<p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">งานสัมมนาธุรกิจที่ผู้ประกอบการตัวจริงไม่ควรพลาดอย่าง SCALE FAST Business Accelerator Summit & Expo 2025 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ TRUE ICON HALL, ICONSIAM ชั้น 7 เมื่อวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2025 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์และกลยุทธ์การ "Scale ธุรกิจให้โตไว" จากผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทุกระดับก้าวข้ามขีดจำกัดและเติบโตจากหลักล้านสู่พันล้านได้อย่างยั่งยืน</span></p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Highlight ภายในงาน:</strong></span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>60+ Speaker & Sessions:</strong> พบกับเจ้าของธุรกิจตัวจริงกว่า 60 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มาแชร์ประสบการณ์การฝ่าวิกฤตและเคล็ดลับการ Scale ธุรกิจอย่างยั่งยืนจนเติบโตแตะหลักร้อยล้าน-พันล้าน</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>50+ Booths จาก Scale Up Expo:</strong> จัดแสดงโซลูชันธุรกิจที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณขยับจากผู้เล่นไปเป็นผู้นำ ครอบคลุมทุกระบบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบัญชี, การตลาด, HR, Logistics, และ Automation</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>200+ Attendee Exclusive Networking Night:</strong> โอกาสทองในการสร้างเครือข่ายกับนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>20+ Workshop Sessions:</strong> เวิร์คช็อปแบบลงมือปฏิบัติจริงในหัวข้อสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ เช่น การขาย, ระบบการบริหารคน, การตลาด, การใช้ข้อมูล, และการขยายทีม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้ทันที</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Sessions ที่ Jobcadu ได้มีโอกาสเข้าร่วม</strong></span></p><h2 style="text-align: left"><br><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>1.เจาะลึกกลยุทธ์ HAAB's: เมื่อขนมไข่ท้องถิ่น ทัชใจคนทั้งประเทศ</strong></span><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336912934-9eb178f14783b0de865f84c3dec41871.png" style="width: 444px; height: auto; cursor: pointer;" width="444" height="371" draggable="true"></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">หนึ่งใน Session ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการนำเสนอของคุณจูเนียร์ ทัพไทย ฤทธาพรม ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ขนมไข่ชื่อดัง Haab ในหัวข้อ "HAAB's Heatwave : When Local Flavor Becomes a Lifestyle Icon" ซึ่งเผยเบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Haab จากขนมไข่ท้องถิ่น สู่การเป็นแบรนด์ที่สร้างกระแสติดปากคนทั่วประเทศ</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>จุดเริ่มต้นจาก "ความเชื่อ" ที่ไม่ใช่ "ความชอบ"</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณจูเนียร์ได้แชร์เรื่องราวส่วนตัวว่าในวัยเด็กเป็นคนขี้อาย และไม่ได้มีความคิดที่จะทำธุรกิจอาหารเลย เพราะไม่ถนัดและทำไม่เป็น แต่เขามีความเชื่อมั่นในเรื่องอื่น ๆ มากกว่า เช่น e-commerce และ data for business ด้วยพื้นฐานที่เรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์และเคยทำงานเป็น Business Analyst ให้กับ Amazon.com</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จุดเริ่มต้นของ Haab จึงไม่ได้มาจากความชอบในผลิตภัณฑ์ แต่มาจาก Co-founder (คุณมอส) ซึ่งเป็นคนสงขลาที่ต้องการผลักดัน "Project ขนมไข่" ในช่วงแรก คุณจูเนียร์ยังไม่เห็นดีมานด์ในตลาดขนมหวานเลย แต่หลังจากนั้น 1.5 ปี การกลับมาทบทวน (revisit) โปรเจกต์นี้ก็เกิดขึ้น เมื่อพบว่ามีร้านขนมไข่ร้านหนึ่งทำยอดขายได้เป็นหมื่นออเดอร์บน Shopee นั่นจึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า "ดีมานด์" มีอยู่จริง แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่าทำไมเทรนด์นี้ถึงเกิดขึ้น</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>สูตรการ Scale ธุรกิจแบบมินิมัล สู่การขยายช่องทางการขายเเบบยั่งยืน</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณจูเนียร์เน้นย้ำถึงหลักการเริ่มต้นธุรกิจที่ว่า ควรเริ่มจาก Minimum Viable Product (MVP) หรือการทำในขนาดเล็กก่อน โดยให้ความสำคัญกับการ "Demand Research" ที่ไม่ใช่แค่ "Expected Demand" แต่ต้องเป็น "Actual Demand" ที่มีการพิสูจน์แล้ว</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>ก้าวแรก: การทดลองตลาดด้วยงบประมาณจำกัด</strong></span></h3><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">การทดลองเปิดบูธครั้งแรก ใช้เงินลงทุนเพียง 20,000 บาท บวกค่า Marketing 10,000 บาท สำหรับจ้าง KOL มารีวิว</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">วันแรก ขายได้ 2,000 บาท แต่เพียง 1 สัปดาห์ ยอดขายก็พุ่งขึ้นเป็น 12,000 บาทต่อสัปดาห์ เพราะลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ บอกต่อ และการเลือก KOL ที่ตรง Target</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทีมงานมองหา "โมเดลทางธุรกิจ" ที่จริงจัง</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Turning Point: การสร้าง Brand Development และ Full Scale Event</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">หลังจากเปิดร้านได้ 3 เดือน จุดเปลี่ยนสำคัญในการยืนระยะให้ได้ยาวคือการ Branding Development และการทำ Full Scale Event โดยในปีที่ผ่านมา Haab ออกอีเวนต์ไปถึง 205 ครั้ง เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการ "Test" เพื่อดูว่า "กลุ่มลูกค้าตัวจริง" อยู่ในห้างสรรพสินค้าใด หรือพื้นที่ใดบ้าง โดยเน้นย้ำว่า "ไม่เน้นกำไร แต่ก็ไม่ต้องการขาดทุน"</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>การเติบโตแบบ Collaboration สู่การเป็น Global Brand</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณจูเนียร์เปิดเผยถึงกลยุทธ์สำคัญอีกข้อคือการ Collaboration กับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีกลุ่มเป้าหมายสอดคล้องกัน เช่น ฉันจะกินชาไทยทุกวัน, Layers, Guss Damn Good, Bonnana เเละอีกหลายเเบรนด์เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถยืนได้นาน</span></p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Business Direction</strong> ของ Haab มุ่งเน้นไปที่:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">Domestic Growth via Franchise Model: การเติบโตในประเทศผ่านระบบแฟรนไชส์</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">Regional Expansion & Scale: การขยายไปในระดับภูมิภาค</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จากยอดขาย 150 ล้านบาทในปีที่แล้ว Haab ตั้งเป้าไว้ที่ 400-500 ล้านบาท ในปีนี้ พร้อมกับการขยายไปในต่างจังหวัด และต่างประเทศ ปัจจุบัน Haab มี 4 สาขาในมาเลเซีย รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ในเครืออย่าง Haroy เเละ Yogurbara ที่เปิดตัวในไทยและมีแผนจะขยายไปยังฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย</span></p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>"เราเกือบเป็น National Brand แล้ว แต่อยากให้เป็นระดับประเทศ อยากเป็น Global"</em> คือวิสัยทัศน์ที่คุณจูเนียร์ส่งต่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Haab กำลังก้าวข้ามจากการเป็นแค่ร้านขนมไข่สู่การเป็น Lifestyle Icon ที่พร้อมจะเติบโตไปทั่วโลก</span></p><p style="text-align: left"><br></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>2. La Glace: ปั้นแบรนด์ความงามให้ไวรัล ชนะใจ Gen Z ด้วย "พลังบวก"</strong></span><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336913022-f405ef7e66f4065d0d535361bc595f17.png" style="width: 478px; height: auto; cursor: pointer;" width="478" height="400" draggable="true"></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ใน Panel Discussion “Viral Beauty Branding: How La Glace Wins the