม่สามารถสื่อสารกับทุกคนได้ดี และคุณเฟื่องเองก็รู้สึกขาดความรู้ด้านธุรกิจ การรับนักลงทุนเข้ามาช่วย แต่ก็เกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจ และพบว่าตัวเองมีความต้องการที่แตกต่างจากแนวทางที่นักลงทุนเสนอคุณเฟื่องกำลังพิจารณาทิศทางที่แท้จริงของบริษัทและการทำงานของตัวเองหลังจาก 12 ปีที่ทำงานอย่างหนักและไม่ต้องการทำธุรกิจที่มีโครงสร้างใหญ่หรือธุรกิจที่เน้นเงินเป็นหลัก ตอนนี้คุณเฟื่องรู้สึกว่าการทำงานและความสำเร็จที่ได้รับอาจไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง และกำลังมองหาวิธีที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตและธุรกิจในอนาคต2.อย่าไหลไปกับกระแสจนลืมความเป็นตัวเองคุณเฟื่องทำงานในวงการเทคโนโลยีมานานเกือบ 10 ปี โดยเริ่มต้นด้วยความสนุกและตื่นเต้นที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ช่วยเพิ่มเวลาของผู้คน แต่ช่วงหลัง ๆ เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกว่ามันล้นหลามและยากที่จะตามให้ทันคุณเฟื่องเห็นว่าการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียมีข้อดี แต่ก็ทำให้มนุษย์รู้สึกว่าต้องทำตามกระแสตลอดเวลา จนอาจลืมความสำคัญของการรู้จักตัวเองและมีเป้าหมายที่ชัดเจนการวิ่งตามเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดพักอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยและถูกกัดกร่อนความเป็นมนุษย์ ดังนั้น คุณเฟื่องจึงเชื่อว่าเราควรมีความชัดเจนในความต้องการและเป้าหมายของตัวเองก่อนที่จะตามเทคโนโลยีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกระแสที่หมุนเร็วเกินไป3.สิ่งที่น่ากลัวกว่าเทคโลโลยีคือ“ผู้คน”คุณเฟื่องเห็นว่าหลายอย่างนอกจากเทคโนโลยีก็สามารถทำให้เราหลุดออกจากตัวเองได้ เช่น โซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลมากในการกระตุ้นให้เราต้องติดตามข่าวสารและเทรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เราเกิดความรู้สึก FOMO (Fear of Missing Out) และต้องพยายามตามให้ทันโซเชียลมีเดียมีการสร้างแรงจูงใจให้คนโพสต์เนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจและได้รับการยอมรับ แต่บางครั้งสิ่งนี้อาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดี เช่น การสร้างดราม่าหรือการเปิดเผยพฤติกรรมส่วนตัวที่อาจไม่สมควรได้รับการเผยแพร่คุณเฟื่องยังสังเกตว่าความรู้สึกของความกลัวและความกดดันในโซเชียลมีเดียทำให้เราไม่กล้าพูดหรือทำอะไรที่อาจเสี่ยงต่อการถูกตำหนิ นั่นคือเหตุผลที่คุณเฟื่องระมัดระวังมากขึ้นเมื่อพูดหรือแสดงความคิดเห็น เพราะรู้สึกว่าเมื่อเรารู้มากขึ้น ก็อาจรู้สึกว่าเรายิ่งรู้ "น้อย" และไม่อยากทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงหรือความผิดพลาด4.เคารพความแตกต่างอย่างเท่าเทียมคุณเฟื่องมองว่าคอมเมนต์เชิงลบต่อผู้หญิงมีสองลักษณะ1. การคุกคามทางเพศ เช่น การส่งรูปอวัยวะเพศ ซึ่งคุณเฟื่องเห็นว่าควรลบและแบนอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและสร้างความไม่ปลอดภัย2. การวิจารณ์ในเชิงรูปลักษณ์ เช่น คอมเมนต์ที่เน้นการชมรูปร่างหน้าตาแทนเนื้อหาหรือความสามารถ ซึ่งอาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าไม่สามารถได้รับการยอมรับจากความสามารถจริงๆ แต่เพียงแค่จากรูปลักษณ์ภายนอกคุณเฟื่องเชื่อว่าทุกคนเท่ากัน มีสิทธิ์เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องถูกกำหนดด้วยเพศหรือภาพลักษณ์ และทุกคนควรเคารพความแตกต่างและความเป็นตัวตนของกันและกัน โดยไม่ควรมีการตัดสินหรือคาดหวังตามเพศหรือบทบาทที่ถูกกำหนดไว้ นี่เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆที่มนุษย์จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์5.