<p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วกว่าเคย “การอยู่รอด” ไม่ใช่เรื่องของทุนมากหรือน้อยอีกต่อไป แต่คือ “ความเข้าใจในคนและความกล้าในการปรับตัว” สองเวทีสุดเข้มจาก Bitkub Summit 2025 — Shark Restage 2026 และ Thai SMEs Reshape 2026 ได้ถอดบทเรียนล้ำค่าจากผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ของไทย ว่าทางรอดของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ “การสร้างคุณค่า” ไม่ใช่ “การแข่งขันราคา”</span></p><p style="text-align: left"></p><h1 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>สรุปเวที Panel Discussion: Thai SMEs Reshape 2026 “ทางรอดของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่”</strong></span></h1><h1 style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382262-4500a7e824ec579cb8c529a5fa82fcc3.png" style="width: 582px; height: auto; cursor: pointer;" width="354" height="296" draggable="true"></h1><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในงาน Bitkub Summit 2025 ปีนี้ หนึ่งในเวทีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “Thai SMEs Reshape 2026” เวทีที่</span><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ได้รวบรวมสุดยอดผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาด Red Ocean เพื่อมาเผยกลยุทธ์และแนวคิดในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบด้วย คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช (สุกี้ตี๋น้อย), คุณพชร จิราธิวัฒน์ (Potato Corner), คุณพีรดนย์ เหมยากร (iHAVECPU) และ คุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์ (MizuMi)</span><br></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Suki Teenoi</strong></span></p><p style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382399-de56a1b2386972729728375a79bc671b.png" style="width: 622px; height: auto; cursor: pointer;" width="319" height="268" draggable="true"><br></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จากร้านบุฟเฟ่ต์เล็ก ๆ สู่ธุรกิจที่มียอดขายแตะ 9,000 ล้านบาทภายใน 8 ปี คุณเฟิร์นเล่าว่า จุดเปลี่ยนคือ “วันหนึ่งเราไม่อยากเป็นแค่เจ้าของร้าน แต่ต้องการเป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง” เธอมองการขยายสาขาไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนร้าน แต่คือการ “โตไปพร้อมกับคนของเรา” เพราะสุกี้ตี๋น้อยมีพนักงานจำนวนมากที่ต้องดูแล</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“เราไม่สามารถหยุดอยู่ที่เดิมได้ เพราะเรามีคนอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องโตไปด้วยกัน”</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ตอนนี้สุกี้ตี๋น้อยบุกตลาดภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง และมีแผนเปิดภาคใต้ในปีหน้า ทุกครั้งที่เปิดสาขาใหม่แล้วเห็นลูกค้ามีความสุข มันคือ “รางวัลที่ยิ่งกว่ากำไร”</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">แม้จะเติบโตเร็ว แต่เธอก็ยังมองว่า “ธุรกิจยังไม่สำเร็จ” เพราะความท้าทายของเฟิร์นคือ “จะทำอย่างไรให้โตอย่างยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ร้านอาหารตามกระแส แต่เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจคนไทยได้อีกหลายสิบปีข้างหน้า</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Potato Corner</strong></span></h3><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382516-45e85fdc139fdd30a293d897346503ba.png" style="width: 598px; height: auto; cursor: pointer;" width="346" height="290" draggable="true"></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จากนักแสดงสู่ผู้บริหารแฟรนไชส์มันฝรั่งทอดระดับโลก คุณพีชเล่าว่าจุดเริ่มต้นของ Potato Corner เป็นเพียง “โปรเจกต์สนุก ๆ กับเพื่อน” ที่อยากเปิดร้านอาหาร แต่เมื่อเริ่มจริงจัง เขากลับพบว่านี่คือธุรกิจที่ต้องใช้การคิดและวางระบบอย่างลึกซึ้ง</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณพีชพูดถึงการ “localize” ธุรกิจแฟรนไชส์ต่างชาติให้เข้ากับคนไทยว่าเป็นหัวใจสำคัญ แม้ Potato Corner จะมี 4 รสชาติหลักจากต้นฉบับ แต่ทีมไทยต้องทำ R&D เองเพื่อให้รสชาติเข้ากับคนไทยมากที่สุด</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“ตลาดไทยไม่เหมือนใคร เราต้องเข้าใจคนไทยให้ลึกถึงพฤติกรรมและรสนิยม”</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือเรื่อง Personal Branding คุณพีชมองว่า การมีชื่อเสียงอาจช่วยได้ในช่วงเริ่มต้น แต่เขาอยากให้ธุรกิจอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“วันหนึ่งถ้าไม่มีเรา ธุรกิจต้องไปต่อได้ นั่นคือแบรนด์ที่แท้จริง”</em></span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>iHAVECPU </strong></span></h3><p style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382598-5443b8545eba45da48a8dc61b97e5204.png" style="width: 586px; height: auto; cursor: pointer;" width="384" height="322" draggable="true"><br><br><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณเปาคือภาพแทนของ “SME ที่สร้างจากศูนย์” เขาเริ่มต้นจากความฝันเรียบง่าย “อยากรวยและมีอิสรภาพทางการเงิน” แต่สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่นคือ เขา “ลงมือทำทันที” ด้วยสิ่งที่ถนัด คือการประกอบคอมพิวเตอร์</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในยุคที่ตลาดเต็มไปด้วยเจ้าใหญ่ ๆ เปาเลือกทางที่แตกต่าง ทำ “คอมประกอบพร้อมใช้” ที่ลูกค้าซื้อแล้วใช้ได้เลย เหมือนบริการ “instant PC” นั่นคือจุดกำเนิดของ iHAVECPU</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“ผมไม่แข่งเรื่องราคา แต่แข่งเรื่องความเชื่อถือ”</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ Personal Branding ที่จริงใจและมีพลัง คุณเปาไลฟ์สดขายคอมแบบไม่ปักตะกร้า แต่ให้ความรู้ พูดคุยเหมือนเพื่อน แทรกคำคม และค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่น</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">วันนี้ iHAVECPU มียอดขายกว่า 2,700 ล้านบาท และคุณเปายังย้ำว่า <em>“CEO ต้องลงมือเองก่อนเสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าและทีมงาน”</em></span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>MizuMi</strong></span></h3><p style="text-align: left"><br><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382702-5fa40abf0aebc50ae20bed7ca537577c.png" style="width: 622px; height: auto; cursor: pointer;" width="374" height="313" draggable="true"><br></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">จากมนุษย์เงินเดือนสู่ผู้ก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์ไทยที่เติบโตในตลาดที่แข็งอย่าง “Red Ocean” คุณหนุยเล่าว่า เธอเริ่มจากความเชื่อเล็ก ๆ ว่า “คนไทยก็สร้างแบรนด์สกินแคร์ระดับโลกได้” เธอเริ่มด้วยสินค้าชิ้นเดียว คือครีมกันแดด Mizumi เพื่อให้ผู้บริโภค “จำแบรนด์ได้ทันที”</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“เราอยากเป็นแบรนด์ไทยที่คนจำได้ และยืนเคียงข้างแบรนด์ต่างชาติได้อย่างภาคภูมิ”</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">Mizumi ใช้เวลา 5 ปีเต็มกว่าจะเติบโตและเป็นที่รู้จัก คุณหนุยย้ำว่า “ธุรกิจที่ดีต้องไม่รีบ แต่ต้องคิดรอบด้าน” เธอเลือกแนวทาง “ช้าแต่ชัวร์” ทำทุกอย่างเองตั้งแต่ต้น ทั้งวิจัยสินค้าและการตลาด</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ในยุคนี้ Mizumi นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยด้านมาร์เก็ตติ้ง สร้าง Visual และคอนเทนต์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้รวดเร็ว</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>“AI