การตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่าง ช่วงแรกๆอาจจะมี passion แต่พอผ่านไปสักพักอาจจะรู้สึกหมดไฟ ล้มเลิกไปกลางคัน แล้วก็ตั้งเป้าหมายใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเหมือนเดิม วนลูปไปเรื่อยๆเช่นนี้ การจะเอาชนะมันได้ต้องเข้าใจการทำงานของวินัย วิดีโอนี้จะสรุปการสร้างนิสัยใหม่และเลิกนิสัยล้มเลิกกลางคันสมองของเรามีการเดินทางของคลื่นสมอง สมองจะรับรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเราทำสิ่งไหนซ้ำๆ สมองก็จะส่งคลื่นในเส้นทางนั้นซ้ำๆ ฉะนั้นถ้าอยากสร้างนิสัยใหม่ ทำสิ่งนั้นซ้ำๆจนมันกลายเป็นนิสัยใหม่ ส่วนถ้าอยากทิ้งนิสัยเก่าก็เลิกทำสิ่งนั้นจนสมองมันไม่จดจำสิ่งนั้นเทคนิคหลอกสมองเพื่อสร้างนิสัยใหม่ได้ง่ายขึ้น1.อัดฉีดโดพามีน: โดพามีนคือสารแห่งความพึงพอใจ จะหลั่งเวลาเราทำอะไรสักอย่าง มันจะทำให้เรารู้สึกพอใจ ชอบ อยากทำซ้ำ ติดใจ กลายเป็นนิสัย สมองก็จะกระตุ้นให้เราทำสิ่งนั้นเพราะมันอยากได้โดพามีน หลักการนี้จะช่วยหลอกสมองในการสร้างนิสัยใหม่ๆได้ เช่น อยากออกกำลังกายให้เป็นนิสัย อาจจะอนุญาติให้ตัวเองกินช็อกโกแลตสักหนึ่งชิ้นหลังออกกำลังกายให้สมองรู้สึกดี สมองก็จะติดใจแล้วเชื่อว่าการออกกำลังกายจะได้โดพามีน แต่หลักการนี้ต้องใช้เวลาทำซ้ำไปซ้ำมาให้สมองจับแพทเทิร์น ข้อควรระวังคือ หลักการนี้สามารถเกิดขึ้นกับนิสัยแย่ๆได้เช่นกัน2.Gamification หรือการทำให้เป็นเกม: การสร้างนิสัยใหม่นั้นทำให้มันสนุกเช่นเดียวกับการเล่นเกม เช่นการเก็บแต้มระหว่างทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือตั้งบทลงโทษเมื่อแพ้หรือให้รางวัลเมื่อชนะ3.กฎ 2 นาทีจากหนังสือ Atomic Habits: หลักการคือการลงมืออะไรง่ายๆที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีก่อน เพราะสมองของเรามีความขี้เกียจเป็นทุนเดิมเพื่อจะรักษาพลังงานของเราไว้เพื่อเอาตัวรอด สมองจึงเกิดแรงต้านขึ้นมา เช่นความขี้เกียจ ความง่วง ยิ่งเรื่องไหนยาก แรงต้านก็ยิ่งเยอะ ฉะนั้นเราจึงหลอกสมองว่าเรากำลังจะไปทำสิ่งง่ายๆหรือการไปย่อยว่าสิ่งที่เราทำ หาขั้นตอนที่ง่ายที่สุดจนหลอกสมองได้ว่ามันง่ายจนไม่เกิดแรงต้าน4.การซ้อนกันของนิสัย: เรามีนิสัยที่เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว เป็นนิสัยที่ทำมานานแล้ว ทำได้โดยไม่ต้องฝืนอะไร การเอานิสัยใหม่ไปวางต่อนิสัยเก่าจะช่วยให้สมองกระตุ้นให้ทำนิสัยใหม่โดยอัตโนมัติ เช่น อยากอ่านหนังสือทุกวัน นิสัยเดิมคือดื่มกาแฟเป็นกิจวัตร ฉะนั้นวางการอ่านหนังสือหลังการดื่มกาแฟทุกเช้า ฉะนั้นการชงกาแฟก็จะกระตุ้นให้เราได้อ่านหนังสือทุกเช้า เมื่อทำจนชินแล้วก็จะกลายเป็นนิสัยที่ทำทุกวัน5.Low-bar High-bar: เป็นเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกเรื่อง นั่นคือการกำหนด High-bar หรือตั้งเป้าขีดสูงสุดที่อยากทำและการกำหนด Low-bar ขีดจำกัดน้อยที่สุดที่สามารถทำได้ ในบางวันอาจจะมีปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถทำตามเป้า High-bar ได้ การกำหนด Low-ba rจึงช่วยในการสร้างวิสัยได้ดีเพราะสมองจดจำการสร้างนิสัยใหม่จากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นเทคนิคนี้ถือว่าเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมากต่อการสร้างนิสัยใหม่6.บอกคนอื่นว่าจะทำ: เป็นเทคนิคการไปบอกเขาว่าจะทำให้ดู เบื้องหลังของเทคนิคนี้คืออีโก้ การไม่อยากเสียหน้าหรือซ้ำเติมจะทำให้เรามีแรงฮึดขึ้นมา เทคนิคนี้เรียกว่า Reverse Psychology (จิตวิทยาย้อนหลังกับตัวเอง) ใช้วิทยาหลอกอีโก้ของตัวเอง พาตัวเองไปอยู่ในจัดที่เสี่ยงเสียหน้าเพื่อช่วยกระตุ้นในการบรรลุเเป้าหมายให้สำเร็จการสร้างวินัยนั้นเป็นเรื่องของร่างกายเพียง 20% อีก 80%เป็นเรื่องของจิตใจ 3 Mindset หลักๆที่ทำควบคู่กับเทคนิคต่างๆจะช่วยสร้างวินัยที่ดีขึ้น1.มองอะไรระยะยาว: ทุกครั้งที่ลังเลระหว่างสองทางเลือก เช่น นอนขี้เกียจต่อไป หรือ ลุกไปออกกำลังกาย ให้เลือกเส้นทางที่อยากสร้างวินัยบ่อยๆให้สมองจำได้ ต้องเลือกเส้นทางที่ถูกต้องให้ได้ ถ้าเลือกออกกำลังกาย สิ่งที่เกิดขึ้นระยะยาวคือสุขภาพแข็งแรง ฝึกมองระยะยาวให้เป็นนิสัย2.การมี Growth mindset: คือการมีความคิดว่าคนเราสามารถพัฒนากันได้ กล้าลอง กล้าเสี่ยง จะมีความคิดว่าที่กำลังเหนื่อยเพราะกำลังเก่งขึ้น จะได้มีแรงใจในการทำให้ตัวเองเก่งขึ้นจนกลายเป็นวินัย3.เลิกมองการลงมือทำเป็นเรื่องพิเศษ: ทำนิสัยใหม่ให้เหมือนกับกิจวัตรที่ต้องทำทุกวันเหมือนการแปรงฟัน นั่นคือการเลิกมองว่ามันเป็นเรื่องพิเศษ เลิกมองว่ามันแตกต่างจากวันอื่นๆ เป็นแนวคิดแบบเป้าหมายไม่ใช่การเอาชนะเกม แต่เป็นการเล่นเกมไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับวินัย เลิกตั้งเป้าหมาย แต่เลือกที่จะทำสิ่งนั้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นวินัยถ้า Mindset ถูกต้อง ไม่ว่าจะเทคนิคไหนก็จะสามารถสร้างวินัยให้ตัวเองได้ในที่สุด