อย่าลืมตัวตนจนเป็นคนที่ไม่ใช่เราคุณเฟื่องมองว่าโลกออนไลน์ทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะเรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่เห็นในโซเชียลมีเดียมากกว่าคนรอบข้าง โดยมักถูกดึงดูดไปตามเทรนด์หรือความนิยมต่างๆ ที่ทำให้เราสับสนกับตัวตนที่แท้จริงของเรา ถ้าเราไม่ตระหนักรู้ว่าตัวเองเป็นใครและความต้องการจริงๆ ของเราคืออะไร เราอาจจะหลงทางในโลกออนไลน์และพยายามตามเทรนด์หรือการรับรู้ของคนอื่น จนไม่รู้ว่าตัวเองจริงๆ ต้องการอะไร ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่พอใจหรือไม่เป็นตัวของตัวเองได้คุณเฟื่องเชื่อว่าการหยุดคิดและถามตัวเองว่าเราคือใคร เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความเป็นตัวตนและหลีกเลี่ยงการถูกเปลี่ยนแปลงโดยโลกออนไลน์6.ถึงคนที่ทำตัวเอง“หล่นหาย”คุณเฟื่องตระหนักว่าไม่รู้จักตัวเองเมื่อรู้สึกว่าแม้ทำงานอย่างสนุกสนานและมีแรงจูงใจ แต่กลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งภายในตัวเองที่ร้องขอความช่วยเหลือ สถานการณ์นี้เกิดจากการใช้ชีวิตในโลกที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากทั้งการทำงานและสังคมออนไลน์ พบว่าการที่เราสำรวจและสะท้อนความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยให้เรารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆ และแยกแยะระหว่างความต้องการที่แท้จริงกับแรงกดดันจากภายนอก นอกจากนี้ คุณเฟื่องได้เรียนรู้ว่าการทำเวิร์กชอปและหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ดี สามารถช่วยให้ค้นพบตัวตนและความต้องการที่แท้จริงของตัวเองได้มากขึ้น7.ฮาวทูตั้งหลักรับความเปลี่ยนแปลงคุณเฟื่องมีวิธีการกลับมาตั้งหลักกับตัวเองด้วยการทำความเข้าใจและเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ซ่อนหรือหลีกเลี่ยง ใช้วิธีเปิดใจเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่พอใจและความเจ็บปวด โดยทำในพื้นที่ปลอดภัย และพยายามเข้าใจและยอมรับอารมณ์เหล่านั้นวิธีที่ใช้ได้แก่1. เปิดใจและสัมผัสอารมณ์: ยอมรับและรู้จักอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่พยายามซ่อนหรือปฏิเสธ2. ใช้พื้นที่ปลอดภัย: จัดการกับอารมณ์ในที่ที่รู้สึกปลอดภัย เช่น ที่บ้าน หรือในการทำกิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกดี3. ทบทวนตัวเอง: ทบทวนความรู้สึกและประสบการณ์ เพื่อเข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรจริง ๆ4. การมีสติ: ยอมรับความอ่อนแอเป็นสิ่งที่ปกติและไม่ต้องรู้สึกผิด5. การเชื่อมต่อกับตัวตนภายใน: ค้นหาความต้องการและความเชื่อที่แท้จริงของตัวเอง โดยการทำงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตและการพัฒนาคุณเฟื่องเชื่อว่า การเข้าใจและยอมรับตัวตนภายใน รวมถึงการจัดการกับความรู้สึกที่เจ็บปวด จะช่วยให้มีความมั่นคงและสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น8.วางสมองลงบ้างแล้วใช้อย่างอื่นดูการตัดสินใจในชีวิตควรมีความสมดุลระหว่างส่วนต่าง ๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านลอจิก (สมอง) ความรู้สึก หรือมโนธรรม การใช้ศาสตร์ต่าง ๆ เช่น Human Design สามารถช่วยให้เราเข้าใจวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคนในการตัดสินใจ รวมถึงการฟังเสียงภายในตัวเองอย่างแท้จริง เช่น การทำสมาธิหรือพักใจ เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและสอดคล้องกับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง นอกจากนี้ การถามตัวเองอย่างรอบคอบและพิจารณาความรู้สึกจากหลายด้านสามารถช่วยในการตัดสินใจที่มั่นคงและมีความหมายมากขึ้น9.จงหาความหมายของการลืมตาตื่นในทุกๆวันบทสรุปของ DMA (Decision-Making Analysis) ของคุณเฟื่องคือ1. การเลือกและวิกฤตของการตัดสินใจ: การตัดสินใจอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อเราเคยไม่ต้องเลือกมาก่อน การไม่มีตัวเลือกสามารถช่วยให้เราโฟกัสและทำงานได้เต็มที่ แต่เมื่อมีตัวเลือก เราต้องเรียนรู้ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความคาดหวังของผู้อื่น2. การเลือกเพื่อความสุขของตัวเอง: การตัดสินใจควรสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเพื่อความสุขหรือความพอใจในชีวิต เราควรเลือกตามสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและมีความสุข3. ความสำคัญของสามปัจจัยหลัก:Peace: การมีความสงบและสันติภาพภายในใจ ความสุขที่ยั่งยืนมาจากความสงบ ไม่ใช่ความตื่นเต้นชั่วคราวFreedom: อิสรภาพในการเลือกและการใช้ชีวิต เช่น การเลือกวิถีชีวิตหรือทำสิ่งใหม่ ๆ ตามที่ต้องการExperiences: การสะสมประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตความเข้าใจและเพิ่มมิติในชีวิตการเข้าใจและใช้สามปัจจัยนี้อย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้การตัดสินใจมีความชัดเจนและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของเราได้มากขึ้น10.