Hearts of Gen Z” คุณไอติม (CEO) และ คุณเฟรนส์ฟรายส์ (COO) ได้เผยเส้นทางของ La Glace จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จนกลายเป็นแบรนด์ที่มียอดขายกว่า 420 ล้านบาทภายในสองปี</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>จุดเริ่มต้นจาก "คำถาม" และ "ฐานลูกค้า"</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ทั้งสองเริ่มต้นธุรกิจขณะเป็นนักศึกษา ด้วยโจทย์ว่า "อะไรคือสิ่งที่คนถามถึงคุณมากที่สุด?" คำตอบคือ "เมคอัพ" คุณไอติมซึ่งเคยเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาก่อน เริ่มจากการเป็นตัวแทนขาย จนกระทั่งตัดสินใจทำแบรนด์ของตัวเองด้วยความเชื่อมั่น แม้จะเจออุปสรรคในรอบแรกที่ขายไม่ได้เลย จนต้องถ่ายทอดความท้อแท้ผ่าน IG Stories ซึ่งกลายเป็นการสะสมฐานลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">Turning Point คือเมื่อเพื่อนที่ร่ำรวยคนหนึ่งทักเรื่องหน้าผ่อง แต่ติเรื่องแพ็กเกจจิ้งที่ดูเชย นั่นทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจพัฒนาแบรนด์อย่างจริงจัง โดยการขอซื้อสูตรจากโรงงานและพัฒนา Branding ให้ทันสมัยขึ้น ความสำเร็จจึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกเพราะ "มีฐานลูกค้าที่เชื่อใจอยู่แล้ว" แม้จะเคยโดนดราม่าเรื่องราคา (690 บาท) และการออกแบบ แต่พวกเขารับฟังและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนลูกค้าเปิดใจ</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>กลยุทธ์การเติบโตที่มากกว่าแค่ "เครื่องสำอาง"</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">La Glace ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแบรนด์เครื่องสำอาง แต่สื่อถึง "ความมั่นใจ" และการให้ทุกคน "สู้กับทุกปัญหา" แบรนด์จึงขาย "ฟีลลิ่ง" และ "Power" ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถสู้กับคู่แข่งได้</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>กุญแจสู่ความเป็น Viral และการเข้าถึง Gen Z</strong></span></h3><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>ความเข้าใจลูกค้าและแพลตฟอร์ม:</strong> คุณเฟรนส์ฟรายส์เสริมว่า กลยุทธ์สำคัญคือการพยายาม เข้าใจว่าลูกค้า (Gen Z) เสพสื่ออะไร และ เข้าใจเงื่อนไขของแต่ละ Platform พนักงานส่วนใหญ่ก็อยู่ในช่วงอายุ Gen Z ทำให้แบรนด์ส่งสารและแก่นสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>การบริหารคนแบบทีม "Avengers" (Growth Mindset):</strong> คุณไอติมเน้นว่าการคัดเลือกทีมงานนั้นสำคัญมาก โดยมองหาคนที่มี Growth Mindset, กล้าสู้, และเป็นผู้ให้ (Giver) La Glace มุ่งมั่นที่จะสร้างองค์กรที่ดีที่สุด ให้พื้นที่ในการเติบโตและเปิดโอกาสให้ทีมงานได้ออกไอเดียอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ได้รับเรซูเม่กว่า 10,000 ใบ และมีอัตราการลาออกที่ต่ำมาก</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>สวัสดิการที่ "ให้ใจ":</strong> สวัสดิการที่ดี เช่น เงิน 10,000 บาทเมื่อทำงานครบปี,โบนัสประจำปี, ลาวันเกิดพ่อแม่/แฟน, และการส่งต่อพลังบวกภายในทีม ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>"ลูกค้าต้องชนะเรา":</strong> หัวใจของการชนะใจ Gen Z คือการทำให้ลูกค้าเหนือความคาดหวัง หน้าที่ของแบรนด์คือการทำให้สิ่งที่ลูกค้าได้รับจากการเสียเงินนั้น ได้กลับมามากกว่าที่เสียไป ความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้าคืออำนาจในการต่อรองกับ Suppliers เพื่อลดต้นทุนและ Scale up ต่อไป</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>การขยายสู่ Offline</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">แม้พฤติกรรมลูกค้าจะมักกลับไปซื้อออนไลน์ (เพื่อใช้โค้ด) La Glace ยังคงขยายสู่ร้านค้า Offline กว่าหมื่นสาขา โดยมีเป้าหมายที่ "ไปอยู่ทุกที่ของลูกค้า" และสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้อย่างอิสระ</span></p><h2 style="text-align: left"><br><br><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>3. PAÑPURI: ถอดรหัส Thai Luxury Wellness จาก Slow Scale สู่ Global