ทำให้ทีมเราทำงานเร็วขึ้นมาก สร้างคอนเทนต์ใหม่ได้ทุกเดือน ซึ่งถ้าไม่มีเทคโนโลยี เราคงทำไม่ได้”</em></span></p><h3 style="text-align: left"><br><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>กลยุทธ์การหาช่องว่างในตลาด Red Ocean</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">จุดร่วมสำคัญของทุกแบรนด์คือการค้นหา “ช่องว่าง” และทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่ทำ เพื่อสร้างโอกาสในตลาดที่มีการแข่งขันสูง:</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>1.Blue in Red Ocean (iHAVECPU): </strong>คุณเปาเน้นย้ำว่าการแข่งขันด้านราคา (Price War) นั้นเหนื่อยและไม่ยั่งยืน กลยุทธ์คือการสร้าง “Blue in Red” ด้วยการ Add Value ในส่วนของโปรโมชั่นและคอนเทนต์ ต้อวสร้างความเชื่อถือและความมั่นใจ ผ่าน Personal Branding โดยการ ไลฟ์สดให้ความรู้ และขายแบบ “ขายที่ไม่ขาย” (Give and Take) ลูกค้าอาจไม่ได้ซื้อทันที แต่จะนึกถึงแบรนด์นี้เมื่อพร้อม</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>2.Localization และ R&D (Potato Corner): </strong>คุณพีชมองว่าตลาดไทยมีความพิเศษและมี Preference ชัดเจน แม้เป็นแฟรนไชส์ระดับโลก แต่ต้อง Localize อย่างมาก ทำ R&D และทดสอบรสชาติอย่างเข้มข้นจนเจอจุดที่คนไทยชอบ และต้อง In-House การทำแคมเปญการตลาดที่ดุดันเพื่อให้แตกต่าง</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>3.Quality Over Price และ Dermatological Testing (Mizumi): </strong>คุณหนุย เน้นย้ำ 3 เรื่องหลัก:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">Quality Over Price: ใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่นเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพเกินราคาที่ผู้บริโภคจ่าย</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">Accessibility: เน้นการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงคนง่ายที่สุด ไม่ใช่แบรนด์อินดี้</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">Confidence: มี Dermatology Testing เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพ และการเริ่มธุรกิจอย่าง “ช้าแต่ชัวร์” เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็น Nobody</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>AI และ Technology: AI คือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวแทน</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ทั้งสี่ธุรกิจเห็นตรงกันว่า AI และเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ "คน" แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Suki Teenoi:</strong> ใช้ POS และ Technology หลังบ้านในการ ปิดความเสี่ยงเรื่องการโกง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ขยายสาขาโดยใช้คนน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>MizuMi:</strong> ใช้ AI อย่างเข้มข้นในฝั่ง Marketing โดยเฉพาะการสร้าง Visual Cartoon Characters และ Artwork ใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกเดือน และดึงดูด Gen Z</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>iHAVECPU:</strong> ใช้ AI และ ERP ในการจัดการ Back Office เช่น การ Suggestion คำตอบ Chatbot (Super Admin), การจัดซื้อ Inventory และ Logistics</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>Potato Corner:</strong> ใช้ AI ช่วย Lean Cost ในบางส่วน เช่น การทำ Graphic Direction หรือ Simulation Artwork เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนเริ่มจริง</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>ทิ้งท้าย</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เมื่อถามว่า “ถ้าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง จะเลือกทำธุรกิจเดิมไหม?” ทุกคนตอบเหมือนกัน “ใช่” เพราะแม้ธุรกิจจะเหนื่อยและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่พวกเขาทุกคน “รักในสิ่งที่ทำ” และนั่นคือเชื้อไฟที่ทำให้พวกเขายังเดินต่อได้ทุกวัน</span></p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>คำแนะนำจาก 4 ผู้ประกอบการถึงคนทำธุรกิจไทย</strong></span></h2><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>คุณพีช:</strong> “นี่คือช่วงเวลาที่ SMEs จะโตเร็วที่สุด อย่ากลัว ต้องมี Agility และลงมือ”</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>คุณหนุย:</strong> “ปรับตัวให้เร็ว เรียนรู้ให้เร็ว และต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงให้เป็น”</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>คุณเปา:</strong> “ธุรกิจทุกวันนี้แข่งสูง ต้องเด่นจริง ๆ อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง”</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>คุณเฟิร์น:</strong> “ต้องชัดเจนว่าเราทำธุรกิจเพื่ออะไร เพราะเป้าหมายคือสิ่งเดียวที่ทำให้เราไม่ยอมแพ้”<br><br></span></p></li></ul><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">“Thai SMEs Reshape 2026” ไม่ใช่แค่เวทีแชร์ประสบการณ์ แต่คือพื้นที่ที่ทำให้เราเห็นว่า การทำธุรกิจไม่ใช่แค่แพชชั่น แต่คือการหาช่องว่างที่คนอื่นไม่เห็น แล้วลงมือทำอย่างมีวินัย ทั้ง 4 วิทยากรพิสูจน์แล้วว่า คนไทยก็สามารถสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืนได้ ถ้ามี “หัวใจนักสู้” และ “ความเข้าใจในผู้คน”</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">“เพราะความสำเร็จของธุรกิจ ไม่ได้อยู่ที่ใครเริ่มก่อน แต่อยู่ที่ใครไม่ยอมแพ้ก่อนต่างหาก”</span></p><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"></p><h1 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>สรุปเวที Panel Discussion: Shark Restage 2026 </strong></span><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>: ล่าธุรกิจไทย โตไกลสู่เวทีโลก</strong></span></h1><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"></p><h1 style="text-align: left"><img class="resizable-image" src="https://image.jobcadu.com/careers/c33ab18f-7c32-442e-b751-05f9de2948ac/description-images/1762336382838-d455697988f4ea492afe8931b6582a79.png" style="width: 646px; height: auto; cursor: pointer;" width="405" height="339" draggable="true"></h1><p style="text-align: left"></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เวทีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน Bitkub Summit ปีนี้ ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะได้สามผู้นำทางธุรกิจของไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น ได้แก่ คุณชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ, คุณกฤษณ์ ศรีชวาลา และ คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา</span></p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>ภาวะเศรษฐกิจ : เจ็บนานและโอกาสที่ลดลง</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ในการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นช่วงที่หนักที่สุดในรอบ 40 ปี คุณกฤษณ์ ศรีชวาลา ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักคือ "กระแสการเงิน" (Flow) ในระบบการเงินไทยที่ถูกล็อก ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ยาก ทั้งยังถูกซ้ำเติมด้วยกฎหมายที่ทำให้การซื้อขายฝืดเคือง คุณกฤษณ์มองว่าแม้ในอดีตวิกฤตจะหนักแต่ฟื้นตัวเร็ว (เช่น ต้มยำกุ้ง, โควิด) แต่ช่วง 2-3 ปีหลังโควิดนี้ กลับเป็นภาวะ "เจ็บน้อยแต่เจ็บนาน" ที่ทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวัง</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ในทางตรงกันข้าม คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา กลับมีมุมมองที่น่าตกใจ โดยเตือนว่า "ปีนี้อาจเป็นปีที่ดีที่สุด และหลังจากนี้จะแย่ลงเรื่อยๆ" คุณท๊อปชี้ไปที่เทรนด์ระยะยาวจากเวที World Economic Forum ที่บอกว่า "Old Economy ไม่มี Premium เหลือแล้ว" กลายเป็น Red Ocean ที่มีการเติบโตติดลบ (เมื่อรวมเงินเฟ้อ) ในขณะที่ Digital Service และ AI กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ความท้าทายของประเทศไทยคือ หากไม่สามารถ Reskill/Upskill ทรัพยากรมนุษย์ได้ จะนำไปสู่การตัดราคา และที่น่ากังวลคือปัญหา Aged Economy โดยยกตัวอย่างข้อมูลการเกิดของเด็กใหม่ที่ลดลงเหลือเพียง 4 แสนคนต่อปี ทำให้ Consumption หายไปถึงครึ่งหนึ่ง</span></p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>Aging Society กับทางรอดของธุรกิจไทย</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณกฤษณ์เสริมว่า การที่คนไทยอายุยืนขึ้นแต่มีลูกน้อยลง ทำให้เรากำลังเข้าสู่ Old Economy อย่างเต็มตัว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะแย่ แต่ “ต้องมองหาโอกาสใหม่ในพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">“วันนี้คนใช้เงินกับสุขภาพ ความเป็นอยู่ และความยั่งยืน มากกว่าของฟุ่มเฟือย”</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ธุรกิจสาย Wellness, Longevity และ Health จึงเป็นแนวทางใหม่ที่น่าจับตา เพราะตอบโจทย์สังคมสูงวัยที่ยังมีกำลังจ่ายและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ด้านคุณท๊อปเสริมว่า เทรนด์ Aged Economy เป็นเรื่องทั่วโลก แต่การจะยกระดับไปสู่ Premium Economy ได้ ต้องมี “โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล” ที่แข็งแรง </span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เขายกตัวอย่างอุตสาหกรรม Tourism & Hospitality ที่ต้องเปลี่ยนจากการจับตลาดหรู ไปสู่ตลาด “สุขภาพและการใช้ชีวิตระยะยาว” ซึ่งสามารถสร้าง Value Added ได้มากกว่า</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">“เด็กรุ่นใหม่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ไปวิ่ง เข้าร่วม Run club ไปซาวน่า สนใจเรื่องสุขภาพ ถ้าเราออกแบบธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้ จะสร้าง S-Curve ใหม่ให้ประเทศได้”</span></p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>จาก Old Economy สู่ New Economy – บทเรียนจากจีน</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณชนาพรรณมองว่า ประเทศไทยสามารถเรียนรู้จาก “โมเดลจีน” ที่เปลี่ยนผ่านจาก Old Economy สู่ New Economy ได้สำเร็จ เพราะเขาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไว้แน่นก่อน แล้วค่อยต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เธอเล่าตัวอย่างของอินโดนีเซีย ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง Nickel (แร่สำหรับผลิตแบตเตอรี่รถ EV) ให้เกิดมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูป แทนที่จะขายวัตถุดิบดิบๆ</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">“ประเทศไทยเองส่งออกยางพาราเป็นหลัก ถ้าเราดึงนักลงทุนมาช่วยแปรรูปให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เราก็จะขยับจากผู้ขายวัตถุดิบไปเป็นผู้สร้างนวัตกรรมได้เหมือนกัน”</span></p><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>DNA ธุรกิจไทยสู่ Global Stage</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">เมื่อพูดถึงคุณสมบัติของนักธุรกิจไทยที่สามารถ Scale ไป Global ได้ จุดแข็งที่เห็นชัดคือ:</span></p><ul><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">Hospitality & Service Mind: คุณกฤษณ์ มองว่าการบริการและอัธยาศัยไมตรีคือจุดเด่นที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้ เป็น "Physical Touch" ที่มีเสน่ห์ดึงดูด และสอดคล้องกับเทรนด์ Wellness</span></p></li><li><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">ความพร้อมและการบริหารจัดการ: คุณชนาพรรณ ย้ำถึงความสำคัญของการ "เข้าใจตลาด" ที่จะไป และ "ความสามารถในการแข่งขัน" สตาร์ทอัพที่คิดจะไป Global ต้องใหญ่และพร้อมจริง รวมถึงการ "บริหารจัดการ Supply Chain" ในยุคสงครามการค้า/สงครามจริง ให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างแน่นอนและรักษาความเป็น Thai Authentic</span></p></li></ul><p style="text-align: left"></p><h2 style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>การลงทุนในอนาคต: Top 3 Sectors</strong></span></h2><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)">หากต้องเลือกลงทุนในธุรกิจใหม่ ผู้บริหารทั้งสามท่านเลือกจากจุดแข็งและเทรนด์ของโลก:</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>1.คุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา</strong> เลือก Longevity / Health เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่ Super Aging Economy อย่างเต็มตัวภายใน 5 ปี และ Hospitality คือจุดแข็งของเรา ท่านมองว่าควรลงทุนในสิ่งที่ประเทศแข็งแรง แต่ต้องเพิ่ม Health Curve/Value Added เข้าไป</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>2.คุณชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ </strong></span><span style="color: rgb(0, 0, 0)">เห็นด้วย และเสริมว่าแนวทางที่น่าจับตาอีกอย่างคือ Green Energy และ Climate Tech เพราะคนรุ่นใหม่ทั่วโลกเริ่ม “ซื้อสินค้าด้วยความเชื่อ” และอยากสนับสนุนสิ่งที่ช่วยโลก</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><strong>3.คุณกฤษณ์ ศรีชวาลา:</strong> เลือก Lifestyle Sport / Back to Basic ในยุคที่คนมีเวลาว่างจากงานมากขึ้น (จากการเข้ามาของ AI) ผู้คนจะต้องการใช้ Quality Time ในการทำกิจกรรมและเล่นกีฬา สนามกีฬา หรือสถานที่ที่รองรับ Lifestyle Sport จะกลายเป็นเทรนด์สำคัญ</span></p><p style="text-align: left"></p><h3 style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><strong>บทเรียนชีวิตและจุดเปลี่ยนของผู้นำ</strong></span></h3><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณกฤษณ์บอกว่า <em>การทำธุรกิจไม่มีใครไม่พลาด </em></span><span style="color: rgb(27, 28, 29)"><em>มันคือการ "หลับๆ ตื่นๆ" ตลอดเวลา </em></span><span style="color: rgb(0, 0, 0)"><em>แต่สิ่งสำคัญคือการ “รู้ตัวและปรับตัวให้ทัน” เพราะหลายเหตุการณ์ เช่น โควิด หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ล้วนสอนให้เราต้องเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">คุณชนาพรรณ แบ่งปันมุมมองที่น่าจดจำว่า <em>“ไม่มีใครทำธุรกิจ 30 ปีโดยไม่พลาด แต่เราต้องทำให้ทุกความผิดพลาดเป็น Quality Mistake พลาดได้ แต่ต้องพัฒนาได้” </em>เธอทิ้งท้ายด้วยประโยคที่โดนใจว่า <em> “กล้าที่จะออกจากสิ่งที่ไม่ใช่ เพื่อไปอยู่ในสิ่งที่ใช่ คือ Turning Point ที่แท้จริงของชีวิต”</em></span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ส่วน คุณท๊อป เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเองก็เคยพลาดในการบริหารเงินสด และเคยเติบโตผิดจังหวะ </span><span style="color: rgb(27, 28, 29)">แต่บทสรุปที่สำคัญที่สุดคือ<em> "มันไม่ได้อยู่ที่ใครมาก่อน แต่มันอยู่ที่เราอยู่นานแค่ไหน"</em> หาก Macro Trend มาถูกทาง การอดทนและอยู่รอดในวงการได้นานคือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ทั้งสามคนร่วมกันถอดบทเรียน เศรษฐกิจไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ความท้าทายของธุรกิจในประเทศ และเส้นทางที่ภาคธุรกิจไทยจะก้าวไปสู่ “เวทีโลก” ได้อย่างยั่งยืน</span></p><p style="text-align: left"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาชีพและธุรกิจได้ที่ </span><a target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="editor-link" href="https://jobcadu.com/th/careers"><span style="color: rgb(0, 0, 0)">Jobcadu</span></a></p>