สภาพแวดล้อมมีผลต่อทัศนคติของเราการเลือกสภาพแวดล้อม (environment) มีผลสำคัญต่อชีวิตและความรู้สึกของเราอย่างมาก แม้ว่าความแข็งแกร่งของจิตใจจะมีบทบาท แต่สภาพแวดล้อมก็สามารถช่วยหล่อหลอมตัวตนและส่งเสริมการเจริญเติบโตได้ คุณเฟื่องได้ยกตัวอย่างถึงการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศหรือการสร้างพื้นที่ที่รู้สึกเชื่อมต่อกับตัวเอง เช่น การใช้เทียนหอมเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างความรู้สึกพิเศษในพื้นที่ที่ทำงาน ซึ่งช่วยให้สามารถฟื้นฟูพลังงานและเพิ่มความรู้สึกเชื่อมโยงภายในได้11.เราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเจอคุณเฟื่องมีมุมมองว่าการเติบโตในช่วงวัยต่าง ๆ ของชีวิตมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน1. วัย 10-20 ปี: ช่วงวัยรุ่นเป็นเวลาที่เราค้นหาตัวตนและสำรวจความสนใจนอกเหนือจากครอบครัว การตั้งคำถามและค้นหาเส้นทางในชีวิตมักเกี่ยวข้องกับการทดลองและการเรียนรู้จากสังคมรอบข้าง2. วัย 20-30 ปี: ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราสร้างเนื้อสร้างตัวและสำรวจโลกที่กว้างขึ้น ความสำเร็จและความล้มเหลวในช่วงนี้มีผลต่อการพัฒนาตนเอง การตั้งเป้าหมายและความคาดหวังที่สูงอาจนำไปสู่ความสุขหรือความทุกข์ขึ้นอยู่กับการจัดการและความสมดุลของชีวิต3. วัย 30-40 ปี: เป็นช่วงที่ต้องเริ่มรวมรวมมิติของชีวิตต่าง ๆ ให้มีความกลมกลืนกันมากขึ้น บ่อยครั้งที่เราต้องเจรจากับโลกทุนนิยมและความคาดหวังจากสังคม ซึ่งอาจทำให้เราหลงลืมตัวตนของเรา การเรียนรู้ที่จะจัดการกับความสมดุลและการรู้เท่าทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญแต่ละช่วงวัยมีการเรียนรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนมีค่าและบทเรียนที่สำคัญในการเติบโตและพัฒนาตัวตน12.ใช้ชีวิตง่ายขึ้นเมื่อเข้าใจชีวิตมากขึ้นเมื่อเราโตขึ้น มักจะมีความกล้าที่จะตัดสิ่งที่บั่นทอนออกไปได้มากขึ้น เพราะประสบการณ์และการเรียนรู้ในชีวิตช่วยให้เราเข้าใจตัวเองดีขึ้น วัยเด็กอาจทำให้เรายังไม่แน่ใจในตัวตนของเราและใส่ใจมากกับความคิดเห็นของผู้อื่น แต่เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การสะสมประสบการณ์และความรู้ทำให้เรามีความเข้าใจและความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ดังนั้น เราจึงสามารถเลือกที่จะปล่อยวางบางสิ่งที่ไม่สำคัญและให้เวลาในการจัดการสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าตามที่จำเป็นได้ดีขึ้น13.เราสามารถเลือกความสัมพันธ์ที่เราต้องการได้เมื่อลงลึกในการโตขึ้น เรามักจะเริ่มสนใจเรื่องของตัวเองมากขึ้นและเลือกที่จะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากกว่าจำนวน นอกจากนี้ การเติบโตจะทำให้เราเข้าใจความต้องการและความมั่นคงทางจิตใจของตัวเองมากขึ้น การมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและซื่อสัตย์ในกลุ่มเล็ก ๆ สามารถช่วยเสริมสร้างความรู้สึกของการไม่โดดเดี่ยวและเพิ่มความมั่นคงทางจิตใจได้มากกว่าการมีเพื่อนหรือความสัมพันธ์จำนวนมาก แต่มีคุณภาพต่ำ14.ชีวิตใหญ่กว่า “งาน”คุณเฟื่องค้นพบว่าชีวิตมีความสำคัญมากกว่างาน เมื่อคุณเฟื่องได้พูดคุยกับป้อม ศิวัฒน์ ซึ่งเป็นอดีต CEO และปัจจุบันเป็นโค้ช คุณป้อมได้แนะนำให้มองชีวิตในกรอบระยะ 5 ปีและพิจารณาความสำคัญของแต่ละด้าน เช่น ความสัมพันธ์ ครอบครัว และการพัฒนาตนเอง ไม่ใช่เพียงแค่การงานและเงินคุณเฟื่องเริ่มเห็นว่าการให้ความสำคัญกับชีวิตในด้านอื่น ๆ ช่วยให้เกิดความสมดุลและทำให้ชีวิตมีมิติที่ครบถ้วนมากขึ้น การมองชีวิตเป็นวงล้อที่มีหลายด้าน และให้ความสำคัญกับแต่ละด้านจะทำให้ชีวิตหมุนไปได้อย่างราบรื่นและเต็มที่มากขึ้น นอกจากนี้ ยังตระหนักว่า งานและเงินไม่ใช่ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตมีความหมายและไม่เสียใจเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต15.