Brand</strong></span><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336913137-7c7ffd7d2ada8e78bd194c1d6c62d3a8.png" style="width: 457px; height: auto; cursor: pointer;" width="457" height="383" draggable="true"></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">คุณปราโมทย์ เดชะบุญศิริพานิช Managing Director ของ PAÑPURI ได้มาแบ่งปันกลยุทธ์ใน Session "Scent, Soul & Strategy : The Wellness Magnet" โดยยอมรับว่าเส้นทางของ PAÑPURI อาจเป็นแบบ "Scale Slow" เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างแบรนด์ไทยให้ไประดับโลกด้วยปรัชญา Wellness</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>พลิกวิกฤตเป็นโอกาสและการ Transformation หลังโควิด</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">PAÑPURI ยืนหยัดในฐานะแบรนด์ที่มุ่งเน้น Holistic Wellness หรือสุขภาพองค์รวม ซึ่งแตกต่างจากกระแส J-Beauty หรือ K-Beauty ที่เน้นความสวยงามเฉพาะหน้า แม้ในช่วงเริ่มต้นหลายปีก่อน Wellness จะยังไม่เป็นที่เข้าใจ แต่หลังโควิด-19 ความตระหนักรู้เรื่องนี้ก็เพิ่มขึ้นทั่วโลก</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ในช่วงวิกฤตที่เงินสดติดขัด PAÑPURI สามารถสร้าง Cash Flow ได้ถึง 4 ล้านบาทจากการผลิต เจลแอลกอฮอล์ การเอาตัวรอดครั้งนั้นกลายเป็นบทเรียนว่าต้องทำอย่างไรให้ดีกว่าเดิม จนนำไปสู่ Post Covid Transformation</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>กลยุทธ์การ Transformation</strong></span></h3><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Don’t Follow The Big Guys:</strong> เลือกทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับแบรนด์ใหญ่ เพราะการทำตามอย่างมากก็แค่เสมอตัว PAÑPURI เลือกที่จะเก่งใน Segment ที่เล็กกว่า แต่เป็นจุดแข็งของตัวเอง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Product Strategy (The Triangle of Truth):</strong> ผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Fine Fragrance, Bath Body & Hair, และ Skincare (รวมถึง Home Fragrance) โดยใส่ Value เข้าไปในผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านคุณภาพ การออกแบบ Packaging โดยนักออกแบบเก่ง ๆ และเน้น Service ตามแบบฉบับ Thai Hospitality</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Stores & Experiences (Offline is the New Online):</strong> แม้โลกจะเปลี่ยนไปสู่ Online แต่ PAÑPURI ลงทุนใน Offline Store เพื่อสร้าง "ประสบการณ์" ให้ลูกค้าได้ทดลองกลิ่นและผลิตภัณฑ์จริง ๆ โดยแต่ละสาขาจะถูกออกแบบให้มี Concept ที่ไม่ซ้ำกัน สวยงาม และ "Instagammable" (เช่น สาขา Emquartier คอนเซปต์ Night Club / พัทยา คอนเซปต์เรือ) เพื่อดึงดูดลูกค้า</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Personalized & Experiential Retail:</strong> การให้บริการลูกค้าสามารถ ทดลองทำกลิ่นน้ำหอมกับครอบครัว ได้ที่ Emsphere & Emquartier สร้าง "Lifetime Customer" เพราะแบรนด์เชื่อว่า "Brand Story ไม่สำคัญเท่า Customer Story"</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>การ Collaboration และวิสัยทัศน์ระดับโลก</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">PAÑPURI สร้างสรรค์ Storytelling ในทุกแคมเปญ เช่น การ Collaborate กับ Jim Thomson โดยใช้เศษผ้ามาทำแพ็กเกจจิ้ง ซึ่งมีมูลค่าสูงและเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีการนำผลิตภัณฑ์ไปวางในร้านอาหาร Fine Dining กว่า 50 แห่งทั่วประเทศ</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">วิสัยทัศน์ต่อไปของแบรนด์คือการก้าวสู่ระดับโลก ด้วยการขยายสาขา 40-50 แห่งทั่วเอเชีย รวมถึงการสร้างแคมเปญระดับโลก เช่น การเปิดตัวคอเลคชั่น </span><span style="color: rgb(5, 5, 5)">“LOTUS ECLIPSE”</span><span style="color: rgb(27, 28, 29)"> ซึ่งมาจากชื่อซีรีส์ดังระดับโลก “The White Lotus” โดยมีเป้าหมายในการพา Thai Wellness Luxury ไปไกลในทุกมุมโลก</span></p><p style="text-align: left"><br></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>4. iHAVECPU: จากโลกออนไลน์สู่หน้าร้านจริง