เจนเซ่น หวง อดีตพนักงานล้างจานสู่ CEO บริษัทระดับโลก เรื่องราวเริ่มต้นที่เจนเซ่นและเพื่อนของเขา คริสและเคอร์ติส เริ่มก่อตั้ง NVIDIA ด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่ CPU คอมพิวเตอร์ธรรมดาขณะนั้นยังทำไม่ได้ถอดบทเรียนจากสิ่งที่เจนเซ่น หวงพูดคือจงเป็นคนที่เชี่ยวชาญในด้านหนึ่ง ขณะที่เขาเป็นพนักงานล้างจาน เขาเชื่อว่าตัวเองล้างจานเก่งที่สุดยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ขณะเดียวกันก็ประเมินสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่เสมอเชื่อในมูลค่าในอนาคต มากกว่าแค่ตัวเลขในปัจจุบัน อย่างเช่น ราคาหุ้น (Stock Price) หรือขนาดตลาด (Market Size)พวกเขาชนะใจ Sequoia ให้มาลงทุนด้วยการขายวิสัยทัศน์สุดล้ำอย่างการสร้างชิพที่ส่งเสริมกราฟิก 3 มิติโดยเฉพาะสำหรับวิดีโอเกม ซึ่งเป็นไอเดียใหม่ในขณะนั้น แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเทคโนโลยี และตลาดเกม 3 มิติที่ยังค่อนข้างเล็ก พวกเขาก็ปรับตัวและเรียนรู้อยู่เสมอเสมอจนทำให้ NVIDIA กลายเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จและไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในช่วงแรก NVIDIA มุ่งเน้นไปที่ชิพสำหรับกราฟิกคอมพิวเตอร์ แต่แล้วพวกเขาก็เล็งเห็นว่าคอมพิวเตอร์มีศักยภาพมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลภาพหรือฟิสิกส์ พวกเขาจึงพัฒนาโปรเซสเซอร์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรองรับงานเหล่านี้ ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่คือการประดิษฐ์คิดค้น Programmable Shaders ซึ่งเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในวงการกราฟิกคอมพิวเตอร์ เครื่องมือที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้น อย่าง CG สำหรับ GPUs นำไปสู่เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง CUDA ในขณะที่แนวโน้มของตลาดยังไม่ชัดเจน พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นแก้ปัญหาที่ซับซ้อน อย่างเช่น Deep LearningNVIDIA ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ขนาดของตลาด แต่ยังให้คุณค่ากับงานที่ผลักดันความก้าวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ พวกเขามองการณ์ไกล ลงทุนในโครงการสำคัญอย่าง Deep Learning ตั้งแต่เนิ่นๆ เเละเจตนาที่จะสนับสนุนโครงการต่อไปเจนเซ่น หวง เล่าถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่นำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จ แต่ก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เช่น ตอนที่ราคาหุ้นตกต่ำเพราะคนไม่แน่ใจว่าการมุ่งเน้นไปที่ Machine Learning จะไปรอด แต่พวกเขาก็ยึดมั่นในความเชื่อและเดินหน้าต่อไปเขาเน้นย้ำว่า ในยามวิกฤต เราต้องยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และประเมินสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่เสมอ เเม้ว่าการพูดในที่สาธารณะในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญคือต้องเห็นคุณค่าของการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสวิธีการบริหารงานของเจนเซ่นเน้นไปที่โครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ (Flat Organization) เขาเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับพนักงานทุกระดับ เขามอบอำนาจให้ลูกน้องด้วยการแชร์ความคิดเห็นเเละรับฟังด้วยเหตุผล ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการตั้งคำถามและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เขามองเห็นผลกระทบมหาศาลของ AI ที่มีต่อโลก จึงมุ่งเน้นให้ทุกคนเข้าใจผลกระทบเหล่านั้นเช่นเดียวกัน เจนเซ่น หวง มุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณูปการด้านการประมวณผล เขาเห็นความสำคัญของการวางแผนโดยอิงบทเรียนในอดีต เขามักจะพูดถึงความท้าทายทางเทคโนโลยี อาทิเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (cybersecurity) พร้อมสนับสนุนการมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด นอกจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลแล้ว เจนเซ่นยังเชื่อในการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว เขาแนะนำให้ทุกคนยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น และโอบล้อมตัวเองไปด้วยคนที่รัก