“ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร แต่ทำร้ายเรา” ประโยคนี้สะท้อนความผิดหวังและความโกรธของคนยุคปัจจุบัน หลายคนเคยพยายามมากมาย แต่บางครั้งความพยายามนั้นกลับถูกตอบแทนมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดบางที เราก็มีความรู้สึกอยากยอมแพ้กับทุกสิ่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกแบบนี้บางครั้ง และไม่เป็นไรที่จะไม่รู้สึกอยากพยายามเสมอไปคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้ก่อตั้งบริษัท มิชชั่น ทู เดอะ มูน มีเดีย จำกัด เปรียบเทียบถึงปลาในตู้ปลาเพื่ออธิบายความรู้สึกนี้ ว่าปลาพยายามที่จะว่ายผ่านสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็นเพื่อไปหาอาหารที่อยู่อีกด้านหนึ่ง แต่มันก็ชนกระจกอยู่เรื่อยๆ ในที่สุด ปลาก็เรียนรู้ว่ามันไม่สามารถผ่านกระจกได้และเลิกพยายามคุณรวิศบอกว่าเราสามารถเป็นเหมือนปลาตัวนี้ได้ เราพยายามบรรลุเป้าหมายของเราอยู่เสมอ แต่เราล้มเหลวอยู่เสมอ สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความรู้สึกสิ้นหวังและอยากยอมแพ้แล้วเราควรทำอย่างไรเมื่อเราต้องเผชิญกับความผิดหวังจากการพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนอยากยอมแพ้กับทุกสิ่งการปฏิเสธโอกาสก่อนที่โอกาสจะปฏิเสธอาจส่งผลให้เราทำลายตัวเองหรือ Self sabotage ได้ เพราะเราอาจไม่เชื่อในความสามารถของตนเองและสร้างความหวังสูงเกินไป การฝึกให้อภัยตัวเองเป็นวิธีสร้างเวอร์ชั่นที่ภาคภูมิใจมากขึ้น เพราะการยอมรับความจริงและการเคารพต่อตนเองช่วยสร้างความสุขและความเป็นอยู่ที่มั่นใจ การสื่อสารความต้องการอย่างตรงไปตรงมาเป็นวิธีรักตัวเองที่ดีที่สุด เพราะการเข้าใจความต้องการและการเชื่อถือในตนเองช่วยให้เราพัฒนาเป้าหมายและต่อยอดในชีวิตได้ การเผชิญกับความผิดหวังอาจทำให้เราต้องเผชิญกับความล้มเหลว เนื่องจากการปฏิเสธความช่วยเหลือและการไม่ยอมรับความผิดหวังส่งผลให้เราทำลายตัวเอง การเช็คอินความรู้สึกตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เป็นการช่วยให้เราเข้าใจและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกของเราเอง การหันหน้าเผชิญกับความรู้หรือความเชื่อใหม่ที่ได้รับ เป็นวิธีที่ช่วยให้เราเจริญและเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ใหม่ๆการกำหนดสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องง่ายที่จะช่วยให้เรามีแผนที่ชัดเจนในการปรับเปลี่ยนและสร้างเวอร์ชั่นใหม่ของตัวเอง