สูตรขยายธุรกิจคอมพิวเตอร์แบบติดสปีด</strong></span></h2><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336913239-28eb4048b45897541aa334ba65850fbd.png" style="width: 406px; height: auto; cursor: pointer;" width="406" height="341" draggable="true"></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณเปา พีรดนย์ เหมยากร เจ้าของแบรนด์ iHAVECPU ได้มาแบ่งปันเส้นทางการเปลี่ยนธุรกิจจากลูกเจ้าของ "กงสี" ที่กำลังจะแพ้ ให้กลายมาเป็นแบรนด์ไอทีที่เติบโตแบบไม่รอใคร ด้วยยอดขายที่พุ่งจาก 1,300 ล้านบาท (ปี 2023) เป็น 2,700 ล้านบาท (ปี 2025)</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>สร้างตัวตนให้โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่ง</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ท่ามกลางตลาดคอมพิวเตอร์ที่มีคู่แข่งมากมาย คุณเปาเริ่มต้นจากการขายของมือสอง ก่อนจะขยายสู่ Social Media โดยเน้นการ "สร้างตัวตน" ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Real & Relatable Branding:</strong> แทนที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ คุณเปาเลือกที่จะเป็น "เจ้าพ่อคำคม" และนำเสนอตัวเองอย่าง "เรียล ๆ" ซึ่งทำให้ผู้คนเข้าถึงและจดจำได้ง่าย</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>ลงคอนเทนต์ทุกแพลตฟอร์ม:</strong> ด้วยความเชื่อที่ว่า "ยิ่งคนรู้จักยิ่งสร้างโอกาสการขาย" iHAVECPU จึงลงคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์มที่มี เพื่อให้คนเห็นแบรนด์ในวงกว้างที่สุด โดยต้อง เข้าใจธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์ม ว่าควรลงคอนเทนต์แบบใด</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>กลยุทธ์ Offline เสริม Online: เปิดร้านในจุดยุทธศาสตร์</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในขณะที่ร้านค้าอื่นมักจะเติบโตจากหน้าร้านสู่โลกออนไลน์ iHAVECPU เติบโตจาก Online จนต้องมีหน้าร้าน กลยุทธ์การเปิดร้าน (ปัจจุบันมี 16 สาขา) เน้นไปที่:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>พื้นที่ Stand Alone/ปั๊ม/Avenue:</strong> เลือกพื้นที่ที่ค่าเช่าไม่แพง และลูกค้ามีความตั้งใจเดินเข้ามาซื้ออยู่แล้ว ซึ่งมีโอกาสปิดการขายสูงถึง 70-80% แตกต่างจากการขายในห้างสรรพสินค้าที่ลูกค้าอาจแค่เดินดู</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Offline เพื่อเสริม Online:</strong> หน้าร้านจริงทำหน้าที่เป็นตัวเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าที่รู้จักแบรนด์จากโลกออนไลน์</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>สร้างความแตกต่างให้ "คอมที่เหมือนกัน"</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในธุรกิจที่สินค้าอย่างคอมพิวเตอร์ถูกมองว่า "เหมือนกันทุกร้าน" iHAVECPU ใช้กลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มอำนาจการตัดสินใจซื้อ:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Collaboration:</strong> สร้างสรรค์สินค้าที่ไม่มีใครเหมือนด้วยการคอลแลปส์กับแบรนด์อื่น ในส่วนประกอบ เช่น แรม การ์ดจอ หรือคีย์บอร์ด โดยลูกค้าจะได้อุปกรณ์ที่มี "iHAVECPU<strong>"</strong> เป็นส่วนหนึ่ง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Customization และ Accessories:</strong> การทำเคสและอุปกรณ์เสริมที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งยังไม่มีใครทำอย่างจริงจัง ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าได้สินค้าที่เป็น ลิมิเต็ด และมีคุณค่า</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Expertise is Trust:</strong> สร้างความไว้วางใจด้วยการเป็น "ตัวจริง" ในสิ่งที่ขาย ต้อง "รู้ทุกอย่าง" ที่ทำ เพื่อให้เป็น Top of Mind ของลูกค้า การที่ CEO นำหน้ามาขายเอง ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือและความทุ่มเทให้กับแบรนด์</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณเปาทิ้งท้ายว่า การเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นด้วยเงินทุนและประสบการณ์ที่น้อยกว่า ทำให้ต้อง "Work Hard" ควบคู่ไปกับ "Work Smart" เพื่อให้ก้าวข้ามทุกอุปสรรคไปให้ได้</span></p><p style="text-align: left"><br></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>5. White Story: เรื่องเล่าพันล้านจากเมนูอร่อยและ Local Insight</strong></span></h2><p style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336913338-c3498ed2c1b479af10b68a9db2e9a7a8.png" style="width: 479px; height: auto; cursor: pointer;" width="479" height="402" draggable="true"><br><br><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณแวว วาศิณี สุรชาติชัยฤทธิ์ ผู้ก่อตั้ง White Story ได้แบ่งปันเส้นทางการพลิกธุรกิจจากคาเฟ่ขนาดเล็กสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตั้งเป้ารายได้ 800 ล้านบาทในปีนี้ ด้วยการเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของคนไทยอย่างลึกซึ้ง</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>การปรับตัวจาก "คาเฟ่" สู่ "ร้านอาหารครอบครัว"</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จุดเริ่มต้นของ White Story มาจากคาเฟ่เล็ก ๆ ที่เน้นขายกาแฟและขนมเค้กย่านวงเวียนพระราม 5 แต่รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า คุณแววได้แก้ปัญหาด้วยการ "คุยกับลูกค้าทุกวัน" เพื่อทำความเข้าใจ Local Insight</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>การเพิ่มเมนูอาหารจานเดียว:</strong> ลูกค้าในย่านวงเวียนพระราม 5 เป็นกลุ่มที่หลังส่งลูกเสร็จ หรือครอบครัวที่เพิ่งย้ายมาอยู่ ซึ่งต้องการ อาหารจานเดียว ทำให้ White Story ตัดสินใจ เพิ่มเมนูอาหาร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>การขยายสาขาตามเทรนด์:</strong> หลังน้ำท่วมใหญ่ ธุรกิจเลือกย้ายจากบ้านเก่าที่รีโนเวทไปสู่ Community Mall (The Walk ราชพฤกษ์) เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และใช้พื้นที่ใหญ่ให้เกิดประสิทธิภาพ</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>พลิกโฉมสู่ Grab & Go และ F.L.A.V.O.R. Framework</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จุดเปลี่ยนสำคัญคือการปรับภาพจำจากร้านอาหาร Dine-in สู่ Grab & Go โดยเริ่มต้นจาก "ขนมปัง" ด้วยการสังเกตเทรนด์ว่าคนไทยชอบเที่ยวญี่ปุ่น และมีตลาดร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นเปิดตัวเยอะ จึงนำ "ขนมญี่ปุ่น" มาประยุกต์ให้ถูกปากคนไทย เช่น ขนมปังห่อไดฟุกุ เพราะอร่อย ทานง่าย เเละอิ่มนาน</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Make it F.L.A.V.O.R. Framework คือสูตรลับที่ใช้ในการพัฒนาสินค้าและการเติบโต:</strong></span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>F - Fusion:</strong> ผสมผสานวัฒนธรรมหรือรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจ</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>L - Local Insight:</strong> อิงพฤติกรรม วัฒนธรรม หรือความชอบของคนไทย</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>A - Aesthetic:</strong> ความสวยงาม ถ่ายรูปแล้วปัง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>V - Value Add:</strong> การเพิ่มคุณค่า เช่น ด้านสุขภาพ (ไม่ใส่สารกันเสีย) หรือบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>O - Occasion Fit:</strong> เหมาะสมกับโอกาสในการซื้อ เช่น เทศกาล หรือซื้อกินระหว่างเดินทาง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>R - Repeatability:</strong> อะไรที่ทำให้คนอยากกลับมาซื้อซ้ำ</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>การ Scale คุณภาพด้วยครัวกลางและการขยายสาขา</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เพื่อคงคุณภาพแม้จะขยายสาขาอย่างรวดเร็ว (ปัจจุบันมี 104 สาขา) White Story เล็งเห็นถึงความสำคัญของ "ครัวกลาง" ในการ ควบคุม QA QC และการพัฒนาสินค้าให้ตรงตามเทรนด์และดีมานด์อย่างต่อเนื่อง</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ด้วยวิสัยทัศน์ที่อยากให้คนไทยทุกคนได้ทานอาหารที่ดี และความตื่นตัวด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้ White Story