เราสร้างนิยามความสำเร็จในรูปแบบของตัวเองได้ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องเดินตามแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่มักจะเชิดชูความสำเร็จเชิงธุรกิจ เช่น การสร้างบริษัทใหญ่ๆ หรือการขายบริษัทให้ประสบความสำเร็จ ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการทำงานหรือการมีชื่อเสียงเสมอไป บางคนอาจพบว่าความสำเร็จที่แท้จริงของพวกเขาคือการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เป็นแม่ที่ดี หรือทำให้ครอบครัวมีความสุข การนิยามความสำเร็จจึงมีหลายรูปแบบ และไม่ควรปล่อยให้สังคมกำหนดหรือจำกัดว่าความสำเร็จควรจะเป็นแบบใดแบบหนึ่ง16.ความสุขของเฟื่องลดาความสุขในปัจจุบันของคุณเฟื่องมาจากการสร้างสมดุลในชีวิต 3 ด้านหลักๆ คือ1.Peace of Mind และ Self-Love: การรักและดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ช่วยให้มีความสงบทางจิตใจ2.การเลี้ยงลูก: ความพยายามที่จะเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์และไม่มีปม โดยไม่ละทิ้งความสุขและความเป็นตัวเอง3.การทำงาน: มีความหลงใหลในการทำงาน โดยเฉพาะงานที่สามารถเปลี่ยนมุมมองของผู้คน ช่วยกระตุ้นความคิด และเปิดโลกทัศน์ให้พวกเขามีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป17.การเป็นแม่ทำให้เข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างถ่องแท้การเป็นแม่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดของคุณเฟื่อง เพราะการมีลูกทำให้ตระหนักว่าชีวิตมีความหมายมากกว่างาน โดยการเลี้ยงลูกช่วยให้รับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ในมิติที่ลึกซึ้งมากขึ้น การที่ลูกต้องการความรักและการดูแล ทำให้เห็นความสำคัญของความรักและความใส่ใจในสิ่งเล็กๆ และส่งผลให้เข้าใจมนุษย์ในแบบที่ลึกซึ้งขึ้นการมีลูกยังทำให้ฝึกความเข้าใจ (empathy) ความใจเย็น และการเสียสละ เนื่องจากลูกไม่สามารถถูกเร่งรีบหรือบังคับให้ทำตามคำสั่งได้ การเลี้ยงลูกทำให้คุณเฟื่องช้าลง เรียนรู้วิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา และตระหนักถึงรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ รวมถึงรูปแบบที่ลูกสะท้อนตัวตนของคุณเฟื่อง ซึ่งทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขแพทเทิร์นเหล่านั้นเพื่อเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น18.อยากให้ลูกโตมาแบบไหนคุณเฟื่องมีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกให้เติบโตมาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในเสียงและตัวตนของตัวเอง อยากให้ลูกมีความมั่นคงในตัวตน และรู้สึกปลอดภัยในการตัดสินใจของตนเอง โดยไม่มุ่งหวังให้ลูกเก่งหรือแข่งขันในระบบการศึกษาที่เข้มงวดเพราะเชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะสามารถช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ลำพัง และมีรากฐานของความรักจากครอบครัวที่คอยสนับสนุนอยากให้ลูกมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตตามที่ตนต้องการ และมองโลกอย่างสนุกสนานและสามารถพิชิตทุกความท้าทายได้ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกที่มองไว้คือการเป็นเพื่อนที่เปิดกว้าง รับฟังและอยู่เคียงข้างเสมอ อยากให้ลูกกล้าที่จะมาหาในทุกปัญหา และไม่ต้องอยู่ในกรอบที่ถูกบังคับ อยากให้ความสัมพันธ์เป็นการเติบโตไปด้วยกันอย่างเข้าใจ19.ชีวิตควรมีความหวังแต่ไม่คาดหวังมากเกินไปวิธีมีความสุขกับชีวิตที่แตกต่างคือการจัดการความคาดหวังและความหวัง ความหวังทำให้เรามีพลังเดินต่อ แต่ความคาดหวังมากไปนำมาซึ่งความทุกข์ ถ้าความจริงของเราน้อยกว่าความคาดหวังมาก เราจะทุกข์หนัก แต่ถ้าปรับความคาดหวังให้ใกล้เคียงกับความจริง เราจะมีความสุขมากขึ้น หมั่นตรวจสอบความคาดหวังของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกทุกข์ เพราะบางครั้งมันอาจเกิดจากการเปรียบเทียบชีวิตเรากับคนอื่นบนสื่อโซเชียล20.สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต คือ การพอใจในตัวเองคุณเฟื่องเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นตัวเองที่ดีกว่าได้ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษและมีความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกตามธรรมชาติ แก่นของการเป็นมนุษย์คือการมีเป้าหมายในชีวิต และการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง หรือมีน้ำใจกับผู้อื่นการพัฒนาตัวเองนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสำเร็จในรูปแบบของสังคม เช่น การได้เงินเดือนสูงขึ้นหรือเก่งขึ้น แต่เป็นการปรับปรุงตัวเองในหลายมิติ เพื่อทำให้ชีวิตมีความหมายและก้าวต่อไป______________________________________________________________________________________________________________________________________The interview with Ms. Fuenglada Sarani Sanguanruang or Feuang, CEO of Florish Digital, about balancing life to maintain energy and happiness without losing oneself:1.Why she downsized the company?At one point, her company had about 50 employees, but now it’s down to just 5. The business grew quickly, but it struggled to adjust to the changes. Ms. Fuenglada started the business because of her love for fashion, but she didn’t have a clear business plan. When the company expanded, it became difficult to communicate well with everyone, and she also felt she lacked business knowledge. Bringing in investors helped, but it created conflicts about how to run the business. She realized her vision was different from what the investors wanted.After 12 years of hard work, she is now rethinking the company’s direction and her work. She doesn’t want a large company focused solely on money. Ms. Fuenglada is seeking a way to live and work that matches her true desires.2.Don’t follow the crowd and forget yourselfShe has been working in the tech industry for almost 10 years. At first, she enjoyed the excitement of how new technology could save people time. But as tech grew faster, she started feeling overwhelmed. She noticed that while social media and tech have many benefits, they also push people to constantly follow trends, making it easy to lose touch with who you really are. She believes it’s important to be clear about your own needs and goals before getting swept up in technology.3.What’s scarier than technology?K.Fuenglada thinks that other things, like social media, can pull us away from ourselves. Platforms often push us to keep up with trends, causing FOMO (Fear of Missing Out). Social media encourages people to post attention-grabbing content, but this can sometimes lead to negative effects, like creating drama or revealing personal behavior that shouldn’t be public.She also sees how the fear and pressure from social media can make us hesitate to speak or act, worried about criticism. That’s why she’s more careful when she speaks, knowing that the more you know, the more you realize how little you know.4.Respecting differences equallyShe notices two kinds of negative comments toward women:1.Sexual harassment, like sending inappropriate photos. She believes this should be banned and removed immediately as it creates a sense of danger.2.Comments focused on appearance, where women are judged more for their looks than their abilities. This can make women feel their worth is only based on their appearance.K.Fuenglada believes everyone is equal and should be free to be themselves without being judged based on gender or appearance. She emphasizes that respecting each other’s uniqueness is essential for living a full life.5.Don’t forget yourself and become someone you’re notShe thinks the online world changes people. We often care more about what we see on social media than the people around us, which can make us confused about who we really are. If we’re not aware of our true desires, we might get lost trying to follow trends and others’ opinions, leaving us unsatisfied or not true to ourselves.K.Fuenglada believes it’s important to stop and ask, “Who am I?” to stay connected with your true self and avoid being changed by the online world.6.Advice for those who feel “lost”She realized she didn’t know herself when, despite enjoying her work, something inside her was calling for help. Living in a fast-paced world with pressure from work and social media can do that. Reflecting on your feelings is key to understanding what you really want, separating your true desires from outside pressure. She learned that workshops and help from mental health professionals can assist in rediscovering your true self.7.How to stay grounded during changeHer way of staying grounded is to face and understand her feelings, rather than hiding them. She recommends opening up to uncomfortable emotions in a safe space, like at home, and accepting them. She uses these steps:1. Open up to your emotions and recognize them.2. Deal with feelings in a safe environment.3. Reflect on your emotions and experiences to understand your true needs.4. Practice mindfulness and accept your vulnerability.5. Reconnect with your inner self through activities that support mental health.By doing this, she believes you can find stability and move forward with more strength.8.Rest your brain and use other parts of yourselfLife decisions should balance logic, feelings, and intuition. She uses concepts like Human Design to understand how different people make decisions. Listening to your inner voice through meditation or self-reflection can bring clarity. Thinking carefully from different perspectives helps make decisions that are strong and meaningful.9.Find meaning in waking up every dayHer decision-making process (DMA) is based on these:1.Choices and crisis of decision-making: Sometimes, decision-making is hard, especially when you’re not used to choosing. Having fewer options can help you focus, but with more options, you must learn to pick what’s best for yourself, not based on others’ expectations.2.Choosing for your own happiness: Decisions should reflect your true needs and bring you happiness.3.Three key factors for life:• Peace: Inner peace, which leads to lasting happiness.• Freedom: The freedom to choose and live as you wish.• Experiences: New experiences help you grow and add depth to life.Understanding and applying these factors helps make clear decisions that align with your true desires.10.Your environment shapes your attitudeThe environment you choose plays a big role in shaping your life. She emphasizes the importance of creating a space that feels connected to you, like using scented candles to create a calming atmosphere. This helps refresh your energy and makes you feel more connected to yourself.11.Each life stage teaches valuable lessonsK.Fuenglada believes that as we go