ประสบความสำเร็จในการขยายตัวไปทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ ๆ โดยยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายสาขาให้เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศมากที่สุด</span></p><p style="text-align: left"><br></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>6. Pramy: กลยุทธ์ปั้นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงไทยสู่พันล้านและตลาดโลกใน 3 ปี</strong></span></h2><p style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/3d98e47b-8f2e-453d-9aea-b9724d380566/description-images/1762336913440-d30f2e54007fc6ecbd6e90fa5061704e.png" style="width: 466px; height: auto; cursor: pointer;" width="466" height="391" draggable="true"><br><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณคริส ฐิติภัทร์ ยิมเศรษฐี เจ้าของแบรนด์อาหารแมวพรีเมียม Pramy ใช้พื้นฐานจากการจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Cambridge และการที่เคยทำงานที่ McKinsey & Company เข้ามาพลิกโฉมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่หลายคนมองว่าเป็น Red Ocean จนสามารถทำยอดขาย 1,000 ล้านบาท ใน 3 ปี และส่งออกไป 25 ประเทศ</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>แรงขับเคลื่อนและความเข้าใจตลาด</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณคริสมีแรงบันดาลใจจากการเลี้ยงแมว 3 ตัว และตระหนักว่าคนในยุค "Pet Parent" ยอมจ่ายแพงเพื่อให้ลูก ๆ ได้อยู่ด้วยนาน ๆ แต่ความรู้ยังมีจำกัดและมักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่แพงที่สุด ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>5 Key Lessons สู่ความสำเร็จ</strong></span></h3><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Differentiate:</strong> เสนอทางออกด้วยการใช้วัตถุดิบ Human Grade (ปลาเนื้อขาว) ซึ่งคนทานได้และไม่คาว พร้อมตั้งราคาให้ "เข้าถึงได้" (Accessible Price) แตกต่างจากคู่แข่งพรีเมียมรายอื่น ๆ</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Branding:</strong> เน้นภาพลักษณ์ที่ดูเป็นสากลและเข้าถึงได้ โดยการเน้นภาพ วัตถุดิบเนื้อสัตว์ บนบรรจุภัณฑ์ แทนที่จะใช้รูปแมวแบบทั่วไป เพื่อสื่อสารกับตลาดโลก</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Customer Obsession:</strong> ใน 3 ปีแรก คุณคริสอ่านข้อความและข้อติชมของลูกค้าทั้งหมด การรับฟังอย่างหมกมุ่นนี้เองที่ทำให้ Pramy ขยายผลิตภัณฑ์จาก 9 SKU สู่กว่า 100 สูตร ในปัจจุบัน รวมถึงการแตกไลน์สินค้าใหม่ (Lola & Co.) ที่มีราคาถูกลง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Authenticity and Trust (No Over Claim):</strong> ใช้เวลาเป็นปีในการออกสินค้าใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าสินค้ามีการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง ไม่ใช่การโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Quality is Key to Create Community:</strong> คุณภาพของสินค้าที่ใช้จริง (เช่น เคสแมวถูกทิ้งที่เป็นโรคผิวหนัง กลับมาขนฟูแข็งแรงหลังทาน Pramy) คือสิ่งที่สร้าง Community และเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุดในการพาแบรนด์ไปสู่ตลาดโลก</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ทาง Jobcadu ได้มีโอกาสเข้าฟัง 6 session ที่น่าสนใจ ซึ่งล้วนถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้นำธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่แบรนด์ขนมท้องถิ่นจนถึงสินค้าระดับไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยี ความรู้ที่ได้รับไม่เพียงสะท้อนแนวคิดการ “โตไว” แต่ยังตอกย้ำว่า การเติบโตทางธุรกิจต้องมาคู่กับความเข้าใจตลาด ความจริงใจกับลูกค้า และการสร้างทีมที่แข็งแรง</span></p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(34, 34, 34)">ขอบคุณทาง ScaleFast ที่สร้างพื้นที่ดี ๆ ให้ผู้ประกอบการไทยได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และต่อยอดธุรกิจร่วมกันอย่างเข้มข้นและสร้างสรรค์</span></p>