through different stages of life, we learn important lessons:1.Teen years (10-20): A time for exploring your identity and interests outside of family.2.Young adulthood (20-30): A time to build yourself and experience the wider world. Success and failure shape your growth.3.Mid-adulthood (30-40): This stage involves balancing different parts of life, dealing with societal expectations, and staying true to yourself.Each stage brings valuable lessons that help you grow.12.Life gets simpler as you understand it betterAs we get older, we become more confident in cutting out things that weigh us down. Experience teaches us to focus on what truly matters. In childhood, we often care too much about others’ opinions, but with age, we learn to let go of the unimportant and prioritize what brings meaning.13.We can choose the relationships we wantAs we grow, we focus more on quality relationships over quantity. Deeper, honest connections help build a sense of security, which is more valuable than many shallow relationships.14.Life is bigger than workMs. Fuenglada realized that life is about more than work. After talking with Pom Sivawat, a former CEO turned coach, she now sees the importance of family, relationships, and personal growth alongside work. Balancing all areas of life brings more fulfillment.15.We define success in our own waySuccess doesn’t have to be about running a big company. Some people find success in living peacefully, being a good parent, or creating a happy family. Everyone can define success for themselves.16.K.Fuenglada’s happinessHer current happiness comes from balancing three areas of life:1.Peace of mind and self-love: Taking care of herself is the foundation of her peace.2.Parenting: Raising her child with joy while staying true to herself.3.Work: She enjoys work that inspires others and opens new perspectives.17.Being a mom helps her understand humanity betterParenting has helped her realize that life is more than work. Raising a child teaches empathy, patience, and the importance of small, meaningful moments.18.How she wants her child to grow upK.Feuang wants her child to grow up confident in their own voice and decisions, without pressure to succeed in traditional ways, like through a strict education system.19.Life should be filled with hope, but not with too much expectationA way to be happy with a different kind of life is to manage expectations and hope. Hope gives us energy to move forward, but too much expectation can lead to sadness. If reality falls far short of what we expect, we will suffer. However, if we adjust our expectations to be closer to reality, we will be happier. It's important to regularly check our expectations, especially when we feel sad, because sometimes it may come from comparing our lives with others on social media.20. The greatest thing in life is self-contentmentK.Feuang believes that everyone can become a better version of themselves because humans are special beings with the ability to adapt and grow to survive, which is part of natural selection. The core of being human is having life goals and improving ourselves every day, even in small ways like being aware of our emotions or being kind to others.Self-improvement doesn’t have to mean success in the way society defines it, like earning a higher salary or being more skilled. It means improving ourselves in different aspects to give life more meaning and continue moving forward.